จตุพรสวนณัฐวุฒิ ชัดวันนี้เดินคนละแนวทางกับระบอบทักษิณ

"จตุพร"สวน"ณัฐวุฒิ" ชัดวันนี้เดินคนละแนวทางกับระบอบ"ทักษิณ"

Publish 2018-08-19 15:55:35


จากกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษแทบลอยด์หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 19 ส.ค.  ถึงนำถามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษใน เว็บไซต์ประชาไท  ในทำนองที่ว่าพรรคเพื่อไทยขาด”ทักษิร ชินวัตร”ไม่ได้  ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องยอมรับคุณูปการของการเป็น ทักษิณ ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง



โดยความคิดเห็นของจตุพร ค่อนข้างที่จะสวนทางกับนายณัฐวุฒิอย่างรุนแรง นับว่าเป็นการสวนที่น่าสนใจ ในหลักการที่ว่า พรรคการเมืองจะยึดติดกับตัวบุคคลไม่ได้ ควรจะเอาอุดมการปราธิปไตยเป็นตัวตั้ง ..โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

 

 

จากสัมภาษณ์พิเศษแทบลอยด์หนังสือพิมพ์ไทย นายจตุพร ได้ตอบคำถามที่ว่าตอนนี้มวลชนคนเสื้อแดงยังเหนียวแน่นกับเพื่อไทยอยู่หรือไม่ว่า ตนเอาหลักการประชาธิปไตยเป็นตัวตั้งดีกว่า พรรคการเมืองวันหนึ่งถ้าเขาเปลี่ยนจุดยืน แล้วประชาชนที่ยืนอยู่ด้วยจุดยืน มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยก็ต้องแสดงจุดยืนที่มั่นคง  หรือแม้กระทั่งใครก็ตามที่จะมานำเสนอจุดยืนประชาธิปไตยที่มั่นคง ก็ให้เป็นทางเลือก แต่ว่าเราไม่ได้คบกันในฐานะที่ว่าจะต้องเป็นของตายซึ่งกันและกัน

 

เมื่อถามว่ามองเพื่อไทยวันนี้อย่างไร ต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปอย่างไร จตุพร ให้ความเห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องคิดตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคต และอะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อน ต้องปฏิรูป และความจริงพรรคการเมืองทุกพรรคต้องปฏิรูป เพราะถ้าคิดแบบเดิมก็จบแบบเดิม คือตอนนี้ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะตนไม่ได้มีสิทธิ์ทางการเมือง แต่มองในฐานะว่าก็ควรที่จะยกเครื่อง อย่างที่บอกว่าถ้าเริ่มต้นแบบไหนก็จะจบลงแบบนั้น ปัญหาก็คือว่าอะไรคือปัญหา อะไรคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้  อะไรคือสู้ได้ อะไรคือสู้ไม่ได้ มีหลายเรื่องต้องนำไปคิด แต่ก็คงไม่นำเสนอ แต่หากไม่เปลี่ยนแปลงเลย ไม่ปฏิรูปเลยก็จะจบลงแบบเดิม

 

 

"ในมุมมองของผมต้องการให้การเมืองอยู่บนหลักการมากกว่าตัวบุคคล การเมืองถ้าผูกติดกับอุดมคติแนวทางอุดมการณ์มันจะยั่งยืน ส่วนตัวบุคคลสามารถถูกทำลายได้ มีขึ้นมีลง มีบวกมีลบ นี่คือโลกแห่งความจริงหนีไม่พ้น จึงควรต้องยึดแนวทางอุดมการณ์เป็นหลัก คือควรต้องนำบุคคลออกไป การตัดสินแนวทางอุดมการณ์ต้องเอาหน้าคนออกไป เช่นเดียวกับความยุติธรรมไม่ต้องดูหน้า อุดมการณ์ดูหน้าไม่ได้  แต่ต้องดูที่แกนและเนื้อหาว่าความจริงคืออะไร

 



อย่างไรก็นายจตุพร ยังได้มองสถานการณ์ในพรรคเพื่อไทยถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากยังยึดติดกับตัวบุคคลหรือคนจากตระกูลชินวัตร ซึ่งเป็นจุดที่นายจตุพรมองว่าปัญหา หรือ อุปสรรคในการเดินหน้าต่อ

 

โดยนายจตุพรกล่าวว่า หากยังเป็นแบบเดิมคือมีคนในตระกูลชินวัตรขึ้นมาเป็นหัวหน้า นำพาพรรคเพื่อไทยต่อ ก็อาจเกิดปัญหาแบบเดิม นายจตุพรกล่าวว่าเขาต้องคิดเอง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่เขาก็ควรจะคิด คือถ้าเป็นภาษาสื่อมวลชนก็คือ เราไม่ควรจะสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้งติดต่อกัน สะดุดครั้งแรกก็โอเคเพื่อให้รู้ว่ามันมีก้อนหิน แต่สะดุดครั้งที่สองมันคนละอย่าง ไม่ควรสะดุดหินก้อนเดิมถึงสองครั้ง แต่ที่ผ่านมาก็เกินสองแล้ว เพราะฉะนั้นมันต้องคิด และต้องคิดให้มาก คือต้องข้าม อย่าไปห่วงเรื่องการเลือกตั้ง

 

"คนบางทีไปคิดแค่การเลือกตั้ง การหาตัวบุคคล การจัดการเรื่องเกมแห่งการเลือกตั้ง ซึ่งควรที่จะคิดให้มากกว่านั้นเพราะมันอาจทำให้เดินอย่างยั่งยืนได้ เพียงแต่ว่าพร้อมจะเปลี่ยนจะปฏิรูปหรือไม่  เพราะว่าหลายเรื่องหากมีการปฏิรูปก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างให้ฝ่ายการเมือง ซึ่งผมก็เห็นว่าทุกพรรคการเมือง ไม่เว้นแม้กระทั่งฝ่าย นปช. กลุ่มการเมืองก็ต้องมีการปฏิรูปตัวเองที่ต้องมีการหารือกัน ยุค 4.0 มันไปไกลมากแล้ว หากเราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีทางเดินได้ทันกับโลกปัจจุบัน"

 

 

ทั้งนี้นอกจากการที่นายจตุพรแสดงออก นอกจากการออกมาสวนทางกับนายณัฐวุฒิแล้ว วันนี้แสดงให้เห็นว่า นายจตุพรไม่ได้ผูกติดกับทักษิณแล้ว

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม