กล้าจริงปล่าว? วัฒนาพล่าน!บิ๊กแดงอำนาจนิยม หมายหัวหลังเลือกตั้งต้องกำจัดเนื้อร้าย

Publish 2018-10-18 09:48:44


จากกรณีพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กแดง ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกครั้งแรก เป็นวาระพิเศษ โดยมีผู้พัน ผู้การเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยที่หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) และก่อนจะเข้าประชุมนั้นบิ๊กแดงได้แถลงเปิดใจความเป็นกลางของกองทัพว่า ขึ้นอยู่กับมุมมองที่เห็นทหารว่าทำอย่างไร คือทหารก็จะปฏิบัติภารกิจไปตามหน้าที่ แต่คนที่มองจะดูจากภายนอกว่าเป็นกลางหรือไม่




 

 

“เรามั่นใจในสิ่งที่ทำว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง มุมเป็นกลางของเราอยู่ตรงนี้ คือเราจะเคียงข้างประชาชนดูแลทุกข์สุขให้อยู่อย่าสบายสุขสงบ และการที่ทหารลงพื้นที่นั่นเป็นการช่วยเหลือประชาชนไม่ใช้เป็นการหาเสียง เราไม่ใช่นักการเมือง วันนี้ตนจะแจ้งจุดยืนนี้ให้กับหน่วยขึ้นตรง มีการจับตาว่ากองทัพกับคสช.จะเป็นเนื้อเดียวกันหรือไม่ ผมยืนยันไม่ว่าใครเป็นนายผมทำเต็มที่100% ไม่ว่ารัฐบาลไหน ผมว่าจะแปลกใจไปทำไมในการที่ผมไปพบพลเอกประยุทธ์(จันทร์โอชา) ท่านเป็นนายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาล มันก็เป็นเรื่องปกติ ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลเราหนุนนโยบายอยู่แล้ว ผมไม่อยากให้เหตุการณ์ในอดีตความรุนแรงออกมาฆ่ากัน วันนั้นเราอยู่ ทางรัฐบาลก็ให้ออกมาคุมความสงบ ตรงนี้ต้องทำเพื่อดูแลประเทศ

 

 



 

 

วันนั้นถ้าพลเอกประยุทธ์ ไม่ออกมาจะเป็นอย่างไร ท่านเสียสละที่ออกมา ผมรักและเคารพท่าน ท่านเป็นแบบอย่างนายทหาร วันนั้นท่านไม่ได้ออกมาเอง แต่ประชาชนให้ท่านออก เพราะถ้าท่านไม่ตัดสินใจจะเกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ประชาชนวันนั้นที่ให้ท่านออกมา ผมคาดหวังว่าอนาคตเราจะไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงวุ่นวายอีก มีการเผากรุงเทพฯ มียิงกัน คนที่ออกมา ประชาชนที่ถูกยุจุดไฟเผา ทำระเบิดทำให้ประเทศพ่ายแพ้ เพราะการแก่งแย่งอำนาจกันของนักการเมืองที่ไม่รู้จักแพ้ชนะ ผมแปลกใจจริงๆคนที่ทำผิดละเมิดกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ยอมรับผิดอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง แบบนี้จะอยู่กันได้อย่างไร

 

 

ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่พอใจ มองว่า ทำไมอยู่นาน ก็ปี 2 ปีทำอะไรไม่ได้ จึงต้องมีแผนยุทธศาสตร์ 20ปี  ท่านคิดว่า จุดไฟเผาในเมือง เกิดกลียุคในเมืองขนาดนั้น ปีเดียวสิ่งปลูกสร้างอาจจะทำได้ แต่ในทางการค้าแล้ว ต้องใช้เวลา ความมั่นใจของต่างชาติในการลงทุน  แต่ ณ วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น มันอาจจะเห็นผลช้า ไม่ทันใจ นักการเมืองบางคน แต่ผมเชื่อว่ารัฐบาล พลเอกประยุทธ์ ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ ไม่รีบ ผลีผลาม  ฉะนั้นสิ่งที่สื่อถามมา ผมหวังใจอย่างยิ่งว่าการเมือง อย่าเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติอีก

 

 

เมื่อถามว่า แสดงว่า มั่นใจว่าจะไม่มีเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอนใช่หรือไม่ พลเอกอภิรัชต์ กล่าวว่า ผมมั่นใจว่า ถ้าการเมือง ไม่เป็นต้นเหตุการณ์จลาจล ถ้ามันไม่เกิด มันก็ไม่มีอะไร การปฏิวัติรัฐประหาร มี 10 กว่าครั้งก็จริง แต่มันไม่ใช่สมัยก่อนแล้ว สมัยหลังๆนี้ มันก็เป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้นผมไม่ได้ว่านักการเมืองดี หรือไม่ดี ดีก็มี ไม่ดีก็มี  ”

 

 

ล่าสุดวันนี้(18ต.ค.)

 

คำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. ที่ไม่รับประกันว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แสดงให้เห็นตัวตนของผู้นำกองทัพว่าเป็นพวกอำนาจนิยมที่ทำตัวเหนือกฎหมาย เพราะคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวคือการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอันเป็นความผิดฐานเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113

 

การรัฐประหารนอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายที่มีโทษถึงประหารชีวิตแล้ว ยังทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองในทุกมิติ ข้ออ้างของการทำรัฐประหารเพียงถูกปั้นแต่งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ทำแต่ที่ผ่านมาคือการทำเพื่อตัวเองและพรรคพวกเท่านั้น คำพูดของ ผบ.ทบ. ยังเป็นปัจจัยชั้นดีในการบ่อนทำลายบรรยากาศการลงทุน ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเพราะการยึดอำนาจของนายทหารรุ่นพี่ที่ขาดสติปัญญาในการบริหาร

 

 

ประเทศชาติเหมือนร่างกายของมนุษย์ องค์กรต่างๆ ของรัฐเปรียบได้กับอวัยวะในร่างกายที่หากทำงานตามหน้าที่ร่างกายก็จะมีความแข็งแรงและมนุษย์ผู้นั้นจะดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข แต่หากอวัยวะส่วนใดทำงานผิดหน้าที่ก็จะกลายเป็นเนื้อร้ายและเป็นภัยต่อเจ้าของร่างกายนั้น ดังนั้น ภารกิจสำคัญหลังเลือกตั้งคงต้องฉายแสงกำจัดมะเร็งเนื้อร้ายให้หมดฤทธิ์กับประชาชน

 

วัฒนา เมืองสุข

18 ตุลาคม 2561

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

;