พ่อ"ผช.เลขาฯ ปปช." หัวร้อน ป้องลูกชายเผยพกปืนเรื่องธรรมดาของข้าราชการชั้นสูง

Publish 2018-10-17 10:46:07



จากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ราชการ เเจ้งวัฒนะ กับการมีปัญหากันเรื่องการขับรถ ของคู่กรณีที่ขับไล่ตามกันมา มุ่งหน้าไปกองบัญชาการกองทัพไทย  ก่อนที่ทางเก๋งฮอนด้า ซึ่งมีคนขับเป็นลุงท่านหนึ่ง จะหัวร้อน ใช้อารมร์วู่วามเกินเหตุ ชักปืนเล็งใส่ รถคันหลัง 

 



โดยรถคันที่ติดกล้องหน้ารถบันทึกภาพเอาไว้ได้  ขับมาจากคลองประปา มุ่งหน้าศูนย์ราชการ เลี้ยวเข้าไปในศูนย์ราชการ ได้โดนเก๋งอีกคันบีบเเตรไล่ เเล้วซิ่งเเซงปาดหน้าไปเเถมยังบีบเเตรด่า   จากนั้นก็ขับตามกันไป ก่อนที่เก๋งฮอนด้า จะเบรคจอดนิ่ง เเละคนขับเป็นลุงคนหนึ่ง ลงมาพร้อมปืนชักขึ้นลำพร้อมยิง  เเถมเล็งใส่อีก  ป้ายทะเบียนรถชัดเจน ซึ่งทางภรรยาลุงคนขับ ได้ลงมาด่าผสมโรงว่า จะขับตามกันมาทำไม??

 

.

.

.

.

.

.



ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้สั่งให้มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว เนื่องจากพบว่า ชายที่ปรากฏในคลิปใช้ปืนเล็งใส่คู่กรณี อาจเป็นผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งนี้ มีการตรวจสอบวงจรปิด ทะเบียนรถและรูปพรรณพบว่าตรงกับนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

และที่สำนักงานป.ป.ช. ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กล่าวถึงข่าวดังกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าตนได้เห็นคลิปในข่าวแล้วและได้สั่งให้ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวให้ส่งตรงมาที่ตนโดยด่วนแล้ว

 

.

 

ต่อมามีการลงพื้นที่บ้านพักของ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ไม่พบตัวนายพิเศษพบแต่เพียงพ่อของนายพิเศษ ซึ่งพ่อยืนยันว่าลูกชายเป็นคนใจเย็นไม่เคยมีเรื่องหัวร้อน ที่พกปืนนั่นก็ไว้ใช้ยามจำเป็นและก็เป็นเรื่องธรรมดาของข้าราชการระดับสูงระดับประเทศ พกไว้เพื่อใช้ป้องกันตนเอง นอกจากนี้ยังเล่าว่าลูกชายเป็นคนขยันทำงานและเก่งเรื่องกฎหมายด้วย

ทั้งนี้นายพิเศษได้ให้ปากคำเจ้ากับหน้าที่ โดยได้ให้การไปตามความเป็นจริง ซึ่งบางส่วนก็ปรากฎตามในคลิป ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่ามีเรื่องอะไรกันมาก่อนหน้าที่จะเป็นคลิปตามที่เห็นหรือไม่ นายพิเศษ อ้างว่า ช่วงจะเลี้ยวเข้าศูนย์ราชการ แท็กซี่คันที่ติดกล้องหน้ารถดังกล่าว ได้ปาดเข้ามาเลี้ยว ตนจึงได้บีบแตรเตือนไป จากนั้นก็เกิดการขับรถติดตามมาดังกล่าว ซึ่งการเข้าให้ปากคำครั้งนี้ คู่กรณีไม่ได้มาด้วย

 

ขอบคุณ รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล