ชะตาเหมือนฟ้าแกล้ง!! เด็กน้อยวัย 8 ขวบป่วยพิการแต่เกิด พ่อแม่แยกทางทิ้งให้ยายเลี้ยงดู เบี้ยยังชีพเงินรับจ้างไม่พอใช่้#บ้านจำนองใกล้ถูกยึด!?

ชะตาเหมือนฟ้าแกล้ง!! เด็กน้อยวัย 8 ขวบป่วยพิการแต่เกิด พ่อแม่แยกทางทิ้งให้ยายเลี้ยงดู เบี้ยยังชีพเงินรับจ้างไม่พอใช่้#บ้านจำนองใกล้ถูกยึด!?

Publish 2017-11-09 17:40:27

หลากหลายเรื่องราวชีวิตในสังคมไทย  บ่อยครั้งมากขึ้นที่เราได้เห็นความด้อยโอกาสในรูปแบบ ต่าง ๆ   จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับโลกโซเชียล     เช่นกรณีชะตากรรมของยายเพ็ญ ทนันชัย อายุ 56  ปีและเด็กหญิงธัญสุดา ใจบุตร หรือน้องพลอยอายุ 8 ขวบ  จากการเปิดเผยโดยนายพันธ์ศักดิ์  แก้วสุดใจ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่  ระบุว่า ทั้งสองอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 103 บ้านโฮ่งมะค่า ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง ซึ่งสองยายหลานอาศัยอยู่กันตามลำพังในบ้านหลังเล็กๆ  ในสวนลำไยที่พ่อของสามียายเพ็ญแบ่งให้อยู่หลังจากสามียายเพ็ญเสียชีวิตลง



 

ต่อมาทราบภายหลังว่าญาติของสามีได้นำที่แปลงดังกล่าวไปจำนองกับธนาคารและกำลังจะถูกยึด เนื่องไม่ได้ส่งค่างวดนานแล้ว ส่วนน้องพลอยนั้น ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ตั้งแต่เกิดแขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และยังมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป ซึ่งพ่อของน้องพลอย ได้เลิกกับแม่น้องพลอยตั้งแต่ตอนที่น้องพลอยยังไม่ลืมตาดูโลก

 

 

ล่าสุดทราบว่าพ่อของน้องพลอย ได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนแม่ของน้องพลอย ไปมีครอบครัวใหม่ อาศัยอยู่บ้านสามีดูแลพ่อสามีที่แก่มากแล้ว และต้องทำงานหาเงินนานๆครั้งจึงแวะเวียนมาหาลูกสาว ทำให้สองยายหลานอยู่ด้วยกันตามลำพัง อาศัยเงินเดือนจากเบี้ยยังชีพผู้พิการของน้องพลอยเดือนละ 800 บาทและเงินที่ได้จากการรับจ้างทั่วไปวันละ 200 บาท แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปทำงานทุกวันเนื่องจากต้องดูแลหลานสาวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางครั้งน้องพลอยจะมีอาการผวา เมื่อพบคนแปลกหน้า


ขณะที่ยายเพ็ญ เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ตนกับหลานอยู่ด้วยกันสองคนด้วยความยากลำบาก รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้ง ค่าอาหาร ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป ค่านมของหลานสาว ค่าใช้จ่ายประจำวันทั้งอาหาร ค้าน้ำค่าไฟ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6 พันบาท ซึ่งตนต้องใช้เงินอย่างประหยัด การหุงหาอาหารยังต้องใช้ฟืน เนื่องจากต้องอยู่อย่างประหยัด โดยวันธรรมดาตนส่งขึ้นรถโดยสารไปส่งน้องพลอยไปโรงเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ 8 หน่วยอำเภอจอมทอง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดูแลเด็กพิการและมีการทำกายภาพบำบัด

 

ส่วนตอนเย็นก็จะนั่งรถไปรับน้องพลอยทุกวัน แต่โชคดีที่มีชาวบ้านบริเวณใกล้กันใจดีให้น้องพลอยติดรถไปโรงเรียนพร้อมกับลูกสาว ทำให้ตนพอมีเวลาทำงานบ้านบ้างส่วนวันหยุดต้องอยู่กับหลานสาวตลอดทั้งวัน ซึ้งกิจวัตรประจำวันตนต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อหุงหาอาหารให้น้อง ก่อนที่จะปลุกน้องพลอยตื่นนอนแล้วจึงอุ้มน้องพลอยไปอาบน้ำ แล้วจึงจะป้อนข้าว หลังจากนั้นจึงอุ้มน้องพลอยขึ้นรถโรงเรียนกับเพื่อบ้าน ส่วนตอนเย็นตนก็จะเดินไปรับน้องพลอยกลับจากโรงเรียนก่อนที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อนข้าวให้หลานจนเสร็จ ตนจึงจะได้รับประทานอาหาร และเอาน้องพลอยเข้านอน

 

 

 

ยายเพ็ญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้ ถึงตนและหลานจะอยู่กันด้วยความยากลำบาก แต่ก็ทนได้เนื่องจากสงสารหลานที่ไม่มีใครดูแล แต่เป็นห่วงเรื่องบ้านที่อาศัยอยู่ไม่รู้ว่าจะถูกยึดไปเมื่อไหร่ นอกจากนี้ตนก็อายุมากแล้วหากวันไหนตนล้มป่วยหรือหมดเรี่ยวแรงเกรงว่าจะไม่มีใครดูแลน้องพลอย เนื่องจากหลานสาวไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย เพียงแต่หวังจะเกิดปาฏิหาริย์ ให้น้องพลอยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนที่ตนจะอายุมากไปกว่านี้

 

 

 

ทั้งนี้นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแปะ ฝากทิ้งท้ายว่า หากผู้ใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือครอบครัวยายเพ็ญ และน้องพลอยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เพ็ญ ทนันชัย อยู่บ้านเลขที่ 103 บ้านโฮ่งมะค่า ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 085-7337367 หรือติดต่อสอบถามได้ที่ เทศบาลตำบลบ้านแปะ 141 หมู่ 8 ถนนเชียงใหม่-ฮอด ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง เชียงใหม่ 50240 โทร 053-032 128 โทรสาร 053-032129 หรือสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคาร ได้ที่บัญชีธนาคารของยายเพ็ญ ชื่อบัญชีนางเพ็ญ ทนันชัย ธนาคาร ธกส. สาขาแม่สอย หมายเลขบัญชี 020-063-87514-5 เงินฝากออม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ภานุเมศ ตันรักษา