สรุปข่าวเด่นรอบวัน 17 ก.ย. 2561

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 17 ก.ย. 2561

Publish 2018-09-17 17:29:17

 

กลับมาพบกับการสรุปข่าวเด่นรอบวัน ประจำวันจันทร์ ที่ 17 ก.ย. 2561 กันอีกแล้ว ในวันนี้ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเช่นเคยซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมมา 5 ประเด็นหลักใหญ่ด้วยกันดังนี้

 

     เริ่มกันที่ข่าวแรกกับเหตุการณ์ดังสนั่นโลกโซเชียลเมื่ออยู่ๆ อดีตเจ้าบ่าวดัง ภาคิน  จุนเจิม ได้พยายามก่อเหตุผูกคอหวังฆ่าตัวตาย ยังโชคดีที่สามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่ยังอยู่ในอาการโคม่าไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามมีแฟนสาวคนปัจจุบันดูแลย่างใกล้ชิด 

 

 

 

 

 

       ทั้งนี้เมื่อเข้าไปดูโพสต์ต่างๆ ของทั้ง ภาคิน จุนเจิม และแฟนสาวคนปัจจุบันในเฟซบุ๊กนั้นพบว่าภายในเฟซบุ๊กของ ภาคิน มีการตัดพ้อชีวิตถึงคนใกล้ชิด ระบุว่า "สุดท้ายกูก็ไม่เหลือใคร" และ "ยังคงเชื่อในรักเดียว" เป็นปริศนาว่าภาคิน นั้นโพสต์ถึงใคร ส่วนด้านเฟซบุ๊กแฟนสาวคนปัจจุบันของภาคิน นั้นมีการโพสต์ข้อความเช่นกันระบุว่า "ก่อนที่จะสนใจเรื่องคนอื่นกรุณาส่องกระจกดูตัวเองก่อนนะคะ ว่ามีเงาหัวหรือป่าวเอาเวลาสนใจเรื่องเราสองคน แอมมี่ว่าพวกคุณเอาเวลาไปทำมาหากินนะจะได้ไม่จิตตกโอเคนะ" หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งเข้าไปแสดงความคิดเห็นโดยถามอาการล่าสุดของภาคินว่าเป็นเช่นไรบ้างในตอนนี้ โดยคำตอบของแฟนสาวคนปัจจุบันของภาคิน นั้นถึงกับทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะเธอตอบว่าภาคินในตอนนี้สบายดี จนสร้างความสงสัยให้หลายคนว่าสรุปแล้วในตอนนี้อาการของภาคินเป็นเช่นไรกันแน่

 

 

     ถัดมากับข่าวที่สองกับ เอิร์ก องอาจ เลเดอเรอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแสถึงกรณี เก๋ ลาพรีม หรือ  น.ส.กันยกร ศุภการค้าเจริญ นางแบบ - เจ้าของธุรกิจลาพรีมคลินิก ที่กระโดดตึก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมาถึงปมปัญหาเรื่องการทำธุรกิจและเงิน 14 ล้านบาท โดยมีหนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกร มีช่วงหนึ่งที่กรรชัย ถามถึงแฟนหนุ่มของเก๋ ลาพรีมที่เพิ่งหมั้นกันไม่นาน โดยมีเอิร์กรับเป็นเถ้าแก่ให้ทั้งสองคน ซึ่งเรื่องนี้เอิร์ก ได้ยอมรับว่าเป็นความจริงและที่เรื่องนี้เงียบเพราะตัว เก๋ ลาพรีม นั้นไม่ต้องการให้ใครรับรู้ พร้อมกับยืนยันว่าไม่เคยนำสินสอดของทั้งเก๋ ลาพรีมและคู่หมั้นไปใช้ส่วนตัว แต่ยอมรับว่าเอิร์ก นั้นได้ใช้เงินกระเป๋าเดียวกับเก๋ ลาพรีม  เนื่องจากทั้งคู่ประกอบธุรกิจร่วมกัน ซึ่งเอิร์กกับเก๋ ลาพรีม คุยกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว 

 

       ส่วนในเรื่องของเก๋ ที่ออกมาประกาศเลิกคบเอิร์ก ก่อนจบชีวิตนั้น ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องว่าเหตุใดเก๋ ถึงพูดเช่นนั้น เพราะไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน และเอิร์กกล่าวต่อว่าเหตุผลที่เก๋ ฆ่าตัวตายอาจมาจากปัญหาชีวิตด้านครอบครัวหรือเหตุผลอื่นมากกว่า ส่วนบ้านที่ย่านกรุงเทพกรีฑา นั้นยืนยันเอิร์ก เป็นเจ้าของมีโฉนดชัดเจน ไม่ใช่ของเก๋ ซึ่งเมื่อตอนเก๋ มีชีวิตอยู่ได้ใช้ชีวิตแบบพี่ น้อง กับเอิร์กที่บ้านหลังนี้เพียงเท่านั้น กรรชัยยังถามอีกว่าเหตุใดถึงไปร่วมพิธีศพของเก๋ เพียงวันเดียว เอิร์ก จึงกล่าวว่าเป็นเพราะรู้สึกหดหู่พร้อมกับถูกขู่ อย่างไรก็ตามในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานทางการชันสูตรพลิกศพพร้อมสรุปรูปคดีของ เก๋ ลาพรีม ในตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำของพ่อ เก๋ ลาพรีม เท่านั้น

 

 




 

 

       มาต่อกันกับข่าวที่สาม กรณีของเสี่ยหนุ่มเกาะเต่า หรือนายพัชรพล เอกปฐมศักดิ์ ทำการไลฟ์สดปลิดชีพตัวเอง ก่อนทิ้งจมหมายเล่าถึงชนวนการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ว่ามาจากปัญาด้านธุรกิจ คนรักและครอบครัว จึงตัดสินใจจบปัญหาชีวิตด้วยความตาย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2561 พร้อมระบุในจดหมายว่า น.ส.พึ่งพิศ จันทร์อินทร์ หรือ น้ำผึ้ง ภรรยาสาวของนายพัชรพล นั้นหักหลัง และสั่งห้ามภรรยามากราบศพ หรือจัดงานศพ  จนน้ำผึ้งต้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด

 

 

       หลังจากมีการจัดพิธีทางศาสนาแล้ว วันนี้ (17 ก.ย. 2561) น้ำผึ้งได้นำเถ้ากระดูกหลังพิธีเผาที่ วัดโพธิ์นิมิตร ไปลอยอังคารบริเวณปากน้ำตาปี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า มีฝนตกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบคลิปในวันเกิดเหตุ แต่ยังไม่เปิดเผย ต้องรอให้ญาติทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจและยินยอมถึงจะเปิดเผยคลิปได้ 

 

 

        สำหรับข่าวต่อมาเป็นข่าวสะเทือนขวัญกับหนุ่มสัญชาติลาว ฆ่าปาดคอ ยาย - หลาน จ.สมุทรปราการ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตคือ นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ วัย 67 ปี และ ด.ญ.วัยเพียง 12 ปี เสียชีวิต ทั้งยังมี ด.ญ. วัย 9 ขวบ บาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพักที่เป็นร้านขายของชำ โดยคนร้ายได้ทำการรื้อค้นทรัพย์สินในบ้านก่อนนำสร้อยทองไป 1 เส้น แล้วทำการปาดคอเหยื่อ 

 

      หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุและจากการสอบสวนพบว่าคนร้ายคือ นายท้าว พูล้า สัญชาติลาว วัย 22 ปี บุกรุกเข้ามาในบ้านที่เกิดเหตุและใช้อาวุธมีดปาดคอผู้ตายคนที่ 1 บริเวณในห้องน้ำชั้นล่าง และใช้อาวุธมีดเชือดคอผู้ตายคนที่ 2 บริเวณที่นอนชั้นล่าง และใช้อาวุธมีดเชือดคอผู้บาดเจ็บที่ 3 บาดเจ็บสาหัส ในตอนนี้ผู้บาดเจ็บคนที่ 3 ถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาลบางปะกอก 3 เพื่อรักษาตัว 

 

     โดยในวันนี้ (17 ก.ย. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุม นายท้าว พูล้า สัญชาติลาว ได้ที่จังหวัดมุกดาหาร และจากการสอบสวน นายท้าว พูล้า ยอมรับว่าตนนั้นได้ทำการสังหารและทำร้ายร่างการบุคคลทั้ง 3 จริง เนื่องจากนายท้าว ในตอนนั้นมีอาการเมายาบ้าจนขาดสติ ทั้งต้องการนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพจึงได้ลงมือก่อเหตุลงไป ก่อนนั่งรถทัวร์เตรียมข้ามฝั่งลาวแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน

 


 

 

      เดินทางมาถึงข่าวสุดท้ายกับพยากรณ์อากาศล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 17 กันยายน 2561 เตือพายุมังคุด ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน "มังคุด" (MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 23.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า ในช่วงวันที่ 17-18 ก.ย. 2561 จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าสู่เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

 

 

      สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2561 โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

 

 

สรุปข่าวเด่นประจำวันขอจบไว้เพียงเท่านี้ สำหรับพรุ่งนี้จะมีประเด็นใดน่าสนใจก็ต้องติดตามกันต่อไป



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย