"อภิสิทธิ์"ถก"หมอวรงค์-ถาวร"หยั่งเสียงหัวหน้าพรรค ลั่นทำเพื่อประชาธิปไตย!

Publish 2018-09-21 21:20:37



ติดตามกันอย่างต่อเนื่องสำหรับความคืบหน้าให้การเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่แน่ชีดแล้วว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม  ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยการสนับสนุนของนายถาวร เสมเนียน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั้น จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตลงชิงตำแหน่งกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน



 

ล่าสุดวันนี้ (21ก.ย.) นพ.วรงค์ พร้อมด้วยนายถาวร ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์เพื่อหารือถึงข้อกังวลการหยั่งเสียงผ่านแอพลิเคชั่น รวมทั้งการจะใช้ระบบนับคะแนนแบบสัดส่วน หรืออิเล็กทรอรัลโหวต ข้อสรุป คือ การนำสมาชิกเก่าที่ยังไม่ได้ยืนยันสมาชิกพรรค มีสิทธิ์โหวตเลือกหัวหน้าพรรคได้ เพราะเห็นว่าอาจผิดกฎหมาย

 

อ่านเพิ่มเติม "หมอวรงค์"พบ"อภิสิทธิ์" ท้าชิงหัวหน้าพรรค เปิดตัวสัปดาห์หน้า ลั่นมีอะไรมากกว่าที่คิด

 

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงวิธีออกเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ว่า ขณะนี้มีคณะทำงานกำลังศึกษาว่าควรจะเป็นการออกเสียงแบบ 1 คน 1 สิทธิ์ หรือเป็นแบบอิเล็กทรอรัลโหวต ถ้าคณะทำงานส่งมาที่ตนแล้ว จะได้พิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบ โดยจะยึดหลักเกณฑ์ให้การหยั่งเสียงครั้งนี้เป็นธรรมที่สุด สำหรับกรณีจะให้สมาชิกพรรคเดิมที่มีอยู่ 2.5 แสนคนมีสิทธิ์ออกเสียงนั้น เห็นว่า พวกเขาเคยเป็นสมาชิกและไม่เคยลาออก แต่ที่พ้นสภาพเพราะคำสั่งคสช. ซึ่งเราคิดว่าเขามีใจให้พรรคก็น่าจะให้เขามีส่วนร่วม



ความจริงเรื่องนี้ควรจะเปิดกว้าง เพราะยิ่งกว้างเราก็จะยิ่งได้การมีส่วนร่วมและได้การแข่งขันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้จะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า เพราะตั้งเป้าหลังประชุมใหญ่ถ้าไม่ติดข้อขัดข้องเทคนิคอะไรจะเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะแจ้งกกต.ไปแล้ว ระหว่างนี้รอข้อบังคับจากที่ประชุมใหญ่ เมื่อได้ก็จะออกระเบียบเกี่ยวกับการหยั่งเสียง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากระบวนการหยั่งเสียงทั้งหมดจะสิ้นสุดภายในเดือนพ.ย.นี้ เพราะคนที่จะได้เป็นหัวหน้าคนต่อไปต้องเตรียมอีกหลายเรื่อง

 

 

“สิ่งที่ผมทำในกระบวนการนี้ต้องการให้คุณกับประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย และประเทศมากที่สุด เราคิดว่าทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในพรรค และประชาธิปัตย์เปิดกว้างมากที่สุด ดังนั้น ความเห็นที่คิดต่างมีได้ แต่ยืนยันไม่มีคิดเล็กคิดน้อยแน่นอน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 

ถามถึงกระแสข่าวนายสุรบถ หลีกภัย ลูกชายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา จะลงสมัครส.ส.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เคยชักชวนได้ครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นนายสุรบถปฏิเสธ เพราะมีงานอย่างอื่นทำอยู่ แต่เวลานี้ไม่ทราบเช่นกันว่าจะแสดงเจตจำนงอย่างไร  แต่ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีศักยภาพที่จะสามารถทำสิ่งใหม่ๆให้กับพรรคได้

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการปฏิรูปพรรคการเมืองด้วย ว่า ได้แต่บอกว่าการปฏิรูปที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การทำให้กระบวนการทางการเมืองมีความเสรีเป็นธรรม ใครที่พยายามไม่ทำสิ่งนี้ ก็คือตัวถ่วงที่ทำให้การเมืองไม่พัฒนา กลับสู่วังวนเดิม ที่ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน ครอบงำการเมือง



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม