จบข่าว กรมขนส่งถอยกรูดกม.จราจรใหม่ ลงโทษแรงไม่พกใบขับขี่

จบข่าว กรมขนส่งถอยกรูดกม.จราจรใหม่ ลงโทษแรงไม่พกใบขับขี่

Publish 2018-08-29 16:52:08


สืบเนื่องจากประเด็นที่หลายคนให้การติดตามอยู่ในขณะนี้ กรณีที่จะมีการปรับแก้กฎหมายร่างพระราชบัญญัติการจราจรทางบก โดยกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการบูรณาการกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 เข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นกฎหมายเดียว

 

พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย ให้ทันสมัยและสอดคล้องพฤติกรรมขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนให้มากขึ้น โดยร่างกฎหมายฉบับแก้ไขผ่านความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ร่างอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะผ่านความเห็นชอบเมื่อไหร่

 

  



ต่อมาทางด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเสนอเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่ไม่พกใบขับขี่ว่า เรื่องนี้เป็นความคิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลต้องมาศึกษารายละเอียดดูว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ต้องไปหาประเด็นอื่นๆ มาด้วย อย่ามองกันแค่ว่าเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบให้กับคนที่จะต้องพกใบขับขี่หรือไม่ก็ต้องต่อทะเบียนรถ

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วนๆ "บิ๊กตู่" พูดแล้วไม่เห็นด้วยแก้กม.เพิ่มโทษไม่พกใบขับขี่ "ทนายวรกร" ลุยยื่นสนช.ค้านเปิดช่องตร.ทุจริต 



ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้เปิดเผยถึงกรณีที่นายกฯ ไม่เห็นด้วยต้อกรณีเพิ่มโทษกรณีไม่พกใบขับขี่นั้น ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องรอให้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว กลับมายังกระทรวงคมนาคม และส่งต่อคืนให้กับกรมการขนส่งทางบกในฐานะเจ้าของกฎหมายนำไปแก้ไข ทบทวน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นบทลงโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท กรณีไม่พกใบขับขี่ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนอย่างกว้างขวางว่าเป็นอัตราโทษปรับที่สูงจนเกินไปนั้น 

 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

 


สำหรับในเบื้องต้น คงจะต้องปรับลดอัตราโทษปรับลง แต่จะมีการปรับลดลงเท่าไหร่นั้น กรมจะต้องหารือกับหน่วยงานกลางที่มีส่วนร่วมในการร่วมออกและใช้กฎหมายให้รอบคอบก่อน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และกระทรวงมหาดไทย ฯลฯ

 

 

ขณะที่ทางด้านโดยนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ชา นายกรัฐมนตรี ระบุไม่เห็นด้วยกับการกำหนดโทษคดีไม่พกพาใบขับขี่ และสั่งให้ทบทวนการกำหนดโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาทว่า  หลังจากนี้คาดว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางบกฉบับใหม่ทั้งฉบับกลับมาที่กระทรวงคมนาคม เพื่อนำส่งร่างกฎหมายกลับมาที่กรมการขนส่งทางบกต่อไป

 

 


ทั้งนี้การทบทวนร่างกฎหมาย กรมการขนส่งทางบกจะรับมาดำเนินการทบทวนทั้งกว่า 300 มาตรา ไม่ใช่แค่ประเด็นการกำหนดโทษเกี่ยวกับการไม่พกพาใบขับขี่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งขณะนี้กรมการขนส่งทางบกเริ่มรับฟังความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวจากทุกภาคส่วน ด้วยการเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น รวมทั้งจะนำผลโพลและผลสำรวจจากองค์กรต่างๆ มาพิจารณาประกอบด้วย ส่วนแนวทางที่เป็นไปได้ ในการพิจารณาที่จะมีการปรับเปลี่ยนการกำหนดโทษตามกฎหมายดังกล่าว จะใช้แนวทางการกำหนดโทษแบบลดหลั่นตามความหนักเบาของฐานการกระทำผิดมาใช้แทน

 

 


ส่วนการนำร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ฉบับใหม่ กลับมาพิจารณารวมทั้ง 300 มาตรา จะส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติฯ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องล่าช้าออกไปอีกหรือไม่นั้น รองอธิบดีกรมการขนส่งทางทบก ยืนยันว่า หากกรมการขนส่งทางบกเตรียมข้อมูลด้านต่างๆ ให้มีความพร้อม การแก้ไขปรับปรุงก็จะสามารถทำได้ทันที และจะไม่ส่งผลให้กฎหมายล่าช้าแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล