ด้วยแรงศรัทธา ชาวบ้านแห่เช่าเหรียญพระพุทธรูปเขาชีจรรย์ ปาฏิหาริย์บังเกิด เสี่ยอ้วน ปืนขัดลำกล้อง

ด้วยแรงศรัทธา ชาวบ้านแห่เช่าเหรียญพระพุทธรูปเขาชีจรรย์ ปาฏิหาริย์บังเกิด "เสี่ยอ้วน" ปืนขัดลำกล้อง

Publish 2018-08-24 18:40:41


จากกรณีคดีสะเทือนขวัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ หลังจากนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี พร้อมพวกวางแผนร่วมกันฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส อายุ 20 ปี ที่เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี



โดยภายหลังก่อเหตุเสี่ยอ้วนได้หลบหนีออกนอกประเทศ แต่ในที่สุดก็ถูกจับกุมได้หลังจากที่ ทางการไทยได้ดำเนินการประสานงานกับประเทศกัมพูชา ซึ่งทางเสี่ยอ้วนสารภาพว่าลงมือก่อเหตุฆ่าทั้งสอง คือ น.ส.ปวีณา และนายอนันตชัยจริง โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเสี่ยอ้วนไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดต่าง ๆ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น


ต่อมาก็มีเรื่องราวจากคำบอกเล่าในแวดวงของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นาจอมเทียน ที่ทำคดีดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีร่วมสังหารยิงฆ่าโหด 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัยจริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี เสียชีวิตหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

 

ทั้งนี้ปรากฏว่าในช่วงก่อนทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสี่ยอ้วน มีอาสาสมัครตำรวจสภ.นาจอมเทียน คือ นายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี รองประธานอาสาสมัคร ตำรวจป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ได้เกิดอาการแปลกประหลาดขณะคุ้มกันการทำแผน และมีการพูดออกมาด้วยว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด”และขับร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน  ทำให้หลายคนเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของน้องฟอสที่มาสิงร่าง เพื่อรอพบกับเสี่ยอ้วน และยังมีความแค้นจากการถูกฆ่าอย่างมาก 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : วิญญาณ "น้องฟอส" สิงร่างอาสาฯทวงเศร้า "ยิงผมทำไม" รับข่าว "เสี่ยอ้วน" จ่ายพ่อแม่สปาย7ล้าน
 



ล่าสุดหลังจบเหตุการณ์ทำแผนเสี่ยอ้วนลงมือสังหาร 2 ศพนั้น บริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก็ได้มีประชาชน และนักท่องเที่ยว หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังมีกระแสข่าวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จริง

 

เพราะได้บังเกิดอิทธิปาฏิหาริย์ กับเหตุการณ์การก่อเหตุฆาตกรรมอันโหดร้าย หลังจากที่เสี่ยอ้วน ควงปืนลูกโม่ขนาด .38 มม. จำนวน 2 กระบอก และนายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี ควงปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ลงมือสังหารคู่รัก น้องสปาย-น้องฟอส หน้าองค์พระพุทธรูป แต่ปืนทั้ง 3 กระบอก ดันยิงไม่ออก ก่อนมือสังหารทั้งสองคน จากนั้นก็พยายามลั่นไกจนลูกปืนจุดระเบิดหัวกระสุนพุ่งเจาะเข้าร่างจนเสียชีวิต

 

โดยเสี่ยอ้วนเปิดเผยในวันที่รับสารภาพลงมือฆ่าน้องปายและน้องฟอสว่า ตอนนั้นขนลุกมาก ที่ปืนยิงไม่ออก ไม่รู้มาก่อนว่าสถานที่ตรงศักดิ์สิทธิ์ เพราะเพิ่งเคยมาครั้งแรก และภายหลังประชาชนที่ติดตามข่าวนี้ ก็ได้เดินทางมาเคารพสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง 

 

 


ขณะที่ทางด้านพลทหารวีรชัย พลเที่ยง ทหารที่ดูแลตู้จำหน่ายวัตถุมงคล ได้เปิดเผยว่า หลังข่าวความศักดิ์สิทธิขององค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ได้แพร่สะพัดออกไป ทำให้มีนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่พากันเดินทางมาเช่าเหรียญที่ระลึก โครงการจัดสร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นเหรียญแรกในแผ่นดิน ที่มีพิธีพุทธมหามังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2538 โดยมีพระมหาเถระที่มีชื่อเสียงจำนวนมากเข้าร่วม และเหรียญวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวใกล้หมดลงแล้ว

 

 

 


สำหรับเหรียญวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวนี้ คือ เหรียญที่ระลึกพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาทองคำขัดเงา น้ำหนัก 20 กรัม เขาชีจรรย์ เนื่องในโอกาสในหลวงทรงครองราช์ ครบ 50 ปี ผลิตโดยกรมธนารักษ์ เหรียญพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ อีกด้านพระบรมรูป ฯ กระทรวงการคลัง สร้างปี 2538 ฉลอง 50 ปี ครองราชย์ กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงฉลองพระองค์บรมราชภูษิตภรณ์ชิดวงขอบเหรียญด้านล่างมีข้อความว่า "ที่ระลึกในการครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี"

 


ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปพระพุทธรูปแกะสลักที่หน้าผาเขาชีจรรย์ ใต้พระพุทธรูปมีข้อความว่า "พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา" "เขาชีจรรย์ วัดญาณสังวราราม" "พ.ศ. 2538" ชิดวงขอบเหรียญด้านล่างมีเครื่องหมายโรงกษาปณ์

 


พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เป็นพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย เลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร สูง ๑๐๙ เมตร ฐานบัวสูง ๒๐ เมตร การจัดสร้าง พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ วัดญาณสังวราราม อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ด้วยระบบแสงเลเซอร์ เพื่อเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินประจํา รัชกาล ที่ ๙ เป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๙


วันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ รับการน้อมเกล้าถวายพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาณหน้าผาเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี


รัชกาลที่ 9 เหรียญที่ระลึกพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา (เขาชีจรรย์) เนื้อทองคำ พ.ศ.2538 ที่ระลึกในการครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี น้ำหนัก 20 กรัม เส้นผ่านศุนย์กลาง 3.0 ซม. จำนวนผลิต 5,000 เหรียญ ผลิตโดยกรมธนารักษ์ ประกอบพิธี พุทธมหามังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2538 สภาพสวยมาก พร้อมกล่องเดิม


และสำหรับประวัติความเป็นมา ข้อมูลวัดเขาชีจรรย์นั้น พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ .ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯมหาราชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 ด้าน หน้ามีลานอเนกประสงค์ มีการจัดสวนต้นไมไว้ได้อย่างสวยงาม สถานที่มองไปเป็นที่ราบเชิงเขา และ เขาแกะสลักรูปพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา ไว้ที่ผนังอย่างงดงามชัดเจน

 

ประวัติการสร้าง จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่า เขาชีจรรย์ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1/4 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะสูงชันมากยอดเขาสูงที่สุดมีความสูง 248 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 180 เมตรจาก ระดับพื้นดิน เขาชีจรรย์เป็นหินเนื้อปูนประกอบด้วยหินอ่อนแคลก์ซิลิเกต, รูปเลนส์, ขนาบด้วยหินฟิล ไลต์, หินฉนวน,และหินเมต้าเชิร์ต

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก : siamcoin.com


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล