งานเข้าเลย! ทีมบิ๊กโจ๊กตรวจคอนโดฯพระราม 3 โวยวัดตีระฆัง เจอปล่อยต่างชาติเช่าอื้อ

งานเข้าเลย! ทีม"บิ๊กโจ๊ก"ตรวจคอนโดฯพระราม 3 โวยวัดตีระฆัง เจอปล่อยต่างชาติเช่าอื้อ

Publish 2018-10-05 19:02:07


กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังในโลกออนไลน์อยู่ขณะนี้ กรณีที่มีผู้พักอาศัยในคอนโดหรูย่านพระราม 3 ได้เข้าไปร้องเรียนกับสำนักงานเขตบางคอแหลมว่า วัดไทร ที่อยู่ข้างคอนโดฯ ได้ทำการตีระฆังเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 - 04.00 น. เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บนคอนโดติดกับวัด



ทางสำนักงานเขตบางคอแหลม จึงได้ขอความร่วมมือจากวัดให้ช่วยลดเสียงเบาลง เพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เผชิญหน้าคุย! นิติบุคคลคอนโดหรู เข้าพบ "เจ้าอาวาสวัดไทร" เผยที่มาคำร้องระฆังดังรบกวน 

 

 


ต่อมาทางพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดเผยว่า วัดถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนมายาวนาน ซึ่งการตีระฆัง ตีกลองของวัด ถือเป็นวัฒนธรรมประเพณี แจ้งเวลา แจ้งการทำกิจกรรม การนัดหมายต่างๆ เป็นกิจกรรมปกติของวัด

 

ซึ่งกรณีที่มีการร้องเรียนเหตุเสียงระฆังของวัดที่เกิดผลกระทบต่อการอยู่อาศัยของคนนั้น ตนได้ให้แนวทางต่อผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ต้องหาแนวทางจัดการให้เหมาะสม โดยให้วัดและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ส่วนทางด้านกรณีของวัดไทร ทางผู้อำนวยการเขตได้เข้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาส และได้ร่วมหารือกับทางเจ้าอาวาสแล้วถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ให้ทางวัดปฏิบัติทุกกิจของสงฆ์ตามปกติเหมือนเดิม โดยทาง เจ้าอาวาส ได้กล่าวตอบมาว่า จะทำการแจ้งกับพระลูกวัดว่าให้เบาแรงในการตีระฆังลง เพื่อไม่ให้เสียงดังจนไปรบกวนชาวบ้านเกินไป 

 


สำหรับเรื่องการตรวจวัดความดังของเสียงนั้น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของทางเขตลงไปตรวจสอบระดับความดังแล้วว่า เกินค่ามาตรฐานหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า เสียงของระฆังที่ตีนั้นไม่ได้เกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด และไม่ได้มีความอันตรายใดๆ แน่นอน ส่วนทางประชาชนที่เข้ามาร้องเรียน ทางเราก็ต้องทำการชี้แจง เพื่อให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีของเราที่ทำสืบต่อกันมา ถ้าเกิดจะให้วัดหยุดตีระฆังไปเลยนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ หาเป็นเช่นนั้นให้คนที่ร้องเรียนย้ายไปอยู่ที่อื่นง่ายกว่าอีก 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตามนี้จบ! "ผู้ว่าฯอัศวิน" เสียงแข็งวัดหยุดตีระฆังไม่ได้ ลั่นคนร้องเรียนย้ายที่อยู่ง่ายกว่า 
 



ล่าสุดพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่าหากผู้ร้องเรียนให้ชาวต่างชาติเช่าพักอาศัย ต้องตรวจสอบว่าผู้เช่า ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ทราบหรือไม่ว่า มีชาวต่างชาติมาพักอาศัยตามมาตรา 38 พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หากไม่แจ้ง ผู้ให้เช่าจะมีโทษตามกฎหมาย

 

 

 

และสำหรับชาวต่างชาติที่พักอาศัย ต้องถูกตรวจสอบว่า แจ้งถิ่นที่อยู่ตรงกับที่แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบว่าไม่ตรงกันต้องถูกเพิกถอนวีซ่าการอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้วผลักดันออกนอกราชอาณาจักรไทยต่อไป

 

 

ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ตนเองได้เข้าไปพูดคุยกับนิติบุคคล เพื่อขอรายชื่อผู้พักอาศัยทั้งหมดภายในคอนโดดังกล่าว และขอข้อมูลว่ามีใครปล่อยห้องภายในคอนโดให้เช่าบ้าง โดยจะนำไปตรวจสอบว่า ผู้เช่าได้แจ้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ทราบหรือไม่ ว่ามีชาวต่างชาติมาพักอาศัย ซึ่งหากไม่แจ้ง ผู้ให้เช่าก็ถือว่ามีโทษตามกฎหมาย

 

 

 


เบื้องต้นนิติบุคคลคอนโด ได้ชี้แจงว่า มีเจ้าของห้องที่ให้ผู้เช่าที่เป็นชาวต่างชาติพักอาศัยจำนวน 30 ห้อง จากการตรวจสอบห้องแรก พบคนจีนพักอาศัย และพบว่าที่อยู่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ จึงเตรียมแจ้งข้อหาและเพิกถอนวีซ่าส่งกลับประเทศ และจะดำเนินคดีกับเจ้าของห้องคนไทยที่ปล่อยให้เช่าด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด ว่ามีผู้กระทำความผิดกี่คน 
 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล