เจออีกปัญหาเดิม! วัดโบราณอายุกว่า 300 ปี โดนคอนโดร้องเสียงดัง ต้องทำห้องกระจกหอสวดมนต์

เจออีกปัญหาเดิม! วัดโบราณอายุกว่า 300 ปี โดนคอนโดร้องเสียงดัง ต้องทำห้องกระจกหอสวดมนต์

Publish 2018-10-05 12:14:39


กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังในโลกออนไลน์อยู่ขณะนี้ กรณีที่มีผู้พักอาศัยในคอนโดหรูย่านพระราม 3 ได้เข้าไปร้องเรียนกับสำนักงานเขตบางคอแหลมว่า วัดไทร ที่อยู่ข้างคอนโดฯ ได้ทำการตีระฆังเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 - 04.00 น. เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บนคอนโดติดกับวัด ทางสำนักงานเขตบางคอแหลม จึงได้ขอความร่วมมือจากวัดให้ช่วยลดเสียงเบาลง เพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น
 



 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เผชิญหน้าคุย! นิติบุคคลคอนโดหรู เข้าพบ "เจ้าอาวาสวัดไทร" เผยที่มาคำร้องระฆังดังรบกวน 
 

 

ต่อมาทางพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดเผยว่า วัดถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนมายาวนาน ซึ่งการตีระฆัง ตีกลองของวัด ถือเป็นวัฒนธรรมประเพณี แจ้งเวลา แจ้งการทำกิจกรรม การนัดหมายต่างๆ เป็นกิจกรรมปกติของวัด

 

ซึ่งกรณีที่มีการร้องเรียนเหตุเสียงระฆังของวัดที่เกิดผลกระทบต่อการอยู่อาศัยของคนนั้น ตนได้ให้แนวทางต่อผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ต้องหาแนวทางจัดการให้เหมาะสม โดยให้วัดและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ส่วนทางด้านกรณีของวัดไทร ทางผู้อำนวยการเขตได้เข้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาส และได้ร่วมหารือกับทางเจ้าอาวาสแล้วถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ให้ทางวัดปฏิบัติทุกกิจของสงฆ์ตามปกติเหมือนเดิม โดยทาง เจ้าอาวาส ได้กล่าวตอบมาว่า จะทำการแจ้งกับพระลูกวัดว่าให้เบาแรงในการตีระฆังลง เพื่อไม่ให้เสียงดังจนไปรบกวนชาวบ้านเกินไป 

 


สำหรับเรื่องการตรวจวัดความดังของเสียงนั้น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของทางเขตลงไปตรวจสอบระดับความดังแล้วว่า เกินค่ามาตรฐานหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า เสียงของระฆังที่ตีนั้นไม่ได้เกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด และไม่ได้มีความอันตรายใดๆ แน่นอน ส่วนทางประชาชนที่เข้ามาร้องเรียน ทางเราก็ต้องทำการชี้แจง เพื่อให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีของเราที่ทำสืบต่อกันมา ถ้าเกิดจะให้วัดหยุดตีระฆังไปเลยนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ หาเป็นเช่นนั้นให้คนที่ร้องเรียนย้ายไปอยู่ที่อื่นง่ายกว่าอีก 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตามนี้จบ! "ผู้ว่าฯอัศวิน" เสียงแข็งวัดหยุดตีระฆังไม่ได้ ลั่นคนร้องเรียนย้ายที่อยู่ง่ายกว่า

 



ล่าสุดดูเหมือนว่าปัญหาทางวัดไทรและคอนโดหรู สถานการณ์เริ่มคลี่คลายมากขึ้น แต่ก็พบว่าในย่านเขตพระราม 3 ก็มีวัดอื่นที่ถูกเรียกร้องในทำนองเดียวกัน โดยวัดปริวาสราชสงคราม ย่านพระราม 3  เคยถูกร้องเรียน ซึ่งมีผู้ที่อาศัยในคอนโดร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากเสียงสวดมนต์ เสียงระฆัง และเสียงดนตรีในงานบวช โดยคอนโดแห่งนี้อยู่ห่างจากวัดเพียง 100 เมตร 

 

 

 

 

ทางด้านพระอัศวิน สุคนโธ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม ได้เปิดเผยว่า วัดปริวาสราชสงครามแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีอายุกว่า 300 ปี ส่วนคอนโดดังกล่าวสร้างขึ้นจนมีผู้มาพักอาศัยเมื่อ 2-3 ปีก่อน จากนั้นวัดก็ได้รับเรื่องร้องเรียน โดยเริ่มจากเสียงดนตรีในงานบวชที่ดังมาก หากมีงานบุญ งานบวช เจ้าของงานก็จัดดนตรีครื้นเครงเป็นเรื่องปกติ 

 


ส่วนเสียงระฆังที่ทางคอนโดเรียกร้องนั้น ทางวัดจะตีเฉพาะช่วงเข้าพรรษาในเวลา 04.00 น. และช่วงเย็นเวลา 18.00 น. และตามมาด้วยเรื่องเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าและเย็น เพราะเป็นการสวดผ่านเครื่องขยายเสียง นอกจากทางผู้พักอาศัยคอนโดจะร้องเรียนมาทางวัดแล้ว เขายังร้องเรียนไปทางสำนักงานเขตยานนาวา สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และศูนย์ดำรงธรรมของรัฐบาล ทำให้มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบที่วัด 

 

 

 

 

ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางเจ้าอาวาสก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและแก้ไขในทุกเรื่อง โดยเรื่องเสียงดนตรีในงานบวชก็ขอให้เบาลง และงดใช้เครื่องขยายเสียง หากไม่มีงานก็ไม่มีปัญหา แต่พอมีงานก็จะถูกร้องเรียนบ่อยครั้ง ส่วนเสียงระฆังตอนแรกทางเจ้าอาวาสก็ให้พระลูกวัดตีเบาลง แต่ก็ยังคงถูกร้องเรียนอยู่ จนทางเจ้าอาวาสต้องตัดสินใจตีระฆังในตอนทำวัตรเช้าเสร็จในเวลา 05.30 น. แทนเวลา 04.00 น. ก่อนทำวัตรเช้าแทน 

 

 

สำหรับเสียงบทสวดมนต์ ตอนแรกหอสวดมนต์เป็นพื้นที่โล่งก็ได้ติดตั้งกระจกโดยรอบ นอกจากนี้ยังติดตั้งเมทัลชีทที่หอสวดมนต์กับกุฏิใกล้เคียงเพื่อไม่ให้เสียงออกไปข้างนอกอีกชั้นหนึ่ง จนช่วงหลังไม่ค่อยมีการร้องเรียนในเรื่องนี้แล้ว โดยเจ้าอาวาสเคยบอกว่าถ้าปรับได้ก็จะปรับให้เหมาะสม เพื่อให้วัดอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบได้ แต่อย่างไรก็ตามยังต้องรักษาประเพณีที่สืบทอดกันมา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องกิจของสงฆ์ เรื่องการตีระฆัง การสวดมนต์ทำวัตร รวมทั้งการมีเสียงเพลงในการแห่นาค งานบวชต่างๆนั้น ทำเพื่ออะไร อยากให้ผู้อาศัยคอนโดเข้าใจพระด้วยเช่นกัน 

 

 

 

โดยวัดปริวาสราชสงคราม แต่เดิมนั้นอยู่ในการปกครองของตำบลบางโพงพาง อำเภอบ้านทวาย จังหวัดพระนคร เขื่อนขันธ์ เก่าก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นในเขตการปกครองปัจจุบัน แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร วัดปริวาสราชสงครามจากคำบอกเล่าของผู้ที่อาศัยอยู่ที่ตำบลบางโพงพาง  ให้ข้อมูลของวัดว่า วัดปริวาส เดิมนั้นเป็นเพียงสำนักสงฆ์หรือวัดเล็กๆ อยู่กลางสวน สันนิษฐานว่าถูกสร้างราวปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ทราบนามผู้สร้าง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2-3 ได้มีหลักฐานจากวัดข้างเคียงว่า พระยาเพชรพิชัย (เกษ)  และพระยาราชสงคราม(ทัต) ร่วมกันเป็นแม่กองงานได้รับมอบหมาย ในการสร้างพระนครเขื่อนขันธ์(พระประแดง) และวัดที่เป็นที่รู้จักได้รับพระราชทานามว่า "วัดไพชยนต์พลเสพย์" (วังหน้า) 

 


เมื่อท่านทั้งสองร่วมกันสร้าง วัดไพชยนต์พลเสพย์ และวัดโปรดเกศเชษฐาราม ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเสร็จแล้วเห็นว่ามีวัดอีกวัดหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับวัดโปรดเกศเชษฐารามอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้นำวัสดุที่เหลือมาทำการบูรณะใหม่จนสวยงามแล้วตั้งชื่อว่า “วัดปริวาสราชสงคราม”ตามบรรดาศักดิ์ของท่านลงท้ายชื่อวัดนี้ด้วย จากบันทึกถ้อยคำบอกเล่าของปู่เสงี่ยม เถื่อนอิ่ม ที่มีอายุ 91 ปี (พ.ศ. 2548) โดยเล่าว่าตนเองเคยบวชที่วัดปริวาสนี้เมื่อ พ.ศ. 2478 เล่าว่า สมัยก่อนคนมาเที่ยวงานประจำปีจะมีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทเป็นประจำ หลวงพ่อวงษ์ จึงตัดชื่อท้าย "ราชสงคราม" ออกเสียคงไว้แต่ชื่อ "วัดปริวาส"

 


สถานะและที่ตั้ง วัดปริวาสฯนั้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งพระนคร

 

ทิศเหนือ จรดถนนพระรามที่ 3

 

ทิศใต้ จรดแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ทิศตะวันออก จรดที่ดินเอกชน คือ จตุจักรพระราม 3

 

ทิศตะวันตก จรดคลองปริวาส

     


ที่ดินทางด้านทิศตะวันออกแบ่งเป็นเขตกรรมสิทธิ์โรงเรียนวัดปริวาส ด้วยเนื้อที่จำนวน 2 ไร่ 59 ตารางวา ดังนั้นด้านทิศตะวันออกจึงติดโรงเรียน วัดปริวาส สังกัดกรุงเทพมหานคร     ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) มีพื้นที่ทั้งสิ้น 11 ไร่ 3 งาน 75 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์อีก 2 แปลง แปลงหนึ่งมีพื้นที่ 5 ไร่ 75 ตารางวา ส่วนอีกแปลงหนึ่งมีพื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน

 

 

ภาพจากรายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอัมรินทร์ทีวี 34 


 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล