1ปี30กิโล  ทิศทางนปช. หลังจตุพรสลัดโซ่ตรวน กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง  เมื่อชะตากรรมแกนนำ ไม่หยุด(คุก)อยู่รอบที่4

1ปี30กิโล ทิศทางนปช. หลังจตุพรสลัดโซ่ตรวน กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง เมื่อชะตากรรมแกนนำ ไม่หยุด(คุก)อยู่รอบที่4

Publish 2018-08-03 08:24:51



       น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วที่ประธานกลุ่มแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)อย่างเดอะตู่ จตุพร พรหมพันธ์ จะได้ออกมาสัมผัสอิสรภาพอีกครั้ง เมื่อนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ออกมาเปิดเผยเองว่า แกนนำนปช.คนสำคัญจะครบกำหนดโทษในวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดยเรือนจำจะปล่อยตัวก่อนเวลา 08.00 น. ทั้งยังพูดไปถึงสุขภาพของนายจตุพร ว่าแข็งแรงดี ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หุ่นดีขึ้นด้วยน้ำหนักตัวลดลงไป 30 กิโลกรัม



 

 

 

       แล้วก็เป็นนายก่อแก้ว พิกุลทอง ที่ออกมากล่าวถึงการปล่อยตัวนายจตุพร ในวันที่ 4 ส.ค. โดยแกนนำนปช.นัดหมายไปรอรับนายจตุพร ที่หน้าเรือนจำ ทั้งบอกว่าจะมีมวลชนจำนวนมาก ไปรอต้อนรับนายจตุพรด้วย จากนั้นไปที่บ้านนายจตุพร เพื่อรับประทานอาหาร ร่วมกันเป็นการเลี้ยงรับขวัญ และยังเตรียมอาหารไว้รองรับมวลชนด้วย

 

 



 

 

       สำหรับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปราศรัยในที่ชุมนุม นปช.ใส่ความนายอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลชั่วเลวที่สุด สั่งการให้คนเสื้อน้ำเงินยิงคนเสื้อแดงช่วงการประชุมอาเซียน สร้างสถานการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยว่าถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถเพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง เป็นการจัดฉากของรัฐบาลทรราชฟันน้ำนม และเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดต้องถูกประหารชีวิต ซึ่งในคดีนี้เองส่งประธานนปช.กลับเข้าเรือนจำเป็นรอบที่ 4

 

 

       นอกจากคดีที่ถูกพิพากษาดำเนินการกระบวนการไปแล้ว ก็ยังพบว่า  นายจตุพร ยังเหลือคดีค้างเก่าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างน้อย 4 คดีดังนี้

 

คดีดักฟังโทรศัพท์ (คดีหมายเลขดำ อ.177/2551)               จำเลยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างฎีกา

 

คดีก่อการร้ายจากการชุมนุมการเมืองปี 2553 (คดีหมายเลขดำ อ.2542/2553)จำเลยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับพวกรวม 24 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์

 

คดีชุมนุมบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 2550 (คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557) นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับแนวร่วมอีก 1 คน            รอศาลอาญานัดสืบพยาน

 

คดีนำมวลชนบุกล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 โดยตำรวจสภ.เมืองพัทยา ได้นำคดีมาพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นก็มีความเห็นควรสั่งฟ้อง 7 แกนนำนปช. และหนึ่งใน7นี้ก็มี นายจตุพร รวมอยู่ด้วย

 

 

       อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่นับคดีที่กำลังพิจารณาอยู่ในศาลทหาร อย่างคดีตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติฯ ที่นอกจากนายจตุพรแล้ว 17 แกนนำนปช.ก็ยังโดนกันถ้วนหน้า รวมทั้งที่ศาลอาญาเพิ่งนัดตรวจพยานหลักฐานคดีชุมนุมขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี2552ข้างๆทำเนียบรัฐบาล นี่จึงเห็นว่าแม้ประธานนปช.จะหลุดพ้นคดีหนึ่งคดีใดมาได้ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาจะใช้ชีวิตอย่างปกติได้อย่างราบรื่น ซึ่งไม่ต้องพูดถึงการจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้การจัดรายการไม่ว่าจะผ่านช่องทางไหน ก็คงไม่พ้นหูพ้นตาเจ้าหน้าที่ไปได้

 

 

     เช่นนี้แล้วแม้นางธิดา  ถาวรเศรษฐ ที่เทียวย้ำอยู่ตลอดเวลาหลังการเข้าเยี่ยมนายจตุพร เกือบทุกครั้งว่าจะไม่เปลี่ยนตัวประธานนปช. โดยหวังว่าเมื่อแกนนำคนสำคัญออกมาจากคุกแล้ว จะเดินถือธงนำต่อไป แต่ก็เชื่อว่า ในการเคลื่อนไหวของนปช.นับต่อจากนี้ เมื่อได้จตุพร กลับมาแล้วก็ยังคงไม่มีอะไรให้หวาดหวั่น เพราะต้องไม่ลืมว่าบรรดาแกนนำแทบทุกคนมีชนักปักกลางหลังกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายจตุพร ที่อาจเรียกได้ว่า มีความสุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ในการจะเดินกลับไปนอนเรือนจำรอบที่5

 

       ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักหรอก ที่ปรากฏคนเสื้อแดง หรือ แนวร่วมบางคน จะหันหลังให้นปช. โดยไปร่วมทำงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ กระทั่งแรมโบ้อีสาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งสำหรับคอการเมืองคงได้ยินกันบ่อยกับเสียงเรียกร้องให้นปช.ตั้งพรรคการเมืองลงสู้เลือกตั้ง เรื่องนี้จึงมีความน่าสนใจ ทุกคนอยากฟังคำตอบสุดท้ายจากปากนายจตุพร แม้คำตอบนั้นได้ถูกเฉลยมาก่อนหน้าแล้วก็ตาม ?!?

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว