ฟันไม่เลี้ยง! ผู้ว่าฯกาญจน์ลั่นสอบผิดโทษไล่ออก "ปลัดออฟโรด" เจอแล้ว 7 ข้อหา

Publish 2018-10-08 00:06:08


สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมาว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบนั้น 

 

 


 



โดยในเพจเฟซบุ๊กทีมพญาเสือ ซึ่งเป็นเพจของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปก.พป.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยติดแฮชแท็กว่า #ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด่วน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) พบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (หมีขอ) กลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอ. และ อส. แห่งหนึ่ง จนท.ไทรโยค นำตัวกลุ่มออฟโรดดังกล่าวไปทำบันทึกจับกุมที่ที่ทำการ อช.ไทรโยค

 

จากการตรวจสอบพบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า โดย กลุ่มออฟโรด ดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่ง และ อส.ในทีม ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

 

 

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลงโทษให้หนัก ปลัดอำเภอพาอส.ขนปืนบุกป่าไทรโยค จนท.เจอซากหมีโดนล่าคาออฟโรด
 

 

 

ต่อมาในเพจเฟซบุ๊ก ทีมพญาเสือ ได้โพสต์รายงานความคืบหน้า หลังมีการจับกุมแก๊งปลัดอำเภอ พร้อมด้วยซากหมีขอ ระบุว่า "เบื้องต้น คณะ ปลัด มากัน 5คัน 12คน ปฏิเสธ" นอกจากนี้ยังมีภาพขอวงอาวุธปืนและมีดต่างๆ ที่นำเข้าไปล่าสัตว์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

 

ส่วนทางด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกรณีดังกล่าว ระบุว่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นำทีม เจ้าหน้าที่ ตรวจค้นรถออฟโรด พบมีซากอุ้งเท้าหมีขอ และอุปกรณ์ล่าสัตว์ป่า หลายรายการ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ (บ้านโป่ง) ได้เปิดเผย เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561  เวลาประมาณ 20.00 น. ได้รับรายงานจากหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ทย.6 (เขาพลู) ว่ามีรถยนต์ออฟโรด จำนวน 6 คัน แอบอ้างว่าได้รับอนุญาตจากห้วหน้าหน่วยฯ ให้เข้าไปพักค้างแรมในพื้นที่ป่าบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาวุธปืนเข้าไปด้วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคจึงเรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามเข้าไปในพื้นที่

 


ต่อมา เวลาประมาณ 17.30 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมผู้กระทำผิดเดินทางมาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ปลัดอำเภอฯ ซึ่งไม่ยินยอมให้ค้นตัวและไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แตะต้องตัวพร้อมขู่จะฟ้องกลับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคจึงประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ในพื้นที่ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เข้าใช้อำนาจในการค้นตัวและยึดอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างจัดทำบันทึกตรวจยึดจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป"

 

 

 

 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพล่าสุด! ปลัดอำเภอพาอส.ขนปืนไล่ล่าสัตว์ป่าไทรโยคของกลางอื้อ

 

ใหญ่โตเหลือเกิน! จนท.อุทยานฯเผยตอนจับ "ปลัดออฟโรด" ล่าหมีป่า โดนขู่ฟ้องกลับห้ามค้นตัว



ล่าสุดทางด้านนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดเเผยถึงประเด็นดังกล่าว บอกว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเข้าตรวจสอบกลุ่มรถออฟโรด ที่นำโดย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอเมืองกาญจนบุรี รวม 12 คน และพบอาวุธปืนไรเฟิลติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียงพร้อมเครื่องกระสุนและซากหมีขอแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด และถ้าหากเรื่องดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดวินัยร้ายแรง หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริง โทษสูงสุดคือไล่ออกจากราชการ

 

 

 

 

(นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี)

 

 

 

 

 

 

 


เบื้องต้นได้ทำการแจ้งข้อหาแล่ว จำนวน 7 ข้อหา ได้แก่ 

 

1.ฐานร่วมกันเก็บหานำออก ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ 


2.ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์

 

3.ฐานกันร่วมนำพาหนะเข้าออก  ขี่ยานพาหนะที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

 

4.ฐานกันนำเครื่องมือล่าสัตว์ จับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

 

5.ฐานกันร่วมล่าสัตว์ป่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำที่ทางราชการได้รับการยกเว้น ตามมาตรา 26 

 

 

 

 

 

 

6.ฐานร่วมกันร่วมมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต ฐานเข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่

 

 

7.ฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในราชการสงคราม และขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

ซากหมีขอคาในรถออฟโรด 

 

 

 

 

 


นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยรายชื่อ ผู้กระทำความผิดล่าหมีขอในครั้งนี้ จำนวน 12 คน ได้แก่ 


1. นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย

        
2. นางสาวศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม

         
3. นายทัศดนัย ขอกระโชก

         
4. นายฉัตรชัย เกาะลอย

         
5. นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์

         
6. ว่าที่ ร.ต. สุนทร มาเจริญรุ่งเรือง

         
7. นายวุฒิพงษ์ เต็มธนัน

         
8. นายสกานต์ แก่งหลวง

         
9. นายอนุสรณ์ เรือนงาม

         
10. นายประสาน เต็มธนัน

         
11. นางอรุณ แสงใส

         
12. นายถาวร เซี่ยงหลิว
 

 

 

 

 

 

 

 

ขณะเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ทีมพญาเสือ , สายข่าวจิตอาสา , กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล