สรุปข่าวเด่นรอบวัน 14 ก.ย. 2561

Publish 2018-09-14 17:28:41



    กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันศุกร์ดี ที่ 14 ก.ย. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้

 

 


  

   

    เริ่มด้วยข่าวแรกกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญบนโลกโซเชียล กรณีนายพัธรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม อายุ 47 ปี เจ้าของบริษัทดำน้ำและร้านอาหารบนเกาะเต่า ตัดสินใจใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงฆ่าตัวตายพร้อมกับไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่บ้านพักหลังหนึ่งในซอยพ่อขุนทะเล 22 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีบนกระจกตู้เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินข้อความระบุว่า "I have enough (ฉันสุดจะทนแล้ว) ไม่มีอะไร ผมตัดสินทำเอง" ทราบต่อมาภายหลัง จากโพสต์สั่งเสียของผู้ตายบนเวปไซต์ Pantip ว่า

 

    ผู้ตายมีลูก 2 คน ลงทุนสร้างตัวทำธุรกิจดำน้ำที่เกาะเต่า ในพื้นที่ครอบครัวแฟน ระยะหลังแฟนไม่ซื่อสัตย์ ติดโซเชียลอย่างหนักและมีเรื่องชู้สาว แถมยังขับไล่ผู้ตายอยู่ตลอด จะไปไหนก็ไปให้ไปแต่ตัว ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ให้เงินใช้ ทั้งที่ธุรกิจทั้งหมดผู้ตายเป็นผู้สร้างมา ทุกอย่างที่สร้างเหมือนไม่ใช่ของตน ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อนฝูง ร่างกายก็เริ่มไม่ดีด้วยอายุในวัย 47 ปี หมอนรองกระดูกทับเส้นมีการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ความตั้งใจสุดท้ายคือยกสมบัติที่เป็นชื่อของตนเพื่อเป็นพินัยกรรมให้ลูกพร้อมกับมีข้อความที่เป็นคำผรุสวาทสาปแช่งคนรักของตน

 

    ล่าสุด ภรรยาผู้เสียชีวิต พร้อมเพื่อนและลูกน้องได้เดินทางมารับร่างของนายพัธรพล จากแผนกนิติเวช รพ.สุราษฎร์ธารีเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลศพหลังจากได้ดำเนินการชันสูตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

 

    ถัดมากับข่าวที่สอง กกต. คาดสัปดาห์หน้าร่างระเบียบที่ใช้รองรับ "พ.ร.ป.ส.ส.-ส.ว." แล้วเสร็จ พร้อมนัดประชุมพรรคการเมือง 28 ก.ย.นี้  เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่า พรรคการเมืองสามารถดำเนินการอะไรได้บ้างหลังกฎหมายลูกทั้ง 2  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว



    นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต.ได้นัดประชุมพรรคการเมืองในวันที่ 28 กันยายนนี้ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่า พรรคการเมืองสามารถดำเนินการอะไรได้บ้างหลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งคงจะได้รับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองทั้งเรื่องการขอความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการหาเสียง การหาสมาชิก รวมถึงข้อสงสัยต่างๆ ที่พรรคการเมืองต้องการทราบ เพราะเป็นกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของ กกต.ได้ร่างระเบียบรองรับทั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.และการเลือกตั้ง ส.ส.เอาไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

 

 

 

   

    ต่อมากับข่าวที่สามกับข่าวเศร้าวงการบันเทิงกรณี โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกและพิธีกรชื่อดังที่จากโลกนี้ไปอย่างสงบ และเข้าสู่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดนายแรม วรธรรม พ่อโอ วรุฒ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในบ้านยังมีเงินเบี้ยคนชรา คนละ 800 บาท รวมถึงเงินที่ได้จากการขายของเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าหมดเนื้อหมดตัวจริงๆ ก็คงต้องขายบ้าน แล้วให้ภรรยากลับไปอยู่กับน้องสาวของเขาที่กรุงเทพฯ

 

    ราคาบ้านหลังนี้ตั้งไว้ที่ 6-7 ล้านบาท เพราะมีเนื้อที่กว้างถึง 1 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างในบ้านอีก ห้องนอนก็มีถึง 4 ห้อง แถมแอร์ให้ด้วย พร้อมเข้าอยู่ ตอนนี้ก็มีคนติดต่อขอซื้อมาบ้างแล้วแต่ยังไม่ตกลง จะพยายามประคับประคองตัวเองไปก่อน หากไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องขายถึงวันนั้นยอมรับว่าคงจะอาลัยอาวรณ์ เพราะสิ่งที่มีอยู่ต้องขายเพื่อประทังชีวิต แต่ตนเองไม่ต้องการไปรบกวนขอบริจาคใครให้เดือดร้อน ขอช่วยเหลือตัวเองดีกว่า



 

    สำหรับข่าวที่สี่เป็นประเด็นที่ทำให้สังคมต่างตั้งข้อครหากับกองทัพอีกครั้ง จากกรณีพลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปีสังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จังหวัดลพบุรี ซึ่งญาติเปิดเผยว่า ถูกพลทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อม จนหมดสติและน็อค ซึ่งแพทย์ระบุว่า โอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้ทำใจหากฟื้นมาแล้วไม่เหมือนเดิม  ล่าสุดเมื่อเวลา 05.45 น. ของวันที่ 14 ก.ย. 61 
พลทหารคชา ก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบ

 

    ทางด้านนางรุ่งฤดี มารดาของผู้ตาย กล่าวว่า เหลืออีกเพียง 7 เดือนลูกชายก็จะปลดประจำการ แต่มาเกิดเรื่องน่าสลดขึ้น ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับพลทหารทั้ง 3 นาย ที่ซ้อมลูกชายตน บอกว่าได้ทำร้ายร่างกายจริง  แต่ลงมือคนละครั้งเท่านั้น ส่วนการดำเนินคดีกับพลทหารทั้ง 3 นาย นั้นก็ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฏหมาย ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 


 

    เดินทางมาถึงข่าวสุดท้ายกับกรณีการประท้วงของแทกซี่สุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมาผู้แทนสมาชิกกลุ่มแท็กซี่ขนาดใหญ่หรือแท็กซี่แวน 50 คน ได้รวมตัวชุมนุม เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ขอขึ้นค่าชาร์จอีก 100 บาท พร้อมขอให้ลดบทลงโทษแท็กซี่ที่ไม่กดมิเตอร์ 

 

    เนื่องจากปัจจุบัน สนามบินสุวรรณภูมิ มีการอนุญาตให้รถแท็กซี่วีไอพี ตามโครงการส่งเสริมใช้รถไฟฟ้ากรมการขนส่งทางบก เข้ามาจอดให้บริการภายในสนามบินตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. โดยอนุญาตให้เก็บค่าเซอร์ชาร์จ เที่ยวละ 100 บาท ซึ่งสูงกว่าแท็กซี่แวนที่ได้เที่ยวละ 50 บาท ซึ่งกลุ่มแท็กซี่มองว่าไม่เป็นธรรม เพราะแท็กซี่ทั้ง 2 ประเภท มีบริการที่ไม่แตกต่างกัน

 

    ล่าสุดมีมติให้ ทอท. ทำหนังสือไปยังกรมขนส่ง ให้เร่งพิจารณาข้อเรียกร้อง หากข้อเสนอดังกล่าวไม่ถูกตอบรับ แทกซี่ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง กว่า 1,000 คัน จะหยุดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. เป็นต้นไป

 

สรุปข่าวเด่นประจำวันขอจบไว้เพียงเท่านี้ สำหรับพรุ่งนี้จะมีประเด็นใดน่าสนใจก็ต้องติดตามกันต่อไป



เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย


Suggess News

Recommend News