เปิดใจเศร้า พ่อน้องแอ๋มรับศพลูกกลับบ้าน ฝากถึงญาติสาวทอมมือแทงทำไมใจดำ ไม่มีแม้คำขอโทษ

เปิดใจเศร้า "พ่อน้องแอ๋ม"รับศพลูกกลับบ้าน ฝากถึงญาติสาวทอมมือแทงทำไมใจดำ ไม่มีแม้คำขอโทษ

Publish 2018-09-20 08:28:27

จากกรณี น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ หรือ “แอ๋ม” อายุ 25 ปี นักศึกษาสาวปริญญาโท มหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตภายในห้องพักพร้อม น.ส.ฐิฎิอร โชติช่วงทรัพย์ หรือ อร อายุ 32 ปี รูมเมท ที่อพาร์ตเมนต์มอลลอย เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ต่อมามีความคืบหน้าผลชันสูตรศพ น.ส.กรกมล และ น.ส ฐิฏิอร โดยสำนักงานนิติเวชคิง เคาน์ตี รายงานว่า น.ส.ฐิฏิอร เป็นคนแทงรูมเมทรุ่นน้องเสียชีวิตก่อนแล้วฆ่าตัวตายตาม ซึ่งน.ส.กรกมล เสียชีวิตจากถูกฆาตกรรม ส่วน น.ส.ฐิฏิอร เสียชีวิตจากแผลมีดแทงบนหน้าอก ทั้งสองเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (1 ก.ย.) โดยทางครอบครัวผู้เสียชีวิตจะมีการนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย (อ่านข่าวก่อนหน้า : สะเทือนใจหนัก ผลชันสูตรศพ"น้องแอ๋ม"ถูกแทงหลายแผลเสียชีวิต ก่อนรูมเมท สาวหล่อ"อร"ใช้มีดแทงหน้าอกฆ่าตัวตาม )


 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด นายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง บิดา นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ผู้เป็นลุง และญาติ เดินทางมารอรับศพนางสาวกรกมล หรือ น้องแอ๋ม  ซึ่งศพส่งกลับมากับสายการบินโครีแอร์ เที่ยวบินที่ KE 651 โดยได้ประสานขอรถตู้ของโรงพยาบาลธัญบุรี มารับศพที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดนาบุญ จังหวัดปทุมธานี โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม 7 คืน และฌาปนกิจวันที่ 27 กันยายน 

 

 

 


โดย นายปภาวิน บิดาของน้องแอ๋ม บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวรวดเร็วมาก ปีหน้าเหลืออีก 2 เทอมจะเจอกันแล้ว หลังเกิดเรื่องครอบครัวของคู่กรณีไม่เคยเข้ามาพบ หรือโทรศัพท์มาขอโทษแต่อย่างใด ทำเหมือนคนไม่รู้จักไม่ติดต่อมาเลย อย่างน้อยก็รักคู่กรณีเหมือนลูกแต่ทำไมญาติพี่น้องจึงใจดำเหลือเกิน น่าจะติดต่อมาขอโทษบ้าง 

 

 

 

และสำหรับที่มีการถามว่าจะอโหสิกรรมให้กับคู่กรณีหรือไม่นั้น ใจจริงแล้วไม่อยากจะคิดอะไร แต่ไม่มีคำขอโทษมาเลย จึงยังตัดสินใจไม่ได้ ตนเองมีลูกสาวคนเดียว เสียใจมาก และถ้าวันนี้น้องแอ๋ม รับรู้ได้อยากบอกน้องแอ๋มว่าเกิดชาติหน้าฉันใด ต้องกลับมาเป็นพ่อลูกกันอีก ตั้งแต่น้องแอ๋มเกิดมาจนอายุเท่านี้ ไม่เคยทำให้ตนเสียใจเลย 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น พี่ชายของ น.ส.กรกมล หรือ น้องแอ๋ม เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ทุกคนตั้งแต่รู้ข่าวว่าแอ๋มเสียชีวิตเสีย ไม่มีใครกล้าบอกพ่อ น้องเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพ่อ ดูแลกันมาตั้งแต่เกิด น้องแอ๋มคือความภาคภูมิใจ ส่วนทางด้านน้องอรเป็นคนที่สนิทกับครอบครัว นิสัยดี และทั้งสองคนเหมือนพี่น้องกันเขาดูแลกันดีมาก อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครอบครัวไม่ติดใจการเสียชีวิต และไม่ได้มีการติดต่อกับทางครอบครัวของอรแต่อย่างใด ซึ่งก่อนเกิดเหตุไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ ทั้งสิ้น

 

"สำหรับน้องแอ๋ม...ในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อย ๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อ วางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วจะขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7 เดือน จะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว... 

 

 

...แต่สุดท้าย ความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา" #แก้วตาดวงใจของครอบครัว...น้องแอ๋ม 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน