กระชากหน้ากากชูวิทย์”อดีตผตห.ค้ามนุษย์!! เปิดข้อมูล ปปง. ถึงขั้นเคยถูกยึดทรัพย์ ถามจริงๆ ช่อง 3 ยังจะอุ้ม#นักเต้าข่าว คนนี้อีกหรือ???

กระชากหน้ากาก"ชูวิทย์”อดีตผตห.ค้ามนุษย์!! เปิดข้อมูล ปปง. ถึงขั้นเคยถูกยึดทรัพย์ ถามจริงๆ ช่อง 3 ยังจะอุ้ม#นักเต้าข่าว คนนี้อีกหรือ???

Publish 2018-01-24 21:30:28

หลังจากออกมาสวมบทเป็นคอลัมน์นิสต์ทีวีอยู่พักใหญ่   ดูเหมือนว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของ “ชูวิทย์  กมลวิศิษฎ์”  ในมุมมองของโลกโซเชียล  กลายเป็น “นักเต้าข่าว” สมบูรณ์แบบ ยิ่งโดยเฉพาะการทำให้สถานีต้นสังกัดต้อง จากกรณีล่าสุดออกมาพูดพาดพิงทำให้บริษัท  ริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA  ได้รับความเสียหาย  เพราะเจตนาเพียงเพื่อขยายผลคดี “วิคตอเรีย ซีเคร็ท”  ให้โยงไปถึงกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว    (คลิกอ่านข่าวประกอบ :   " ข่าวมั่ว ชูวิทย์ " พาซวยยกทีม หลัง อควา ประกาศฟ้อง... พวกชอบโกหกคำโต ไก่ ไบรท์ ช่อง 3 ว่าไง ??? )



ล่าสุดนอกเหนือจาก  นายอารักษ์  ราษฎร์บริหาร   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท  อควา  คอร์เปอเรชั่น จำกัด  (มหาชน)   ที่ออกมาให้ข้อมูลตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์   อย่างดุเดือดเผ็ดร้อน  ว่า   ไม่ใช่แค่ความคลุมเครือที่นายชูวิทย์สร้างขึ้นให้กับข่าวที่ไม่มีมูลความจริงแล้ว    ข้อกล่าวหาว่าด้วยเรื่องการฟอกเงิน   นายอารักษ์ยังได้ตำหนิการทำงานสื่อของนายชูวิทย์ว่า  ในแง่จรรยาบรรณแล้วยังถือเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบ  หรือ  ความเสียหายกับบริษัทอื่นที่มีการลงทุนถูกต้อง   เปิดเผยสามารถตรวจสอบได้  ซึ่งกรณีนี้ตนยืนยันจะเดินหน้ารวบรวมข้อมูลหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่จงใจบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทั้งตัวบุคคล บริษัท รวมไปถึงผู้ที่นำข่าวสารเท็จไปเผยแพร่ต่อให้ถึงที่สุด


ล่าสุด สำนักข่าวทีนิวส์  พบข้อมูลในหลายเรื่องซึ่งเกี่ยวโยงกับพฤติการณ์บางอย่างในอดีตของนายชูวิทย์   เพราะจะว่าไปแล้วเส้นทางธุรกิจในฐานะเจ้าของหุ้นเครือเดวิส  แทบมีลักษณะไม่ต่างอะไรกับข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ต่อกลุ่มทุน “วิคตอเรีย ซีเคร็ท”   

 

เริ่มต้นจากการให้สัมภาษณ์ของ   นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา  รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ  สคร.    ซึ่งอธิบายโครงข่ายการถือหุ้นในเดวิส กรุ๊ปของกระทรวงการคลัง   ว่า    หุ้นทั้งหมดของกระทรวงการคลังเป็นผลมาจากรับโอนอีกทอด   จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เมื่อปี  17 มกราคม 2555   โดยหุ้นมีชื่อกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ  เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2555   อย่างไรก็ตามหุ้นเหล่านี้ต้องเน้นย้ำว่ามาจากการการยึดทรัพย์!!!

 

 

ไล่เรียงรายละเอียด พบว่า  กระทรวงการคลัง  ในฐานะหน่วยงานที่ถือครองทรัพย์สินของรัฐและรัฐวิสาหกิจ  มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าวรวม 33,446 หุ้น  หรือ  คิดเป็น  0.5-2% ของหุ้นทั้ง 4 บริษัท

 

โดยในปี 2561 นี้  กระทรวงการคลังมีแผนเตรียมจำหน่ายหุ้นและสินทรัพย์ที่ได้มาจากการยึดทรัพย์  ผ่านขั้นตอนการเปิดประมูล  หุ้นของทั้ง 4 บริษัท  ได้แก่   บริษัท เดวิส ไดมอนด์สตาร์ 10,000 หุ้น, บริษัท เดวิส โคปา คาบานา 6,000 หุ้น, บริษัท เดวิส โกเด้นท์สตาร์ 7,446 หุ้น, และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ 10,000 หุ้น  โดยจะดำเนินการจำหน่ายเป็นกลุ่มแรก หรือประมาณต้นปีนี้  ประเด็นสำคัญครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่กระทรวงการคลังจะเปิดประมูลขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์

 

ส่วนสาเหตุที่มาที่ไป  การที่กระทรวงการคลัง ต้องเข้าไปถือหุ้น บริษัท เดวิส โคปา คาบานา จำกัด  เนื่องมาจากหุ้นจำนวนดังกล่าวถูกคณะกรรมการธุรกรรมของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง. ) อายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2546  กระทั่งต่อมาถูกโอนให้กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2555  พร้อมกับหุ้นอาบอบนวดของนายชูวิทย์อีก 3 บริษัทรวมเป็น 4 บริษัท มูลค่า 3,344,600 บาท

 

ไฮไลต์ของกรณีนี้คือ  คำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ระบุชัดเจน  จากการตรวจสอบพบว่า  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์   กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮแปซิฟิค จำกัด  กับพวก  มีหุ้นในบริษัทอื่นในเครือเดวิสกรุ๊ป จำนวน 4 บริษั ท และเป็นกรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มขึ้นอีก 4 รายการ 

 

ตามมูลฐานความผิดอาญา  ว่าด้วยสถานะของการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเป็นธุระ  จัดหา ล่อไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ,เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี หรือสถานการค้าประเวณี มีบุคคลซึ่งมีอายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีรวมอยู่ด้วย อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (2) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือ ซ่อนเร้น ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

โดยทรัพย์สินอันเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดว่าด้วย “การค้าประเวณี”  กับบุคคลอายุต่ำกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี     โดยข้อเท็จจริงก็คือการกระทำความผิดที่เกี่ยวโยงกับกฎหมายการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน  ประกอบด้วย 

 

1.หุ้น บริษัท เดวิส ไดมอนด์ สตาร์ จำกัด จำนวน 7,446 หุ้นๆละ 100 บาทเป็นเงิน จำนวน 744,600 บาท

 

2.หุ้น บริษัท เดวิส โคปา คาบานา จำกัด จำนวน 6,000 หุ้น ๆละ 100 บาท เป็นเงิน จำนวน 600,000 บาท

 

3.หุ้นบริษัท เดวิส โกลเด้นท์ สตารส์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท

 

4.หุ้นบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตารส์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น ๆละ 100 บาท เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท

 

 

 

สำหรับสาเหตุที่  กระทรวงการคลัง ต้องถือหุ้น บริษัท เดวิส โคปา คาบานา จำกัด  นางสาวปิยวรรณ   รองผู้อำนวยการ  สคร.   ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า  เนื่องจากหุ้นจำนวนดังกล่าวถูกคณะกรรมการธุรกรรมของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) อายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2546  ก่อนต่อมาจะถูกโอนให้กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2555 พร้อมกับหุ้นอาบอบนวดของนายชูวิทย์อีก 3 บริษัทรวมเป็น 4 บริษัท มูลค่า 3,344,600 บาท

 

และรายละเอียดเบื้องต้น  จึงเป็นที่มาของเอกสารสำคัญ  2 ฉบับ คือ หนังสือ มท.001 (บก.1)03/2038   ลงวันที่ 27 ก.พ. 2547   ออกโดยผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล มักกะสัน  ในขณะนั้น  ว่าด้วยการรับทราบเรื่องไม่ต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ฮอนโนลูลู    ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการธุรกิจของนายชูวิทย์ เนื่องจากตรวจสอบว่า   เนื่องจากตรวจพบการดำเนินกิจการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี  กรณีเป็นธุระจัดหา  ล่อไป  ชักพาไปซึ่งบุคคลใด  แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณี

 

 

 

ส่วนเอกสารอีกฉบับ เป็นหนังสือที่ ปง.0005/5806  ออกโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน    เรื่องให้นายชูวิทย์  กมลวิศิษฏ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือเดวิสกรุ๊ป   (ในขณะนั้น)  รายงานการซื้อขายทรัพย์สิน   เนื่องจากมีการรายงานของสื่อมวลชนระบุรายละเอียดว่า นายชูวิทย์มีแผนจะขายธุรกิจการออาบอบนวด  จึงมีความจำเป็นต้องให้รายงานผลการขายทรัพย์สิน  หรือ กิจการสถานบริการ อาบ อบ นวด  ในเครือของบริษัท เดวิส กรุ๊ป  ให้สำนักงานปปง. รับทราบด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตรวจสอบธุรกรรม ทางด้านการเงินและทรัพย์สิน เกี่ยวกับกรณีการกระทำความผิด ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 

 

 

ขอบคุณภาพ  :  สำนักข่าวอิศรา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์