เจอยาแรงอย่าร้อง เปิดสถิติคน ขับรถไม่มีใบขับขี่ เพิ่มสัดส่วนเสียชีวิต กลุ่มคนอายุน้อยยิ่งเสี่ยงสูง

เจอยาแรงอย่าร้อง เปิดสถิติคน "ขับรถไม่มีใบขับขี่" เพิ่มสัดส่วนเสียชีวิต กลุ่มคนอายุน้อยยิ่งเสี่ยงสูง

Publish 2018-08-26 16:19:25


 

      จากกรณีกรมขนส่งทางบกจะดำเนินการเสนอปรับแก้กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ.2522  ให้อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน อีกทั้งเพิ่มอัตราค่าปรับให้สูงขึ้น ในเรื่องของการขับขี่สำหรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่และใบอนุญาตขับขี่หมดอายุโดยกรมการขนส่งได้ปรับแก้กฎกมายทั้ง 2 ฉบับ ให้เป็นกฎหมายเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการกำกับดูแล รวมทั้งปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนเมืองในปัจจุบัน โดยมีการปรับเพิ่มโทษสำคัญ 3 มาตรา ประกอบด้วย

 

1. มาตรา 64 ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้ปรับเพิ่มโทษเป็น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

 

2. มาตรา 65 ขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกยึดใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่กฎหมายใหม่เสนอให้เพิ่มโทษจำคุกเข้ามาด้วย คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ส่วนโทษ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

 

3. มาตรา 66 ขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ตามกฎหมายเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ตามกฎหมายใหม่ เสนอให้ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

 

 



 

 

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2561 ที่ผ่านมามีการชี้แจงกรณีเรื่องโทษค่าปรับของผู้ไม่พกใบขับขี่ เนื่องจากเกิดเสียงวิพากษ์  วิจารณ์ในอัตราโทษที่สูงไปหรือไม่กับค่าปรับ 50,000 บาท และจำคุกอีก 3 เดือน ที่สถานีตำรวจแห่งชาติ โดยมี รศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุ แห่งชาติประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือเอไอที และนพ.ธนะพงศ์ จินวงศ์ จากศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย ร่วมในการแถลงนี้ด้วย 

 

    โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญนอกเหนือกรณีอัตราค่าปรับแล้วยังมีการเปิดเผยข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข กับความเสี่ยงเสียชีวิตของกลุ่มคนในแต่ละระดับช่วงวัย จนเป็นที่น่าตกใจว่าเด็กอายุระหว่าง 15 -19 ปี ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตที่มากขึ้น จากอุบัติเหตุทางถนน จากปี 2554 ที่เสียชีวิต 1,638 คน จนถึงปี 2557 เสียชีวิต 1,688 คน เพิ่มขึ้น 50 คน รองลงมาเป็นช่วงอายุ 20 - 29 ปี มีอัตราการเสียชีวิตในปี 2554 อยู่ที่ 1,451 คน ส่วนปี 2557 อยู่ที่ 1,439 คน

 

    จากการสำรวจในปี 2561 พบว่า สัดส่วนของผู้ถือครองรถยนต์ที่ไม่พกใบขับขี่ ถือเป็น 10% ของทั้งหมด และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่พกใบขับขี่คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้มีรถจักรยานยนต์ เรียกว่าเป็นสัดส่วนที่น่าตกใจพอดู

 

      รศ.ดร.กัณวีร์  ได้เปิดเผยว่า หากดูจากสถิติจะพบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กว่าร้อยละ 60 ไม่มีใบขับขี่และมีโอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตมากกว่าคนปกติที่มีใบขับขี่ถึง 2 เท่า ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 24 ปี ที่ไม่มีใบขับขี่อย่างถูกต้อง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนนกับวุฒิภาวะที่ต่ำกว่าจากการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน จึงจำเป็นต้องออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อเสริมวินัยจราจร โดยยึดหลักเกณฑ์ ออกยาก ยึดง่าย ในส่วนของเยาวชนอายุต่ำสุดที่สำรวจได้คือ 9 ขวบ เท่านั้น

 

 

 



 

     ทั้งนี้จากสถิติในปี 2560 โดยองศ์การอนามัยโลก พบว่าการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 2 ของโลก และอัตราการเสียชีวิตเฉพาะอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์เฉลี่ยตกปีละ 5,500 คน สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งสาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้  

1.) พฤติกรรมคน  
2.) รถ  
3.) ถนนหรือสิ่งแวดล้อม และยังพบว่ารถจักรยานยนต์ของประเทศไทยนั้นยังขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น มีความเร็วสูง , หน้ายางมีขนาดเล็กเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก  

    ในส่วนของอัตราค่าปรับแต่ละประเทศเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน (88,000 บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (800,000บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย ซึ่งประเทศไทยถือว่าโทษยังอ่อนกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

    สำหรับการออกกฎหมายจราจรใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของใบขับขี่ แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของระเบียนวินัยที่ควรมีในผู้ขับขี่ เพราะการพกใบขับขี่ถือเป็นเรื่องใกล้ตัว แถมยังเป็นการวัดความรับผิดชอบส่วนบุคคลในการกระทำให้ถูกต้องอีกด้วย

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากThailand Accident Research Center

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย