ถอดรหัสพิสูจน์ตัวตน 7 ข้อ ไม่ลับฉบับมาดามแป้ง กว่าจะแกร่งเช่นทุกวันนี้

ถอดรหัสพิสูจน์ตัวตน 7 ข้อ ไม่ลับฉบับมาดามแป้ง กว่าจะแกร่งเช่นทุกวันนี้

Publish 2018-08-16 16:17:00


 

      ถือเป็นอีกหนึ่งหญิงแกร่งในสังคมไทย กับมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ที่คุมทัพนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเข้าสู้ศึกเอเชียนเกมส์ นัดเก็บแต้มประเดิมสนามแรกเจอกับญี่ปุ่น ถือเป็นงานหินเนื่องจากสถิติทีมชบาแก้วนั้นยังไม่สามารถยิงประตูและชนะญี่ปุ่นได้ จึงค่อนข้างกดดัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะจากการเก็บตัวที่ญี่ปุ่นถือว่าได้ปรับสภาพของนักฟุตบอลหญิงแต่ละคนให้มีโอกาสเก็บแต้มมากขึ้น ซึ่งวันที่ 16 ส.ค. 2561 นี้ ทีมฟุตบอลชบาแก้วของไทยจะลงแข่งประเดิมสนามนัดแรกกับญี่ปุ่น เวลา 18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย 

 

 

     มาดามแป้งนั้นถือเป็นอีกหนึ่งคนคุณภาพที่ก้าวเข้ามาในวงการกีฬาฟุตบอลหญิง กว่า 11 ปี ที่ผ่านมา โดยปฎิเสธไม่ได้ว่า มาดามแป้ง นั้นเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ที่โอบอุ้มให้วงการฟุตบอลหญิงก้าวเข้ามาสู่แถวหน้า ซึ่งมีมาดามแป้งเป็นผู้กำกับในบทบาทผู้จัดการทีม คอยหยิบยื่นโอกาสต่างๆ ให้เหล่าสมาชิกนักเตะหญิงทีมชาติไทย ทั้งยังให้อาชีพแก่นักเตะหญิงกว่าครึ่งทีมเป็นพนักงานของ บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในยามที่ไร้การแข่งขัน วันนี้ทางสำนักข่าวทีนิวส์จึงได้รวบรวม 7 ข้อ แกร่งของผู้หญิงที่ชื่อ นวลพรรณ มาให้ได้อ่านกันกับการต่อสู้สู่ความสำเร็จของเธอในด้านต่างๆ

 



 

    1. มาดามแป้งนั้นถือเป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของตระกูลล่ำซำ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินภายใต้ชื่อธนาคารกสิกรไทย และเมืองไทยประกันชีวิต เป็นบุตรของนายโพธิพงษ์ ล่ำซำ กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กับนางยุพา ล่ำซำ มีน้องสาวและน้องชายอย่างละคนคือนางวรรณพร พรประภา และนายสาระ ล่ำซำ ด้วยมีคุณพ่อเป็นนักการเมืองจึงไม่แปลกที่มาดามแป้งจะซึมซับเลือดนักสู้มาอย่างเต็มเปี่ยม

 

 

  2. แม้ชีวิตด้านครอบครัวของมาดามแป้งครั้งอดีตที่ได้สมรสกับ ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ จะไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งมีลูกด้วยกัน 1 คนคือ น้องปราง นวลวรรณ พรรณเชษฐ์ แต่ด้วยหน้าที่ของแม่ แม้จะหย่าขาดจากอดีตสามี ดร.วัชระ ในปี 2532  ก็ยังสามารถอาศัยรวมบ้านเดียวกันได้ จนพบรักครั้งใหม่กับพันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทร์ และได้สมรสอย่างเงียบๆ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยเธอได้เขียนประวัติการใช้ชีวิตแต่งงานครั้งแรกกับ ดร.วัชระ ไว้ในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ ชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพื่อเตือนใจให้หญิงสาวหลายคน ในบางเรื่องที่ตัดสินใจเร็วได้ก็ดี แต่เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องทำความเข้าใจการใช้ชีวิตคู่ให้ดีเสียก่อน โดยมาดามแป้งเคยกล่าวว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะเลือกตัดสินใจเหมือนเดิม แม้จะรู้ว่าผลลัพธ์เป็นเช่นไร และไม่เคยมองว่าเป็นความผิดใครแต่ให้ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ และน้องปรางคือของขวัญที่วิเศษที่สุด

 

 

 

      3. มาดามแป้งในด้านของการทำธุรกิจนั้นเธอได้รับฉายาสวยประหาร ด้วยความเก่งที่สามารถก้าวเข้ามาขึ้นนั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจประกันภัยของตระกูล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด ทั้งยังเปิดกิจการของตัวเองอีกมากมาย ทั้งนำเข้าสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมหลายแบรนด์ ผ่านทางบริษัท วรรณมานี จำกัด และบริษัท ซังออนอเร่ (กรุงเทพ) จำกัด เริ่มจากแบรนด์แรก คือ แอร์เมส (Hermes) จนมีมากมายหลายแบรนด์ในปัจจุบัน เช่น เอ็มโพริโอ อาร์มานี (Emporio Armani), ทอดส์ (Tod's), Rodo, โคลเอ้ (Chole), Christofle และบลูมารีน (Blumarine)
        
นอกจากนี้เมื่อปี พ.ศ. 2546 นวลพรรณยังร่วมหุ้นกับเพื่อน นำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอาง "Skin Ceuticals" โดยมี หุ้นส่วนคือ เมทินี กิ่งโพยม, อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ และน.พ.จักรินทร์ ทัฬหชาติโยธิน เปิดบริษัทชื่อ "Foure C" ที่สุขุมวิท 24

 

 



 

       4. ปลายปี พ.ศ. 2549 ชื่อของมาดามแป้งกลับมาฮือฮาอีกครั้งเมื่อตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการ การเมืองในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ผู้เป็นบิดา เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค หลังถูกทาบทามจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ให้เดินตามรอย โพธิพงษ์ ล่ำซำ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยงานแรกที่นวลพรรณรับผิดชอบคือ งานฉลองครบรอบ 60 ปี พรรคประชาธิปัตย์

 

 

 

 

       5. การก้าวเข้ามาในวงการเมือง เมื่อปลายปี พ.ศ. 2549 ถือเป็นใบเบิกทางที่สำคัญต่อมา ให้วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549 มาดามแป้งรับตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มี นาย อภิรักษ์  โกษะโยธิน ดำรงตำแหน่งในตอนนั้น เพิ่มอีกตำแหน่ง วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557 ถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559 ดำรงตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษาประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

      6. มาดามแป้งเคยเป็นผู้จัดการทีมนักกีฬาคนพิการหญิงคนแรกของประเทศไทย กีฬาเฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ 9  ที่ประเทศมาเลเซีย วันที่ 25 พฤศจิกายน -1 ธันวาคม พ.ศ. 2549 จากนั้นไม่นาน มาดามแป้ง ก็ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลด้วยการ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ก่อนจะคว้าแชป์มากมาย ผลงานเด่นในวงการกีฬา คือพาทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย คว้าอันดับ 5 ในศึกเอเชียน คัพ ด้วยการชนะ “เจ้าภาพ” เวียดนาม 2-1 ซึ่งชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้แข้งสาวไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ไปลุยฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ได้สำเร็จ

 

     7.มาดามแป้งเคยคิดจะลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิง ถึงขั้นจะประกาศลาออก เพราะทนเห็นทีมถูกทอดทิ้งจากสมาคมฟุตบอลไม่ไหว แต่ด้วยเสียงห้ามจากหลายฝ่ายและความผูกพันธ์ที่มีให้ทีม ทำให้ วันที่ 4 ตุลาคม 2558  เมื่อครั้งงานคอนเสิร์ตเมืองไทย ครั้งที่ 8 มาดามแป้งได้ตัดสินใจประกาศก่อนเริ่มงานว่าจะกลับมารับหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลอีกครั้ง เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนๆ ฟุตบอลหญิงอย่างมาก

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนน้อยของความสามารถและความอดทนของมาดามแป้ง ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่รอให้เธอพิสูจน์ฝีมือ ในด้านต่างๆ และมาดามแป้งถือเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งในสังคมไทยที่เป็นต้นแบบของผู้หญิงยุคใหม่สามารถทำได้หลากหลายหน้าที่ จนถูกยกย่องให้เป็นหญิงแกร่งในวงการกีฬาอีกคนหนึ่งของประเทศไทย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย