ย้อนปมฆาตกรรม ประหารเก่ง-กิ๊กสาว ร่วมสังหารหมอปอว่าที่เจ้าสาว พ่อแม่เหยื่อเปิดใจหลังฟังคำพิพากษา

ย้อนปมฆาตกรรม ประหาร"เก่ง-กิ๊กสาว" ร่วมสังหาร"หมอปอ"ว่าที่เจ้าสาว พ่อแม่เหยื่อเปิดใจหลังฟังคำพิพากษา

Publish 2018-09-28 16:15:05

สืบเนื่องจากคดีสะเทือนขวัญ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ เมื่อรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี หมอฟัน หรือที่ชาวบ้านเรียก หมอปอ ถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่กลางหน้าอกเป็นแผลเหวอะหวะ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในสภาพยังสวมชุดนอนอยู่ ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นหาทรัพย์สิน โดยทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นฝีมือของนายรณชัย หรือ เก่ง ปานชาติ อายุ 26 ปี แฟนหนุ่ม  (คลิกอ่านข่าวก่อนหน้า : สลดใจสุดๆ !! ไอ้เหี้ยมบุกห้องพักใช้ปืนลูกซองกระหน่ำยิงกลางอกหมอฟันสาวดับสลด ช็อกอีก 5 วันจะแต่งงาน แม่เผยที่ผ่านมาลูกบ่นเศร้าๆ ให้ฟังบ่อย?)

 



ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอหมายจับต่อศาลจังหวัดชุมพร เพื่อจับกุมตัว นางสาวนฤมล หรือ สาว อายุ 23 ปี ในข้อหาร่วมกันก่อเหตุ หลังจากได้เบาะแสว่า อาวุธปืนลูกซองสั้นที่คนร้ายใช้ก่อเหตุฆ่า หมอปอ เป็นปืนเถื่อน โดยคนที่หาอาวุธปืนให้คือ น.ส.นฤมล ก่อนที่นายรณชัยจะใช้ปืนดังกล่าวเป็นอาวุธก่อเหตุฆ่าคนตายดังกล่าว ราว 1 เดือน น.ส.นฤมล ให้การว่า นายรณชัยได้บอกถึงแผนการสังหาร หมอปอ แต่ตนเองได้ห้ามปรามไว้ว่า “อย่าทำ” โดยปืนที่นายรณชัย นำไปยิงหมอปอเป็นปืนที่ตนเองซื้อให้ในราคา 7,000 บาท เนื่องจาก นายรณชัยบอกว่า อยากมีปืนพกไว้ป้องกันตัว

 

 


 

 

 

 

 


ล่าสุด ศาลมีคำพิพากษาให้ตัดสินให้ประหาร นายรณชัย ปานชาติ หรือ เก่ง และ น.ส.นฤมล ช่วยสมบัติ หรือ สาว ในข้อหาร่วมกันฆ่า นางสาวนนทิญา ครัวจัตุรัส หรือ หมอปอ  รพ.สต.สลุย แต่ทั้งสองยอมรับสารภาพจึงลดให้เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต

 

 

ทั้งนี้ เมื่อย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบปากคำนายรณชัย ได้ให้การรับสารภาพ โดยเจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวไปทำแผนนาทีบุกเข้าไปในห้องพัก ก่อนใช้ปืนจ่อยิงหมอปออย่างโหดเหี้ยม 

 

 

 

โดยสิ่งที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในข้อพิรุธที่ชุดสืบสวนได้มา คือ หลังจากมีคนไปพบศพหมอปอ ตำรวจได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับนายเก่งว่ารู้เรื่องแล้วหรือยัง เจ้าตัวตอบกลับมาว่า รู้แล้ว เพิ่งรู้เรื่องเมื่อสักครู่ กำลังจะแต่งตัวไปดูพอดี แต่กลับตรงข้ามกับในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่โพสต์ความรู้สึกไว้รวม 3 แคปชั่น ระบุว่า"ขอร้องล่ะ อย่าแกล้งกันแบบนี้ได้ไหม ช่วยบอกหน่อยว่าตอนนี้มันแค่ฝันไปใช่ไหม" "ตอนนี้ผมไม่พร้อมจะเล่าอะไรนะครับ ขอบคุณมากที่ถามข่าวกันเข้ามา ตอนนี้ผมเองก็อ่อนแอมาก" และ "คิดถึงอ้วนนะ รอเค้าก่อนอีกไม่นานคงได้พบกัน"


ซึ่งทุกโพสต์เกิดขึ้นคาบเกี่ยวในช่วงที่พบศพหมอปอ โดยเฉพาะโพสต์แรกสำคัญที่สุด เพราะโพสต์ไว้นานที่สุด ลักษณะเหมือนจะทราบเรื่องตั้งนานหลายชั่วโมงแล้ว แต่พอตำรวจโทรฯ ไปสอบถามตอนที่เป็นข่าว เจ้าตัวกลับตอบว่าเพิ่งรู้เรื่อง ทำให้ชุดสืบสวนจับพิรุธตรงจุดนี้


นอกจากนี้ ยังมีจุดจับผิดอีก 2 เรื่องคือ นายเก่ง พยายามโทรฯ ไปสอบถามครอบครัวหมอปอหลายครั้ง ทวงถามเรื่องทองหนัก 10 บาท ที่ผู้ตายสวมใส่ คล้ายตั้งใจจะให้ไขว้เขวเป็นคดีชิงทรัพย์ แต่ครอบครัวยืนยันว่าหมอปอไม่เคยมีทองหนัก 10 บาทแต่อย่างใด 

 


ทั้งนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า นายเชาว์ นางสมศรี และนายบำรุง ครัวจัตุรัส พ่อแม่และพี่ชายของหมอปอ มารับฟังการตัดสินด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยที่ 1 คือนายนายรณชัย ปานชาติ  และจำเลยที่ 2 คือนางสาวนฤมล ช่วยสมบัติ ฐานกระทำความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โดยให้โทษประหารชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยทั้ง2 คน ยอมรับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดหย่อนโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต และชดใช้สินไหมทดแทนแก่ครอบครัวของหมอปอ โดยเป็นค่าใช้จ่ายในงาน ศพเป็นเงิน 500,000 บาท และสินไหมทดแทนในส่วนของหมอปอ 2,500,000 บาท

 

นายบำรุง ครัวจัตุรัส กล่าวว่า ในช่วงที่พนักงานสอบสวนกำลังทำงานอยู่นั้น ทางจำเลยคนที่ 2 หรือนางสาวนฤมล ช่วยสมบัติ ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด แต่ด้วยหน่วยสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ทำงานอย่างตรงไปตรงมาทำให้ได้หลักฐานที่มากพอที่จะมัดตัวจำเลยที่ 2 ได้อย่างแน่ชัด โดยทั้ง 2 คนวางแผนกันว่าจะเข้าไปฆ่าหมอปอ และกวาดเอาทรัพย์สิน เพื่อที่จะหลบหนี งานแต่งและออกจากชีวิตหมอปอ  ซึ่งทางครอบครัวรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ศาลได้ตัดสินในวันนี้ ในส่วนของทางด้านจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลหรือไม่แต่อย่างใด ศาลให้ระยะเวลา 30 วันนับจากวันนี้ โดยทางครอบครัวก็จะยืนยันคัดค้านการยื่นอุทธรณ์ของทางฝั่งจำเลยอย่างถึงที่สุด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน