มนัส เปาริก : มอสสาดตท.10 เพื่อนทักษิณ…3ปีในดงข้อหาหัวหน้าชายชุดดำ?!? หมายหัว:หมายจับแก๊งจักรภพซุกอาวุธ – เรื่องเก่าเล่าใหม่…โดยคสช.เจ้าเดิม

มนัส เปาริก : มอสสาดตท.10 เพื่อนทักษิณ…3ปีในดงข้อหาหัวหน้าชายชุดดำ?!? หมายหัว:หมายจับแก๊งจักรภพซุกอาวุธ – เรื่องเก่าเล่าใหม่…โดยคสช.เจ้าเดิม

Publish 2017-12-05 13:05:52

จากกรณีมีรายงานข่าวจากการตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ จ.ฉะเชิงเทรา เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุทางการเมืองในปี 2557 โดยพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ 1. นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร 2. นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแม 3. นายสมเจตน์ หรือสน คงวัฒนะ 4. นายมนัส หรือ พล.ท.มนัส หรือเสธหยอย เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 และ 5. นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช. ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง และความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับภายในวันที่ 6 ธันวาคมนี้นั้น




       สำหรับบิ๊กหยอย หรือ พล.ท.มนัส เปาริก  เป็นอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ในยุคที่ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ทั้งยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่นายฐานิสร์ เทียนทอง กระทั่งถึงนายประชา ประสพดี อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย และพล.ท.มนัส ยังเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 รุ่นเดียวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีเรื่องเล่าในหมู่เพื่อนตท.10 ว่าบิ๊กหยอย ทำหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรองลับจนได้รับขนานนานว่า “มอสสาด ตท.10”

 

       ก่อน พล.ท.มนัสจะถูก คสช.มีคำสั่งให้รายงานตัวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557  ช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดงซึ่งนำไปสู่การเผาบ้านเผาเมืองในปี 2553 พล.ท.มนัส เคยถูก ศอฉ.กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังชุดดำของคนเสื้อแดง ซึ่งเจ้าตัว ก็ยืนยันไว้ว่า...“ ผมไม่ได้เป็นคนฝึกกองกำลังคนเสื้อแดง แต่ทาง ศอฉ. เคยกล่าวหาผมว่าผมจะทำหน้าที่แทน เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ตอนที่เขาถูกยิงตายไปแล้ว ผมไม่เกี่ยว คนเสื้อแดงเขาฝึกกันเอง มีการบอกต่อๆ กันมาว่า จะต้องทำยังไง ในเน็ตหาอ่านได้ ต้องเอาเหล็กเสียบตีนตะขาบรถถัง น้ำมันเครื่องราดจุด ไฟ เผา ผมไม่ต้องสอนหรอก” และพล.ท.มนัส ยังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหัวหน้าชายชุดดำในเหตุการณ์ 2553

       เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2557 พล.ท.มนัส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารจังหวัดสระบุรี ข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะในราชการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น โดย บอกตนเองทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน จึงได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี และยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมปฏิเสธทุกข้อหา

 

       ทั้งนี้พลโทมนัส ยังปฏิเสธ กรณีที่มีกระแสข่าวว่าเกี่ยวข้องกับชายชุดดำ ในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2553 และไม่เกี่ยวข้องกับ เสธ.แดง แต่อย่างใด แต่ยอมรับว่า รู้จักกับ นายจักรภพ เพ็ญแข และติดต่อกันครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2552 ซึ่งในวันดังกล่าว พล.ท.มนัส ได้เตรียมเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยของตนเองที่ป่วยเป็นโรคเบาหวน และโรคเกี่ยวกับตา พร้อมยื่นหลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท มามอบต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอประกันตัวด้วย ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ พล.ท.มนัส เพื่อหาความเชื่อมโยงในคดีต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน


       อย่างไรก็ตามพล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หลังจากมีการสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในคดีนี้ ทาง พล.ท.มนัส ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น โดยพบว่า พล.ท.มนัส มีปัญหาเรื่องสุขภาพเพราะมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โรคตา ต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน เมื่อพิจารณาว่า พล.ท.มนัส ได้รับว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่างๆ ในคดี จึงพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้

 

       ต่อมา17 ก.ย. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่าล่าสุดพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาคดีอาวุธสงคราม ที่พบในอำเภอวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 7 คน ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการศาลจังหวัดทหารบกสระบุรีแล้ว โดยในจำนวนนี้ คือ พลโทมนัส เปาริก หรือ เสธ.หยอย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 รวมอยู่ด้วยและยืนยันว่า ผู้ต้องหาเครือข่ายอาวุธสงครามกลุ่มนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงในหลายคดี รวมไปถึงคดีของชายชุดดำ และในส่วนของคดีครอบครองอาวุธสงครามที่พบที่อำเภอวังน้อย ยังมีผู้ต้องหาที่ศาลได้ออกหมายจับ แต่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 คน ได้แก่ นายจักรภพ เพ็ญแข, นายจักรินทร์ เรืองศักดิ์วิชิต, นายกฤษณะ ทัพไทย, และนายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

       นอกจากนี้รอง ผบก.ป. ยังกล่าวอีกว่า ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวนที่นำสำนวนคดีเดินทางไปยังอัยการศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี แล้วว่า ได้สั่งฟ้องคดีพร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้ขอประกันตัวไปในชั้นสอบสวน ก็ถือว่าคดีนี้มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงอีกหลายคดี ซึ่งได้แยกคดีไว้แล้ว แต่มีความเชื่อมโยงถึงกัน

 

       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.มนัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชายชุดดำ ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่ทหารและประชาชน ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณแยกคอกวัว เขตพระนคร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่า มีความเชื่อมโยงกันในเรื่องของการจัดหาอาวุธที่ถูกนำไปใช้ก่อเหตุ แต่ในส่วนของเส้นทางการเงินนั้น ยังไม่พบว่ามีความเชื่อมโยง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว