อีกหนึ่งเศรษฐีที่แบ่งปัน…เปิดประวัติ จรินทร์ ปัญจคุณาธร ผู้บริจาค30ล้านรพ.มหาราช จบแค่ป.4 พ่อคนที่สองของน้อง9คน แบบอย่างใฝ่รู้ ซื่อสัตย์

อีกหนึ่งเศรษฐีที่แบ่งปัน…เปิดประวัติ จรินทร์ ปัญจคุณาธร ผู้บริจาค30ล้านรพ.มหาราช จบแค่ป.4 พ่อคนที่สองของน้อง9คน แบบอย่างใฝ่รู้ ซื่อสัตย์

Publish 2018-01-08 07:17:21

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 61 นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามสัญญาจ้างการก่อสร้างอาคารสหไทย ศูนย์รังสีรักษา ภายในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ระหว่างนายจรินทร์ ปัญจคุณาธร ผู้ประกอบการห้างสหไทยสรรพสินค้า นครศรีธรรมราช เศรษฐีใจบุญที่บริจาคเงินสด  30 ล้านใช้ในการก่อสร้างอาคารสหไทย ศูนย์รังสีรักษา และตัวแทนบริษัทรับเหมาก่อสร้าง โดยมีนายจิมมี่ ชวาลา ซึ่งได้เริ่มต้นบริจาคมาก่อนแล้วจำนวน 10 ล้าน รวมทั้งผู้บริหารโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานด้วย



       ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า วณิชยา นวลอนงค์ ได้โพสต์ข้อความถึงความประทับใจ ชื่นชมทั้งนายจิมมี่ และนายจรินทร์ด้วย ทั้งยังบอกว่า เจ้าของห้างสหไทย ก็มีบุญคุณกับชาวนครศรีธรรมราช พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่ดี น่าประทับใจ เป็นแบบอย่างแนวทางให้สังคมได้ยึดถือปฏิบัติ จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อดังนี้

 

“ชื่นชมทั้งสองท่านค่ะ เจ้าของสหไทยก็นับว่ามีบุญคุณกับชาวนครเหมือนกันเพราะสินค้าในห้างสหไทยถูกกว่าห้างอื่นๆอยู่มากโดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อั้มเป็นคนหนึ่งที่คิดเสมอตั้งใจว่าถ้าเจอเจ้าของสหไทยแล้วยกมือไหว้ขอบคุณเขา แล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อนระหว่างที่ไปซื้อของก็ได้เจอแต่ไม่รู้ว่าใช่เจ้าของหรือปล่าวแต่เจอแกบ่อยมากแกจะมาดูตรงแคชเชียร์ หรือว่ามาดูทั่วๆไป แต่คิดว่าถ้าไม่ใช่เจ้าของก็ต้องเป็นผู้เกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งของสหไทย วันนั้นซื้อของเสร็จก็พาลูกสาวเดินไปหาแกแล้วยกมือไหว้ บอกแกว่า ขอบคุณนะคะที่ขายของถูกให้ชาวนคร แกก็บอกว่าห้างนี้เปิดมาประมาณ 50ปีแล้ว เป็นห้างของชาวนคร แกก็ถามไถ่กันอีกนิดแล้วกเราก็ขอตัวกลับ”

       สำหรับห้างสหไทยสรรพสินค้า เป็นห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นที่ถือกำเนิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2506 เป็นห้างสรรพสินค้าของคนไทย ก่อตั้งโดย นายกำจิว แซ่โง้ว ผู้เป็นบิดา และนายจรินทร์ ปัญจคุณาธร ลูกคนโต จากลูกทั้งหมด 10 คนเป็นชาย 6 คนและหญิง 4 คน บิดานายกำจิว แซ่โง้วและมารดา นางชิวคิ้ม แซ่เตียเป็นชาวจีน จังหวัดสัวเถา ย้ายถิ่นฐานมาทำมาหากินที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2480 เริ่มต้นทำอาชีพรับจ้างทั่วไป และนางชิวคิ้มรับเย็บปักเสื้อผ้าอยู่กับบ้านพร้อมทั้งดูแลลูกๆด้วย เมื่อญาติอาวุโสคนหนึ่งที่เปิดร้านขายของชำอยู่ที่ เขตบางรัก เลิกกิจการย้ายกลับไปประเทศจีน จึงเสนอให้นายกำจิว ซื้อกิจการโดยยินดีให้ผ่อนชำระ ซึ่งร้านนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจค้าปลีกของตระกูลปัญจคุณาธร

 

       ร้านนี้ ชื่อ "ง่วงไถ่พาณิชย์" เป็นร้านขายของชำ ขายสินค้าทั่วไป กิจการเป็นไปอย่างราบเรียบ ไม่ได้ทำรายได้ให้มากมายนัก เพราะบนถนนสายนี้ มีร้านค้าประเภทเดียวกันอยู่หลายร้าน และมีการแข่งขันด้านราคากันมาก ประกอบกับนายกำจิวมีลูกถึง 10 คน รายได้จึงไม่พอกับค่าใช้จ่ายสมาชิกในครอบครัวจึงค่อนข้างจะลำบาก บางครั้งนายกำจิว จึงจำเป็นต้องหยิบยืมเงิน หรือกู้เงินจากญาติและคนรู้จักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ด้วยความที่ครอบครัวค่อนข้างลำบาก ด.ช.จรินทร์ ในฐานะลูกคนโต จึงต้องออกจากโรงเรียนเมื่อเรียนจบ ชั้นป.4 เพื่อมาช่วยค้าขาย


       “ทั้งๆที่เป็นเด็กที่เรียนดี ด.ช.จรินทร์ ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านได้มากทำให้นายกำจิวและนางซิวคิ้ม มีโอกาสที่จะออกไปเลือกซื้อสินค้าใหม่ๆ เข้ามาจำหน่ายในร้านเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น ทำให้ฐานะทางครอบครัวดีขึ้นเป็นลำดับ และน้องๆ ก็ได้เรียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง จนเมื่อกิจการเริ่มอยู่ตัว ด.ช. จรินทร์ ซึ่งเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ได้ขออนุญาตบิดา-มารดา เรียนพิเศษภาษาอังกฤษช่วงเวลาเย็นเพื่อเพิ่มพูนความรู้และเป็นประโยชน์ในการทำการค้า ถึงแม้นายจรินทร์จะไม่ได้เรียนจบสูง”

 

       ทั้งนี้ด้วยสายเลือดและประสบการณ์ของการเป็นพ่อค้า บริการลูกค้าเรียนรู้การสนทนา และเจราจาต่อรอง ทำให้นายจรินทร์ มีความรู้ทางค้าปลีกเป็นอย่างดี และนายจรินทร์ ซึ่งเป็นเสมือนพ่อคนที่สองของน้องๆอีก 9 คนได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้เหล่านี้ให้แก่น้องๆ จึงทำให้ต่อมาน้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จอย่างดีในการประกอบธุรกิจ ต่อมานายจรินทร์และนายกำจิวผู้เป็นบิดา ได้มาเปิดกิจการห้างสหไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

       อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลาชีวิตการทำงาน ไม่เพียงแต่ นายจรินทร์ จะได้รับรางวัล ตำแหน่งมากมายทั้งทางด้านธุรกิจและสังคม อาทิ รางวัลนักธุรกิจดีเด่น ประธานชมรมค้าทองคำ รองประธานสมาคมพาณิชย์จีน  รองประธานมูลนิธิไต้เต๊กตึ้ง อาสาสมัครคุมประพฤติ เป็นต้น  นายจรินทร์ เป็นบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคม และเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต

 

       นายจรินทร์  มีหลักการค้าที่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ขายสินค้าในราคายุติธรรม หลายปีต่อมาห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จากกรุงเทพ และธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติ เข้ามาเปิดสาขาในจังหวัด ทำให้ห้างสหไทยต้องปรับตัว โดยนายจรินทร์วางหลักและนโยบายใหม่ อย่างแรกคือ ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีรายได้น้อยมากขึ้น มีการสรรหาสินค้าที่ราคาประหยัด แต่คุณภาพดีเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น อย่างที่สองคือบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกิจการ เพื่อสามารถขายสินค้าได้ในราคาถูกลง

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก:วณิชยา นวลอนงค์ , ท่าวังดอทคอม  [email protected]         


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน