โดนแล้ว! ปปง.อายัดทรัพย์ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" พร้อมพี่ชาย-พี่สาว คดีฟอกเงินบิตคอยน์

Publish 2018-10-09 16:18:18

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้จับกุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม อายุ 27 ปี ดาราและนายแบบ บริเวณชั้น 2 ห้างเมเจอร์รัชโยธิน  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน
 



โดยผู้ต้องหาพร้อมกับพวกได้สมคบกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ชายชาวต่างชาติ ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขาย สกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) แต่พอถึงกำหนดเวลากลับไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเงินปันผล ก่อนพนักงานสอบสวนคุมตัวดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป (

 


ต่อมาบูม หรือนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต ดาราและนายแบบ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจผ่านไอจีสตอรี่ว่า "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่คอยส่งกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณความรัก ความห่วงใย ความหวังดีจากทุกๆ คน ผมรู้สึกอบอุ่นมาก จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า บางครั้งในการที่เราตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ มันทำให้เราได้มองเห็นสิ่งดีๆ และผมก็เชื่อว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ขอบคุณมากๆ ครับ"

 

 

 

 


ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เข้าแจ้งความว่า ถูกผู้ต้องหาพร้อมกับพวกร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลจำนวนหนึ่งเข้าไปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัญชีของนายจิรัชพิสิษฐ์ ที่เปิดรับรองไว้ส่วนหนึ่ง และบัญชีของผู้ต้องหาอื่นๆ อีก รวมเป็นเงิน 5,564.44650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408,454.33 บาท


 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "บูม จิรัชพิสิษฐ์" เปิดใจครั้งแรก เจอคดีฟอกเงินบิตคอยน์เฉียด 800 ล. หลั่งน้ำตาขอพิสูจน์ล้างมลทิน
 

 

ล่าสุดทางเว็บไซต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.174/2561 มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับข้องกับการกระทำความผิด กรณีนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงชื่อดัง ร่วมกับพวกหลังมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระและฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน วางแผนและสมคบกันหลอกลวง 

 

 

 

โดยชักชวนให้นายอาร์นี่ โอทาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ ร่วมลงทุนซื้อหุ้นกับบริษัทลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในชื่อดราก้อนคอย dragon coin (DRG) และหุ้นของบริษัทดีเอสเอ 2002 จำกัด (มหาชน) โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ทำให้นายอาร์นี่ หลงเชื่อลงชื่อในสัญญาที่ฝ่ายนายปริญญาจัดทำขึ้น และโอนเหรียญบิตคอยน์ซึ่งเป็นเงินดิจิตอลเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่กลุ่มนายปริญญาเปิดรองรับไว้รวม 19 ครั้ง คิดเป็นเงินไทยมูลค่า 797 ล้านบาท 

 

 

 


แต่ทางด้านนายอาร์นี่ไม่ได้รับหุ้นครบตามสัญญา และไม่มีการนำเงินไปลงทุนในหุ้นจริง จึงทราบว่าถูกนายปริญญา กับพวกฉ้อโกงและหลอกลวง

 

 

 จากการตรวจสอบข้อมูลในบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่รับโอนเงินบิตคอยน์จากนายอาร์นี่ เป็นบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลต่างๆ ที่ร่วมกันหลอกลวง และมีการขายเหรียญบิตคอยน์ผ่านระบบการซื้อขายในอินเตอร์เน็ตจริง จากนั้นได้นำเงินที่ได้โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารที่เปิดรองรับไว้ 

 

 

 

ส่วนเหรียญบิตคอยน์ที่เหลือได้ถูกโอนออกไปยังบัญชีอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบพบข้อมูลว่ามีการนำเงินไปรับซื้อฝากที่ดินและซื้อที่ดินหลายแปลงในชื่อของนายปริญญา และพวกที่ร่วมกันลงมือ อันถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

 

 

นอกจากนี้คำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมยังระบุอีกว่า จากการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ปรากฏหลักฐานเป็นที่น่าเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงินตามมาตรา 4 และ 5 หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจากการรวบรวมหลักฐานพบว่านายปริญญาและพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรวม 64 รายการ มูลค่า 210 ล้านบาท (ทรัพย์สินบางส่วนอยู่ระหว่างประเมินราคา) เป็นเงินฝากธนาคาร

 

 

และสิทธิ์เรียกร้องอันเป็นทรัพย์ที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด ซ่อนเร้นได้โดยง่าย รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนที่ผู้ครองครองกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิ์ครอบครองสามารถทำนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครองครองได้ 

 

 


ถ้าไม่มีการออกคำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ ต่อมาหากศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ปปง.อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์ดังกล่าวกลับคืนมาได้ คณะกรรมการธุรกรรม จึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินทั้ง 64 รายการ พร้อมดอกผล ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.- 11 พ.ย. 61

 

สำหรับทรัพย์สินดังกล่าว ประกอบด้วย 

บัญชีเงินฝากธนาคารในชื่อของนายนายจิรัชพิสิษฐ์ จำนวน 5 บัญชี ซึ่งสามารถประเมินราคาได้ 2 บัญชี มูลค่า 4 ล้านบาท อยู่ระหว่างการประเมินราคาอีก 3 บัญชี และที่ดินเขตจตุจัตรเนื้อที่ 3 งาน 80 ตารางวา ที่มีชื่อนายจิรัชพิสิษฐ์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ มูลค่า 43 ล้านบาท 

 

 

ส่วนที่เหลือเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารและที่ดินในชื่อของนายปริญญา, น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต และชื่อบุคคลอื่น รวม 59 รายการ รวมจำนวนเงินทั้งหมด 210 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์ดังกล่าวต้องการขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ ให้ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อเลขาธิการ ปปง. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่งนี้

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ IG : bxxm_jj



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล