12 ส.ค. น้อมรำลึก เรื่องราวความรักของสองพระองค์ สู่ราชินี แม่ของแผ่นดิน

Publish 2018-08-12 13:57:47


 

       สิงหาคม เดือนมหามงคลของคนไทยทั้งประเทศ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี คนไทยได้ยกให้เป็นวันแม่แห่งชาติ ถือโอกาสให้วันนี้เป็นวันที่คนไทยจะแสดงความรักต่อแม่ของตนเอง และแม่ของแผ่นดิน ในวันนี้สำนักข่าวทีนิวส์จึงได้เรียบเรียงเรื่องราวพระราชประวัติของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาให้ได้ทราบกันอีกครั้งเส้นทางความรักแม่ของแผ่นดินที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคนไทยไม่รู้คลาย

 

      สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร (ภายหลังเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) ประสูติแต่หม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ บ้านของพลเอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระรามที่ 6 ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร อันเป็นบ้านของพระอัยกาฝ่ายพระมารดา มีพระเชษฐาสองคนคือหม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์และหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ และมีพระกนิษฐาคนหนึ่งคือท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์

 

     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และโดยพระชนมายุจึงนับเป็นพระกุลเชษฐ์พระองค์ปัจจุบันในพระบรมราชจักรีวงศ์ เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขณะที่พระราชสวามีเสด็จออกผนวช ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 พระองค์จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ปีเดียวกันนั้น ถือเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของกรุงรัตนโกสินทร์ต่อจากสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 (ภายหลังคือ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)

 



     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.9 ที่พสกนิกรชาวไทยต่างยกย่องและเทิดทูนพระองค์ท่านเป็นแม่ของแผ่นดิน ซึ่งจุดเริ่มต้นความรักเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ท่านได้เสด็จฯ ไปยังปารีส ท่านก็ได้ทรงโทรศัพท์ถึงสมเด็จพระราชชนนี เพื่อทูลว่าได้เสด็จฯ ถึงปารีสแล้ว สมเด็จพระราชชนนีท่านก็ทรงถามถึงธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลว่า "สวยน่ารักไหม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.9 ก็ทรงทูลตอบทันทีว่า "เห็นแล้ว น่ารักมาก"

 

     ในขณะนั้นไม่มีผู้ใดทราบถึงความในพระราชหฤทัยของท่าน จนเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น วันหนึ่งในเดือนตุลาคม ปี 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงขับรถพระที่นั่งออกจากเมืองโลซานน์เพื่อไปยังปารีส ได้ทรงประสบอุบัติเหตุรถยนต์พระที่นั่งชนกับรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บพระอาการค่อนข้างสาหัส และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 มีพระอาการรู้สึกพระองค์หลังจากทรงประสบอุบัติเหตุแล้ว ได้มีพระราชกระแสรับสั่ง ให้โทรเลขขออนุญาต ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร ให้ส่ง ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เข้าเฝ้าฯ ถวายการอภิบาลรักษา ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

      ม.ล.บัว กิติยากร ผู้เป็นพระชนนี ได้นำธิดาทั้งสองเข้าเฝ้า แล้วถวายบังคมกลับกรุงลอนดอน โดยให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ประทับอยู่กับสมเด็จพระราชชนนี ที่เมืองโลซานน์ และ ได้ศึกษาต่อที่นั่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงพอพระราชหฤทัยในฝีมือเปียโนของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร และ ทรงฟังอยู่เสมอๆ หลังจาก เฝ้าถวายอภิบาลจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 มีพระอาการทั่วไปคืนสู่ปกติแล้ว ม.ร.ว.สิริกิติ์ ได้กราบถวายบังคมลา กลับไปพำนักกับพระบิดา ที่ประเทศอังกฤษ

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ได้มีพระราชกระแสรับสั่งว่า "พระองค์ได้ทรงรักหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร อย่างแน่นอน" เหตุผลเพราะว่าเมื่อทรงฟื้นคืนพระสติครั้งแรกนั้น ก็ทรงระลึกถึงบุคคลเพียงสองคนคือ สมเด็จพระราชชนนี และ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งแสดงถึงความจริงที่สถิตอยู่ในพระราชหฤทัย

 

      หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ได้ทรงขออนุญาตหม่อมเจ้านักขัตรมงคล บิดาของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เพื่อขอให้มาเฝ้าถวายการดูแลพระอาการเป็นกรณีพิเศษ โดยให้อยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนี ก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่เดิม กระชับแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความรัก ต่อมาภายหลัง หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ก็ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ทำให้ในหลวงภูมิพลท่านต้องทรงเดินทางกว่า ๖๐๐ กิโลเมตร กว่าที่จะได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในแต่ละครั้ง

 



    จนในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2492 ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 17 ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ณ สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงได้พระราชทานแหวน (ซึ่งเป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก เคยประทานให้แก่สมเด็จพระบรมราชชนนีในครั้งอดีต) ให้แก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และได้มีพระราชกระแสรับสั่งในขณะที่ทรงมอบว่า "สิ่งนี้เป็นของสำคัญยิ่งและเป็นที่ระลึกด้วย"

    28 เมษายน  2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ซึ่งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

   ในปี พ.ศ.2521 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระราชทานสัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสารคดีเรื่อง "ขวัญของชาติ" ซึ่งพระองค์พระราชทานสัมภาษณ์ถึง "รักแรกพบ" ที่ประชาชนชาวไทยอ่านแล้วต้องยิ้มตาม และซาบซึ้งในความรักอันล้ำค่าของพระองค์ โดยในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น มีความตอนหนึ่งว่า

   "สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง 3 ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้า ต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ

    จากนั้นก็กลายเป็นความรัก ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง 15 ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน ที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนี

    พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ก็ตรัสให้นำ ตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้าฯ พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้น ข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึง หน้าที่ และ ภารกิจ ของพระราชินีเลย"


ขอบคุณคลิป : kwankao Lunla  



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน