ตักบาตรอย่าถามพระ ผลวิจัยพบ พระสงฆ์เป็นโรคอ้วนมากขึ้น ญาติโยมถวายอาหารเสี่ยง โรคเพียบ

ตักบาตรอย่าถามพระ ผลวิจัยพบ "พระสงฆ์เป็นโรคอ้วนมากขึ้น" ญาติโยมถวายอาหารเสี่ยง โรคเพียบ

Publish 2018-09-25 17:31:01


เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2561 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง เหล่านี้ถือเป็นโรคที่ไม่ติดต่อและมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งสิ้น และเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 

 

    โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรพระภิกษุสงฆ์ จากการสำรวจในปี 2558 - 2560 พบว่าพระสงฆ์อาพาธเข้ามารับการรักษาด้วยโรค ข้างต้นมากขึ้น และยังพบว่าภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาหารที่เหล่าพุทธศาสนิกชนนำมาถวายมักไม่คิดถึงความสมดุลทางโภชนาการ ที่ประกอบไปด้วย คุณภาพ ประเภทและปริมาณ อีกทั้งพระภิกษุสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ รวมถึงการทำกิจของสงฆ์และสถานภาพไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย พลังงานในการใช้ชีวิตประจำวันจึงลดลง

 

 

 

    วัฒนธรรมการทานของสังคมไทยมักเน้นอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เป็นหลักส่วนใหญ่ที่นิยมนำไปตักบาตรมักเป็นแป้งขัดขาว ทั้งขนมปังหรือข้าวเจ้า ซึ่งหากบริโภคเกินพอดีอาจนำมาซึ่งพลังงานที่เกินความต้องการในแต่ละวันจนสะสมกลายเป็นไขมันส่วนเกินในที่สุด นอกจากนี้อาหารที่นำไปถวาย มักเป็นอาหาร ที่มีไขมันสูง เช่น แกงกะทิ ขนมหวานต่างๆ และยังพบอีกว่าพระสงฆ์บางรูปนิยมฉันกาแฟ สูบบุหรี่ และบางกลุ่มยังดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกิน 2 ขวดต่อวัน ซึ่งในระยะยาวย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอย่างแน่นอน

 



    จากการคัดกรองและค้นหาปัจจัยเสี่ยงของโรคด้านภาวะโภชนาการ เมื่อปี 2559 มีจำนวนพระสงฆ์ สามเณร ที่เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 5,989 รูป พบว่า ค่าดัชนีมวลกายเมื่อเปรียบเทียบกับ ผลการสำรวจ ปี 2549 พระสงฆ์ สามเณร ในเขตกรุงเทพมหานคร มีภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้น จากเดิมร้อยละ 13.8 เป็นร้อยละ 15.9 และมีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 18.0 เป็นร้อยละ 41.6 โดยมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร โรงพยาบาลสงฆ์จึงได้ถวายความรู้แด่พระสงฆ์ สามเณร ที่มีภาวะโภชนาการเกินและมีปัญหาโรคเรื้อรังเป็นระยะ เพื่อให้ได้เรียนรู้วิธีการดูแล ส่งเสริมสุขภาพต่อไป

 

 

 

    รองอธิบดีกรมการแพทย์ ยังให้คำแนะนำญาติโยมว่าควรให้ความสำคัญในการเลือกถวายสิ่งของที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อพระภิกษุ สามเณร ควรมีสารอาหารครบ 5 หมู่ มีไขมันต่ำคาร์โบไฮเดรตพอเหมาะ ไฟเบอร์ หรือไยอาหารสูง โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ เป็นต้นว่า เปลี่ยนจากข้าวเหนียว หรือข้าวขาว มาเป็นข้าวกล้อง จะเพิ่มวิตามินบีและใยอาหาร หรือเปลี่ยนจากแกงกะทิ เป็นอาหารนึ่ง หรือทอดอ่อนๆ หรืออบ ก็จะลดปริมาณไขมันลงไปมาก นอกจากนี้การเพิ่มผัก ผลไม้สด ก็จะทำให้ปริมาณวิตามินเกลือแร่ที่ได้รับ มีมากขึ้นเพื่อจะได้มีกากอาหารช่วยในการลดคอเลสเทอรอล ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและส่งผลให้ระบบขับถ่ายดีตามไปด้วย กล่าวโดยสรุปคือนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการมาปรับใช้และเน้นเมนูสุขภาพให้มากขึ้น

 

 



นอกจากนี้ยังพบกรณีประชาชนถูกพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสเอาเปรียบ นำของที่ไม่มีคุณภาพมาขายในรูปแบบของเครื่องสังฆทานสำเร็จรูป เช่น เป็นอาหารหมดอายุ เมื่อพระสงฆ์ฉันเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการอาพาธได้ หรือนำไส้ในออกเช่น น้ำเก๊กฮวยชนิดชง 1 กล่อง มีเพียง 1 ซองเท่านั้น จากปกติที่มี 10 ซอง หรือยาแก้ปวด มีกล่องละ 1 แผง จากปกติที่จะมี 10-12 แผง จึงมีการรณรงค์ให้จัดสังฆทานเพื่อนำถวายเอง เนื่องด้วยมีราคาถูกและมีคุณภาพมากกว่า

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย