เหมือนดาบสองคม??!! "ซิโก้" ชี้การกวาดล้างขบวนการ"ล้มบอล"!!...ส่อลดความน่าเชื่อถือของฟุตบอล"ลีกเมืองไทย"?? (รายละเอียด)

Publish 2017-11-22 02:01:41



    จากการที่เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 60      ที่ห้องศรียานนท์ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแถลงข่าวการจับกุม 12 บุคคลที่มีรายชื่อพัวพันกับการล็อคผลการแข่งขันล่วงหน้า หรือล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก   การแถลงข่าวครั้งนี้ นำโดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

    โดย พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า "การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 12 คน นั้น ถือเป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เรามีข้อมูลการจับกุมผู้ต้องหา หากหลักฐานไม่เพียงพอ เราก็ไม่สามารถให้ศาลออกหมายจับได้ เมื่อศาลพิจารณาแล้วพบว่าพยานหลักฐานมีอยู่นั้นเพียงพอต่อการออกหมายจับจึงได้มีอนุมัติออกหมายจับ”

 



บิ๊กอ๊อด กล่าวต่อไปว่า  "ผมถือว่าการงานนี่ถือเป็นหน้าที่ของผมมากว่า เพราะตั้งแต่ผมเข้ามาทำหน้าที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีคนมาฟ้องว่ามันมีการล็อคผลบอลหรือมีการว่าจ้างให้มีการล้มบอลเกิดขึ้น เพื่อเป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจในวงการฟุตบอลในอดีต โดยมีการข่มขู่, ขอร้อง หรือเสนอแนะผลประโยชน์ให้ ผมต้องพิสูจน์ว่าเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อนำมาตีแผ่และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น และทำให้วงการฟุตบอลดีขึ้น ได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดมันเป็นหน้าที่โดยตรงของผม"

 

"ส่วนผู้ต้องหาที่มีการประกันตัวไปนั้น เนื่องจากว่ามันมีหลักการพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาไม่สามารถหลบหนีคดีหรือข่มขู่ รวมทั้งสร้างปัญหากับพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลได้ ซึ่งผู้ต้องหาต้องมารายงานตัวและมาให้ปากคำตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย ซึ่งผู้ต้องหาทุกคนจะไม่สามารถมาทำหน้าที่ในวงการฟุตบอลได้อีก จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ส่วนคนที่ทำแบบนี้ผมคิดว่า อยู่ความโลภของคน เพราะเราไม่สามารถไปกำหนดเพดานค่าเหนื่อยหรือค่าจ้างให้กับนักเตะได้ นักเตะที่เก่งระดับทีมชาติก็ต้องได้เงินค่าจ้างที่แพงอยู่แล้ว ส่วนนักเตะระดับที่รองลงมาก็ต้องได้ค่าเหนื่อยตามความเหมาะสม เนื่องจากมันเป็นเรื่องของธุรกิจ ขณะที่ผู้ตัดสินนั้นตอนผมเข้ามาทำหน้าที่ใหม่ๆ ผมได้เรียกทุกคนเข้ามาสอบถามว่าทำไมมันมีข่าวการล็อคผลบอล ซึ่งบางคนได้เผยว่าค่าจ้างที่เขาควรจะได้มีการเบิกจ่ายช้าและไม่ตรงเวลา หรือให้ไม่ครบจำนวนหากเปรียบคดีนี้เหมือนมวย นี่เพียงแค่การชกแค่ยกแรกเท่านั้น เราจะพยายามสืบสวนหาหลักฐาน และดำเนินการขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นให้ได้"

 

 

ทั้งนี้ 12 รายชื่อผู้กระทำผิดและถูกออกหมายจับ มีดังนี้

นักฟุตบอลอาชีพ 5 ราย
1.นายสุทธิพงษ์ เหลาพร นักฟุตบอลทีมราชนาวี
2.นายณรงค์ วงษ์ทองคำ ผู้รักษาประตู ทีมราชนาวี
3.นายสุวิทยา นำสินหลาก นักฟุตบอลทีมราชนาวี
4.นายเสกสันต์ ชาวทองหลาง นักฟุตบอลทีมราชนาวี
5.นายวีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตู ทีมนครราชสีมา
กรรมการผู้ตัดสิน 2 ราย
1.นายภูมิรินทร์ คำรื่น
2.นายธีรจิตร สิทธิศุข
ผู้บริหารสโมสร 1 ราย
1.นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ

กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 4 ราย
1.นายวัลลภ สมาน
2.นายกิตติภูมิ ปาภูงา
3.นายมานิตย์ หรือ เศรษฐปสิทธิ์ โกมลวัฒนะ
4.นายภาคภูมิ พันธ์นิกุล
มีชัยฤกษ์ งามสม เป็นผู้ตัดสิน

 



  เเละจากการกวาดล้างขบวนการล้มบอล ล็อคผลบอลไทย ของ สมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ  ทางด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือช้างศึก เปิดเผยว่า การล้มบอลเป็นวงจรที่ทำลายฟุตบอลไทยแน่นอนอยู่แล้ว เพราะการเป็นนักฟุตบอลต้องซื่อสัตย์ต่อออาชีพตัวเอง การจับครั้งนี้มันก็เสมือนดาบสองคม อย่างแรกถือเป็นที่ดีเพราะได้กำจัดเนื้อร้ายให้หมดไป แต่อีกด้านเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือจะลดน้อยลง และจะมีผลไปถึงการเข้ามาสนับสนุนสโมสรฟุตบอลอาชีพของภาคเอกชนด้วย ที่ผ่านมาผมก็ได้บอกน้องๆ ยิ่งเป็นนักเตะทีมชาติ ยิ่งต้องทุ่มเทมากๆ ส่วนตัวก็อยากให้ลีกไทยเป็นเหมือนประเทศมาเลเซีย เพราะลีกมาเลเซียได้กำจัดนักเตะที่ล้มบอลไปเกือบ 200 คน และการจะผลิตนักเตะได้เยอะขนาดนั้นต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี”

 


   ด้านพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ (พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ) พ.ศ.2556 ที่ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวเรื่องการล้มบอล ล็อคผลบอล ในส่วนที่ 2 โทษอาญา ประกอบด้วย
 
     มาตรา 64  ผู้ใดให้ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทําการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
 

     มาตรา 65 ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการกระทําการล้มกีฬา ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

    มาตรา 66 ผู้ใดให้ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทําหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขัน หรือทําหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน  5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
 

     มาตรา 67 ผู้ตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อทําหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขันหรือทําหน้าที่ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องเที่ยงธรรม ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 300,000-600,000 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ

บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

www.buaksib.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร