ย้อนปมชีวิต ไฮโซเชอรี่ เริ่มจากศูนย์พลิกมีเงินร้อยล้าน...ก่อนเจอปมสั่งตายไม้เบสบอลทุบกะโหลกแตกคาโรงแรมหรู

ย้อนปมชีวิต "ไฮโซเชอรี่" เริ่มจากศูนย์พลิกมีเงินร้อยล้าน...ก่อนเจอปมสั่งตายไม้เบสบอลทุบกะโหลกแตกคาโรงแรมหรู

Publish 2018-08-01 14:03:06

 

         จากเหตุการณ์ฆาตกรรมโหดไฮโซสาวเชอรี่  หรือ น.ส. ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์  เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  วัย 39 ปี ญาตินักแสดงหนุ่มชื่อดัง อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์   เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมาโดยเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา 13.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวถูกทำร้ายอยู่ภายในห้องพักโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตลาดพร้าว จึงรีบเข้าไปดูยังจุดเกิดเหตุ โดย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู  ผกก.สน.โชคชัยตำรวจฝ่ายสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมแพทย์นิติเวช  โรงพยาบาลตำรวจ เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ห้องพักชั้น 7 พบศพไฮโซเชอรี่ สวมชุดสีฟ้า นั่งอยู่ขอบเตียง สภาพศพพบบาดแผลถูกตีที่ศีรษะจนยุบ บนเตียงยังพบไม้เบสบอลเปื้อนเลือด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่า รถเบนซ์รุ่นอี 220 ของผู้ตายนั้นได้หายไป

 

 

 

        ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเบาะแสเกี่ยวกับการฆาตกรรมโหดในครั้งนี้ อาจเป็นฝีมือคนใกล้ชิดอย่าง นายอัศยา ชัยภา อายุ 33 ปี หรือ นายโก้ เนื่องจากเมื่อย้อนดูกล้องวงจรปิดของกลางดึกวันที่ 26 ก.ค. พบว่า มีการเข้ามาในห้องสถานที่เกิดเหตุพร้อมไฮโซเชอรี่  ก่อนที่อีกวันนายโก้จะออกมาจากห้องเพียงผู้เดียว และหลังจากนั้นจึงพบศพไฮโซเชอรี่อย่างที่เป็นข่าว ก่อนหน้าเหตุฆาตกรรม นายโก้ ได้เข้ามาเปิดห้องพักนี้เป็นเวลา 1 เดือน  นายโก้ นั้นถือว่าหนึ่งในคนคอยดูแลทรัพย์สิน  บัญชี ในเครือบริษัทของไฮโซเชอรี่ และจากประวัติการติดหนี้พนันนั้นอาจเป็นสาเหตุในการฆ่าครั้งนี้

 




 

        ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งออกหมายจับกุมตัวนายโก้ มาดำเนินคดี โดยตั้งข้อหาเจตนาฆ่าและลักทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสันนิฐานว่านายโก้นั้นได้หลบหนีไปทางฝั่งชายแดนประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

 

       และเมื่อไม่นานนี้ นายปฐมพัฒน์ พี่ชายของไฮโซเชอรี่ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ อาลัยถึงน้องสาวตนในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...วันที่สูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว น้องสาวผู้ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของครอบครัว จากไปไม่มีวันกลับ เชอร์รี่ (ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) วันนี้ครอบครัวเรามาพร้อมหน้าแล้วนะเชอร์รี่ รักน้องคนนี้ผู้หญิงคนเดียวของบ้านเรา เจ้าหญิงน้อยขอให้หลับมีความสุขบนสวรรค์ 

 

        พันตำรวจเอกสุพล ค้ำชู ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัยกล่าวถึง ความคืบหน้าคดีนางสาวธิติมาตั้งวิบูลย์พาณิชย์ไฮโซสาวชื่อดังถูกทำร้ายเสียชีวิตที่ห้องพักในโรงแรมชื่อดังย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรมว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถเบนซ์ตายของผู้ตายจอดทิ้งไว้จอดทิ้งไว้บริเวณใกล้ด่านชายแดนไทยกัมพูชาจังหวัดจันทบุรีโดยจอดไว้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมาตรวจสอบพบรถถูกล็อคไม่พบกุญแจ คาดว่าผู้ต้องหาเอากุญแจติดตัวไป ซึ่งติดต่อญาติขอกุญแจสำรองมาเปิดเพื่อตรวจสอบแล้ว   

 

       พร้อมกันนี้ ตร กำลังตรวจสอบว่า รถนำมาจอดไว้เฉยๆ หรือมีผู้รับจำนำรถคันดังกล่าวหรือไม่ เพราะพฤติกรรมของผู้ต้องหาติดการพนัน ส่วนที่อ้างว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องกาเดินเข้าออกชายแดนไทย กัมพูชานั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบแต่คาดว่าผู้ต้องหาน่าจะข้ามชายแดนหรือไม่ก็อยู่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาแล้ว หากพบผู้ต้องหาให้ควบคุมต้วมาส่งทันที จากข้อมูลทราบว่าผู้ต้องหามีการเบิกเงินจำนวนหลายแสนบาทจากธนาคาร ซึ่งต้องตรวจสอบกับธนาคารว่าเบิกก่อนหรือหลังก่อเหตุ

 

 


 

       ไฮโซเชอรี่ นั้นถือเป็นคนดังอีกคนหนึ่งเป็นที่รู้จักดีของวงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากไฮโซเชอรี่นั้นประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ด้านการศึกษาไฮโซเชอรี่ จบจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ หลังเรียนจบได้ 10 วัน ไฮโซเชอรี่ได้บินไปศึกษาต่อด้านภาษาที่สหรัฐอเมริกา แต่เกิดจุดหักแหในชีวิตจนได้ก้าวเข้ามาเปิดร้านอาหาร ไทยแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ไทยคาเฟ่  แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนชื่นชมในตัวไฮโซเชอรี่นั้น เพราะความเก่ง เพราะการเปิดร้านอาหารของเธอนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีครึ่ง ก็สามารถประสบความสำเร็จ ซึ่งถือว่าด้วยวัย 23 ปี ในตอนนั้น เป็นที่โด่งดังในหมู่ร้านอาหารด้วยกันเป็นอย่างมาก ก่อนจะขายกิจการทิ้งกลับมาประเทศไทย และหันมาจับธุรกิจอสังหริมทรัพย์แทน แถมเธอยังเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน 3 แห่ง มูลค่าหลายร้อยล้าน 

 

 
      ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าคดีนี้จะเป็นเช่นไรเนื่องจากตัวไฮโซเชอรี่ถือเป็นนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง และหลายฝ่ายต่างจับตาว่าคดีนี้จะจบเช่นไรต่อไป



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย