"ภาษาดอกไม้"(Language of flowers or Floriography)สัญลักษณ์ สื่อความหมายแทนคำพูดสุดลึกซึ้งโรแมนติก ที่ทั่วโลกนิยม!.

Publish 2018-02-08 20:06:30



โลกของเรานั้นล้วนเต็มไปดอกไม้ที่สวยงามและมีสีสันแปลกตาอยู่อยู่มากมายนานาพันธุ์หลากหลายชนิดและมีหลากหลายรูปลักษณะบางชนิดมีกลิ่นหอม,บางชนิดมีหนามคม!แต่นั่นก็คือสิ่งที่ทำให้ดอกไม้แต่ละชนิดนั้นล้วนมีมนต์เสน่ห์ในตัวของมันเองทั้งสิ้น อีกทั้งพวกมันยังมีค่ามีความหมายในตัวเองอีกด้วย



ดั่งเช่นที่เราเรียกกันว่า "ภาษาดอกไม้" (Language of flowers หรือ Floriography) นั่นเองค่ะ ว่ากันว่า ภาษาดอกไม้เหล่านี้นั้นมีมานานแล้วตั้งแต่สมัยวิกตอเรีย หรือ ยุควิกตอเรีย (อังกฤษ: Victorian era)ของสหราชอาณาจักรเป็นจุดสูงสุดของการปฏิวัติอุตสาหกรรมและเป็นยุคสูงสุดของจักรวรรดิอังกฤษซึ่งตรงกับสมัยการปกครองของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียระหว่างปี ค.ศ. 1837 ถึงปี ค.ศ. 1901นักวิชาการถกเถียงกันว่าสมัยวิกตอเรียควรจะเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1832 สมัยวิกตอเรีย นั้นเริ่มต่อจาก “สมัยรีเจ็นซี” (Regency era) และตามด้วย
 “สมัยเอ็ดเวิร์ด” ระยะหลังของ“สมัยวิกตอเรีย” ตรงกับสมัย “Belle Époque” บนผืนแผ่นดินใหญ่ยุโรปและของประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่นิยมใช้ดอกไม้ ซึ่งถือเป็น
สัญลักษณ์แทนคำพูด เพื่อให้เป็นสื่อกลางแฝงเร้นถึงความหมายต่างๆ ตามที่ผู้ส่งต้องการไปยังผู้รับ ด้วยเพราะผู้มอบให้ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวจีใดๆหรือความในใจลึกๆออกมาได้นั่นเองค่ะ และถึงแม้ว่าในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ภาษาดอกไม้บางอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงถูกนำเอามาใช้กันอยู่เนืองๆ เช่นการส่งดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ และยามเมื่อหนุ่ม ๆส่งดอกไม้ให้กับสาวคนรัก หรือพยายามทำให้เธอรักนั่นเองค่ะ 

ภาษาดอกไม้หลักๆที่เราพอจะรู้กันส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นดอกกุหลาบแดง แทนความรักที่ร้อนแรง โรแมนติก,ดอกกุหลาบสีขาว แทนความดี ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง,ดอกลิลลี่แทนความหมายของความอ่อนหวาน บริสุทธิ์  ดอกมะลิคือความรัก
สำหรับแม่ ดอกพุทธรักษาคือความรักสำหรับพ่อ เราอาจเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมตะวันออกที่เน้นถึงความกตัญญูมากกว่าอารมณ์โรแมนติก จึงน่าจะมีส่วนทำให้เราเลือกใช้ภาษาดอกไม้สองชนิดนี้ก่อนดอกไม้ชนิดอื่นๆ

ท่านผู้ชมคะสำหรับภาษาดอกไม้ นั้นไม่ว่าจะเป็นภาษาใดในโลกก็ล้วนมีความงามและมีความหมายที่ลึกซึ้งเป็นถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับเหมือนๆกันหมด นั่นก็อาจเป็นเพราะความตั้งใจของแต่ละคนที่จะให้สิ่งที่ดีกับคนที่เรารักไม่ว่าจะให้กันในรูปแบบใด สิ่งนั้นล้วนออกมาดีทั้งสิ้นจริงไหมคะ!! และดอกไม้ก็ยังมีอีกเป็นจำนวนมากมายนานาชนิดหลากหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญดอกไม้แต่ละชนิดนั้นยังได้ซุกซ่อนความหมายเอาไว้ในตัวของพวกมันอย่างลึกซึ้งอีกด้วย เอาล่ะทีนี้พวกเราไปเรียนรู้ภาษาของดอกไม้แต่ละชนิดกันเลยค่ะ

1.  ดอกหน้าวัว ...Anthurium

ดอกหน้าวัวมีถิ่นกำเนิดมาจากฮาวายเป็นดอกไม้เมืองร้อนที่มีสีสันสดใส รูปร่างหน้าตาน่าสนใจ มันแทนความหมายของการต้อนรับขับสู้ด้วยความยินดี ในโอกาสที่ถูกเชิญไปเป็นแขกเยี่ยมบ้านใคร ผู้คนก็มักนิยมนำดอกไม้ชนิดนี้ติดไม้ติดมือไปฝากเจ้าของบ้านด้วยนั่นเอง เหมือนกับจะบอกว่า….

"ขอบคุณที่ต้อนรับเราอย่างดี เธอจัดงานได้วิเศษมากจริง ๆ"

2. ดอกปักษาสวรรค์...Bird of Paradise

ปักษาสวรรค์เป็นไม้ท้องถิ่นของทางแอฟริกาใต้ รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์แปลกตา และสีสันที่สดใสสวยงาม ดูแล้วราวกับนกพันธุ์ Bird of Paradise ที่กำลังจะโผบินขึ้นท้องฟ้า จึงเป็นที่มาของชื่อมันนั่นเอง ดอกไม้ที่สวยสะดุดตาดอกนี้สื่อความหมายของความรื่นรมย์ยินดี จึงเป็นดอกไม้ที่เหมาะกับการส่งให้แก่กัน ในวาระที่ต้องการแสดงความยินดีได้ดีเยี่ยม…

3. ดอกคาร์เนชั่น...Carnation

ดอกไม้ชนิดนี้เพาะปลูกเก็บเกี่ยวกันในดินแดนทางตะวันออกมากว่า 2,000 ปีแล้ว และแม้จะไม่สามารถปลูกได้ในเมืองไทย แต่คนไทยก็คุ้นหูกับชื่อของมันไม่น้อย ใครนึกหน้าตาดอกไม้ตูมสวยชนิดนี้ไม่ออก ลองไปหาดูรูปจากข้างกระป๋องนมยี่ห้อเดียวกันนี้ได้ ดอกไม้ชนิดนี้มีกลีบแสนบอบบางและมีกลิ่นหอมอ่อนๆเฉพาะตัว สื่อถึงความงามและความภาคภูมิใจ หากคุณส่งดอกคาร์เนชั่นสักช่อไปให้ใคร นั่นสื่อความว่า…

 "ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก ๆ เลย"


4.  ดอกแกลดิโอลัส หรือ ดอกซ่อนกลิ่นฝรั่ง...Gladiolus

ที่มาของชื่อดอกไม้ชนิดนี้มาจากภาษาละติน ซึ่งแปลว่า "ดาบ" นั่นเอง (ฝรั่งบางคนเรียกดอกแกลดิโอลัสว่าSword Lily ก็มี) มาจากตำนานที่ว่ามีนักรบ (gladiator) คนหนึ่งพยุงร่างอาบเลือดของตัวเองมาที่ลำธารเพื่อจะดื่มน้ำดับกระหาย พลางสายตาเหลือบเห็นดอกไม้ที่สีสดสวย กลีบบางพลิ้วไหวเขาเอื้อมมือจะไปเด็ดหมายจะนำมันไปฝากคนรัก แต่พลันมีดดาบของศัตรูพุ่งแทงทะลุร่างเขา สิ้นลมลงตรงนั้น ความหมายของดอกแกลดิโอลัสจึงแทนความกล้าหาญ แข็งแกร่ง คุณสามารถเลือกใช้ดอกแกลดิโอลัสเพื่อมอบแก่คนที่คุณเคารพ เพื่อแสดงความชื่นชมนับถือก็ได้นะคะ

5.  ดอกไฮยาซินท์...Hyacinth

ดอกไฮยาซินท์สีม่วงอ่อนกลีบแยกออกเป็นห้าแฉกสวยงามยามบานสะพรั่ง เป็นดอกไม้ซึ่งมีที่มาแต่ดั้งเดิมจากตุรกี แถมยังมีตำนานปกรณัมเกี่ยวกับมันอีกด้วย ว่ากันว่า "ไฮยาซินท์" คือชื่อของหนุ่มน้อยรูปงามทายาทกษัตริย์แห่งเฮซิโดเนีย ด้วยหน้าตาสะอาดสะอ้านน่ารักน่าเอ็นดูทำให้เป็นที่โปรดปรานของเทพอพอลโลมาก แต่ก็ยังมีเทพแห่งลมตะวันตก (Zephyrus) ที่หลงใหลความงดงามของเด็กหนุ่มคนนี้ด้วย วันหนึ่งอพอลโลเล่นขว้างจักรกับไฮยาซินท์ ท่านเทพขว้างมันออกไปสุดแรงที่มี หนุ่มน้อยวิ่งไล่ตามหมายจะกระโดดรับให้ได้กับมือ แต่ด้วยความริษยา เทพแห่งลมตะวันตกจึงเป่าให้จักรเปลี่ยนทิศทาง เด็กหนุ่มจึงกะจังหวะพลาด จักรที่ว่าจึงฟาดที่ศีรษะของเขาอย่างแรงจนเลือดอาบ อพอลโลรีบมาประคองเขาไว้แต่หนุ่มน้อยก็สิ้นลมเสียแล้ว เทพอพอลโลจึงเสกเลือดที่หลั่งออกมาให้กลายเป็นดอกไม้งดงาม และหยาดน้ำตาของท่านหลั่งรดเปลี่ยนเลือดสีแดงสดกลายเป็นสีม่วงของดอกไฮยาซินท์ดังที่เราเห็นนั่นเอง ดอกไฮยาซินท์ จึงหมายถึงความรักที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปร ส่งดอกช่อดอกไฮยาซินท์สวยๆ ให้คนที่คุณรัก เพื่อบอกความรักที่คุณมีให้มั่นคงเสมอไม่เคยแปรเปลี่ยน


6.  ดอกไฮเดรนเยีย ...Hydrangea

ดอกไฮเดรนเยีย มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและถูกนำเข้าสู่ประเทศอังกฤษในปี 1788 เป็นที่นิยมของนักปลูกดอกไม้มาก เนื่องจากสามารถเล่นสีของดอกได้ โดยจะเปลี่ยนแปลงไปตามค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ซึ่งการส่งดอกไฮเดรนเยียให้ หมายถึงการเว้าวอนขอโทษ ขอให้ได้รับการให้อภัย (ตามง้อว่างั้นเถอะ) เพราะดอกของมันสื่อภาษาดอกไม้ว่าจริงใจ ไม่เสแสร้งนั่นเอง ค่ะ


7.  ดอกไอริส...Ilis

ดอกไอริสเป็นดอกไม้ที่บานแล้วอยู่ได้ไม่นานนักก็โรยรา แต่กระนั้นความสวยของมันถูกใจผู้ได้รับแน่นอน มันแทนความหมายของการชื่นชม คำชมเชยที่น่ายินดีต่างๆทั้งกลีบดอกทั้งสามของมันยังแทนความหมายว่า ศรัทธาความรอบรู้ และความกล้าหาญ


8.  ดอกบัว...Lotus

ดอกไม้ชนิดนี้เป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนไทยและชาวพุทธทั้งหลาย เนื่องด้วยดอกบัวเป็นดังดอกไม้แทนความสงบและบริสุทธิ์ มันผุดขึ้นมาจากโคลนตมค่อยๆโผล่ดอกตูมขึ้นเหนือผิวน้ำ และบานไสวสวยงามได้ในที่สุด นอกจากดอกบัวจะมีความหมายต่อศาสนาพุทธแล้ว ยังมีความหมายต่อศาสนาฮินดู และตำนานของอียิปต์ด้วยเช่นกัน แม้จะมีการตีความแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ก็ยังมีความคล้ายคลึงร่วมกันอยู่ด้วย จะนำเรื่องราวของดอกบัวตามความเชื่อจากแหล่งทั้งสามมาบอกเล่าสู่กันค่ะ

ความหมายของดอกบัวตามตำนานอียิปต์โบราณ

ในดินแดนของอียิปต์โบราณนั้นมีดอกบัวสองชนิดที่ขึ้นอยู่ คือ ดอกบัวสีน้ำเงิน และดอกบัวสีขาวหากสังเกตดูในจารึกอักษรภาพ หรือไฮโรกลิฟฟิก ก็จะพบว่ามีภาพของดอกบัวปรากฎอยู่บ่อยครั้งในความหมายของชนอียิปต์นั้น

”ดอกบัวเป็นตัวแทนของสามความหมาย คือ การเกิดใหม่ ความตาย และการผนึกรวมกันของอียิปต์เหนือและใต้”
ในส่วนของการเกิดใหม่นั้น ชาวอียิปต์โบราณ กล่าวว่า ลักษณะของดอกบัวที่บานในตอนเช้าและเริ่มหุบในตอนบ่าย ก่อนจะค่อย ๆมุดลงใต้ผิวน้ำไปทีละน้อยและจะกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในเช้าวันถัดไป

เปรียบเหมือนกับการเกิดใหม่ และเหมือนกับการที่ดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ลาลับฟ้าในตอนเย็นย่ำ และโผล่มาทอแสงใหม่ยามรุ่งอรุณนั่นเอง”

 ขณะเดียวกันก็ยังผูกความหมายไว้กับความตายเนื่องด้วยคาถาแห่งความตายโบราณของอียิปต์บทหนึ่งว่าด้วยการเสกเปลี่ยนคนให้กลายไปเป็นดอกบัวนั่นเองส่วนความหมายสุดท้ายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการผนวกรวมกันระหว่างอียิปต์เหนือและใต้ เนื่องด้วยดอกบัวและอักษรไฮโรกลิฟฟิกนั้นมีมาก ในดินแดนทางตอนเหนือ ส่วนต้นปาไปรัสซึ่งนำมาใช้เป็นกระดาษนั้นขึ้นอยู่อย่างดาษดื่นในดินแดนทางใต้ เมื่ออักษรไฮโรกลิฟฟิกของดอกบัวมาปรากฎบนกระดาษปาไปรัส เป็นครั้งแรก จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผนวกรวมกัน ของดินแดนทั้งสอง



ความหมายของดอกบัวตามศาสนาพุทธ

ดอกบัวของศาสนาพุทธนั้นเป็นสัญลักษณ์ แทนความบริสุทธิ์ ของจิตใจที่สดใสผ่องแผ้วไม่มัวหมองและความศรัทธา อีกทั้งยังหมายถึงการตรัสรู้บรรลุธรรมอีกด้วย เมื่อเปรียบกับดอกบัวเคยอยู่ใต้โคลนตมที่ได้โผล่ผุดขึ้นมาพ้นพื้นผิวน้ำชูช่อไสวแย้มกลีบเบ่งบานรับแสงตะวันในที่สุด นอกจากนี้ดอกบัวสีต่างๆก็ยังเป็นสื่อกลางแทนความหมายที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังนี้

8.1 ดอกบัวสีน้ำเงิน แทนชัยชนะที่จิตและปัญญามีเหนือกิเลส
8.2 ดอกบัวสีขาว สื่อถึงความบริสุทธิ์ จิตใจที่สงบ ผ่องแผ้วสดใส 
8.3 ดอกบัวสีม่วง โดยปกติสีม่วงสื่อถึงความลึกลับ สำหรับ
ดอกบัวสีนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ที่สื่อความหมายถึงความลึกซึ้งของพุทธศาสนา ทั้งกลีบทั้งแปดของบัวสีม่วง ยังแทนมรรค 8 หนทางอันจะนำไปสู่การดับทุกข์ทั้งปวงนั่นเอง…
8.4 ดอกบัวสีชมพู จัดเป็นบัวที่ประเสริฐสุด และนับเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า 
8.5 ดอกบัวสีแดง สีแดงมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับใจ ดอกบัวสีแดงจึงสื่อความหมายถึงใจ ที่มีความรักและความเห็นใจต่อผู้อื่น


ความหมายของดอกบัวตามศาสนาฮินดู

ความหมายของดอกบัวในศาสนาฮินดู คือดอกไม้ที่สื่อถึงความงดงาม ความงอกเงย จิตวิญญาณ และความเป็นนิรันดร์ ทั้งดอกบัวยังเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฎมาพร้อมๆ กับเทพของฮินดู เช่น… พระนางลักษมี ที่นั่งบนดอกบัวบาน เป็นต้น รวมทั้งมีความหมายที่คล้ายคลึงกับดอกบัวของศาสนาพุทธ ที่เปรียบคนเขลาและผู้ปราดเปรื่องดังบัว 4 เหล่าโดยในทางฮินดูบอกว่าแม้จะเป็นคนสติเขลาเบาปัญญา แต่ก็ยังสามารถเรียนรู้แล้วค่อยๆเจริญสติขึ้นมาได้เช่นกัน


9.  ดอกลิลลี่ญี่ปุ่น...Oriental Lilly

ดอกลิลลี่ถือเป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่ผู้คนนิยมนำมาจัดเป็นช่อดอกไม้กันมากๆ(แถมยังมีราคาแพงลิบลิ่วอีกด้วย)ส่วนของลิลลี่พันธุ์ผสมอย่างลิลลี่ญี่ปุ่น หรือลิลลี่ลูกผสมสายพันธุ์ตะวันออกก็เป็นที่นิยมกันมากเช่นกันค่ะ ด้วยเพราะมีช่อดอกที่ชูเชิดตั้งช่อดอกสวยสง่าไม่คว่ำหน้าลง กลีบดอกมีสีครีมนวลเนียนนุ่มราวแพรไหม และมีลายจุด ซึ่งดูเหมือนว่ามีการหยดสีแต่งแต้มให้ดูสวยงาม โดยเฉพาะลิลลี่ดอกสีขาวจะหมายถึง ความบริสุทธิ์และความจริงใจ หากหนุ่มๆคนไหนส่งช่อดอกลิลลี่สีขาวไปให้แก่สาวๆคนไหนล่ะก็ รับรองได้ว่าสาวรายนั้นจะต้องปลื้มไปเป็นเดือนๆอย่างแน่นอนค่ะ


10. ดอกกุหลาบ...Rose

มาถึงดอกไม้ยอดฮิตอย่างดอกกุหลาบที่นิยมส่งให้กันแทนความหมายของคำว่ารัก ทั้งยังเป็นดอกไม้ที่เทพีแห่งความรัก (อะโฟรไดท์)มอบให้เทพแห่งความรัก (อีรอส) อีกด้วยค่ะ
แต่กุหลาบแต่ละสี รวมทั้งการผสมผสานกันระหว่างสีก็ยังสื่อความที่ละเอียดอ่อนลงไปได้อีกภาษาดอกไม้ของกุหลาบแต่ละสี สื่อความว่าอย่างไรบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

10.1  กุหลาบคริสมาสต์ ความสงบสุข
10.2  กุหลาบสีแดง รักแท้ รักที่ร้อนแรง
10.3  กุหลาบสีฟ้าหรือน้ำเงิน ความลึกลับ หรือรักแรกพบ 
10.4 กุหลาบสีขาว รักมั่นคง ความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาความอ่อนเยาว์ รวมทั้งความอ่อนน้อนถ่อมตน 
10.5 กุหลาบสีดำ ความตาย การจากลา ความเป็นนิรันดร์ หรือการเกิดใหม่
10.6  กุหลาบสีเหลือง มิตรภาพ และความยินดี แต่ในอีกทางก็หมายถึงความริษยา ความรักที่แห้งเหี่ยว รักที่ผิดหวังและการหักหลังได้ด้วยเช่นกัน
10.7 กุหลาบสีชมพู ความงามสง่า
10.8 กุหลาบสีชมพูเข้ม ความรู้สึกขอบคุณ
10.9 กุหลาบสีชมพูอ่อน เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ความอ่อนเยาว์ รวมทั้ง ความปรารถนา เสน่หา
10.10กุหลาบสีแดงเบอร์กันดี ความงามอย่างหาที่ติไม่ได้
10.11กุหลาบสีส้ม ความปรารถนา ความเสน่หา การกระตุ้นเร้า
10.12กุหลาบสีม่วง รักแรกพบ 
10.13กุหลาบสีขาวและแดง ความผูกพัน รวมกันเป็นหนึ่ง และก็ยัง(เป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของสหราชอาณาจักร)ด้วยค่ะ
กุหลาบสีแดงและเหลือง แสดงแทนความยินดี 

10.14กุหลาบสีชมพูและขาว "ผมรักคุณ และจะรักตลอดไป"
10.15กุหลาบสีเหลืองและส้ม ความปรารถนาที่เร่าร้อน
10.16กุหลาบไร้หนาม รักแรกพบ 


11.  ดอกทานตะวัน...Sunflower

ดอกไม้สีเหลืองสดใสที่ชูช่อเบ่งบานหันทิศติดตามแสงแห่งตะวันอยู่เสมอ เป็นดอกไม้ที่แทนความคิดที่ปราดเปรื่องรวมทั้งแทนความหมายของรักบริสุทธิ์ได้อีกด้วยค่ะ


12.  ดอกทิวลิป...Tulip

ดอกไม้สีสันสวยงามสดใสจากแดนกังหันชนิดนี้ แต่เดิมนั้นมีที่มาจากเปอร์เซียเคยเป็นดอกไม้ ที่มีราคาแพงลิบเท่ากับบ้านทั้งหลังเลยทีเดียวดังนั้นจึงถูกใช้เพื่อแทนถึงความรักที่ถ่ายทอดไปให้ได้แบบไม่มีวันหมดนั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เขียนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในครั้งต่อๆไปก่อนที่
คุณผู้ชม จะส่งมอบช่อดอกไม้สวยๆไปให้ใครก็ตาม ซึ่งนอกเหนือจากจุดประสงค์ที่คุณต้องการจะให้ผู้รับได้ชื่นชมในความสวยสดงดงามของมันแล้ว คุณผู้ชมก็จะต้องไม่ลืมนึกถึงหลักเกณฑ์สำคัญข้อนี้โดยเด็ดขาด!! ซึ่ง ก็คือ ความหมายของ ดอกไม้แต่ละชนิดที่คุณส่งไปนั่นเองคะข้อนี้สำคัญมากๆเลยนะคะ ไม่ว่าคุณผู้ชมจะส่งช่อดอกไม้สวยๆไปให้คนรักหรือจะส่งให้กับเพื่อนฝูงรวมถึงคนรู้จักในโอกาสอะไรก็ตาม ภาษาของดอกไม้ชนิดนั้นๆจะเป็นผู้ทำหน้าที่ช่วยเน้นย้ำความรู้สึกที่คุณผู้มีต่อผู้รับได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ

ขอขอบคุณ:Cr.เจ้าของภาพต่างๆที่ผู้เขียนได้นำมาจาก(อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ!! ขอบคุณที่มาของภาพข้อมูลจาก:วิกิพีเดีย,  ,และข้อมูลเพิ่มเติม,(บางส่วน)จาก :อินเตอร์เน็ตค่ะ
เรียบเรียงโดย: โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์



เรียบเรียงโดย

โชติกา พิรักษา


Suggess News

Recommend News