จบนะ น้องแบมปราบโกง สมหวังดั่งใจได้รับราชการ ย้อนความจำสาวสายป่านยาวเป็นหางว่าว

จบนะ "น้องแบมปราบโกง" สมหวังดั่งใจได้รับราชการ ย้อนความจำสาวสายป่านยาวเป็นหางว่าว

Publish 2018-11-02 15:27:59


 

    จากกรณี นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม อายุ 23 ปี อดีตนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดงพลังของความกล้าหาญเชิงคุณธรรม ด้วยการเปิดโปงความไม่โปร่งใส ภายหลังถูกสั่งให้ปลอมเอกสารราชการตาม หรือโกงเงินคนจน กว่า 6.9 ล้านบาทขณะเข้าฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น จนนำไปสู่การตรวจสอบงบประมาณเงินสงเคราะห์ของผู้มีรายได้น้อย ของหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ทั่วทั้งประเทศ 

 

   ปรากฏสายป่านยาวเป็นหางว่าว เมื่อพบว่ามีการทุจริตเป็นจำนวนมาก จนมีการเอาผิด ไล่ออกข้าราชการ ฐานสมคบกันโกงเงินคนจนเป็นจำนวนหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ น้องแบมได้รับการยกย่องจากสังคมถึงขนาดมอบสมญาให้เป็น "น้องแบมปรามโกง" กลายเป็นแรงกระเพื่อมที่สะเทือนไปถึงรัฐบาล จนผู้อำนาจบางคนออกมาให้คำมั่นว่าหากสำเร็จการศึกษาจะรับน้องแบมเข้ารับราชการเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนรุ่นใหม่ต่อไป

 

   อย่างไรก็ตามมีทั้งเสียงสนับสนุนและไม่เห็นด้วย เพราะเมื่อผ่านมุมมองของบางคนนั้น เส้นทางสู่อาชีพข้าราชการมีหลายขั้นตอนและเต็มไปด้วยความยากลำบากเนื่องด้วยมีอัตราการแข่งขันที่สูง หากภาครัฐรับน้องแบมโดยไม่ต้องผ่านการสอบแข่งขันเช่นบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นแบบอุปถัมภ์อาจเป็นเรื่องที่ดูไม่เหมาะสม แต่เมื่อพิจารณาตามหลักกฏหมายและพฤติการณ์ของน้องแบมที่ช่วยสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ เส้นทางการรับราชการในแบบพิเศษของน้องแบมก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

 



    จากวิธีการเลือกบุคคลเข้ารับราชการ ของ สำนักงาน ก.พ. ระบุว่า ต้องมีคุณสมบัติ ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 คือ

 

1. มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี  เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

2. ไม่มีตําแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นคนวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และเงื่อนไขอื่นๆ 

 

    และต้องสอบแข่งขัน หรือการคัดเลือก ในกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการสอบแข่งขัน ซึ่งในเกณฑ์ของน้องแบม อาจจะบรรจุในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่ว่า "มาตรา 55 ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 อาจคัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งโดยไม่ต้องดําเนินการสอบแข่งขันตามมาตรา 53 ก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กําหนด"



    อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมได้เงียบหายไปชั่วขณะ ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวจากทางภาครัฐหรือความคืบหน้าในการดำเนินการบรรจุน้องแบมเข้ารับราชการแต่อย่างใด จนน้องแบม ได้ออกมาตัดพ้อทำนองว่า ผู้ใหญ่ไม่ทำตามสัญญาที่จะรับเข้าทำงานในกระทรวง และรู้สึกผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับระหว่างโทรไปสอบถามผู้ใหญ่ในกระทรวง ซึ่งได้รับคำตอบว่าขณะนี้ยังไม่เปิดรับ และต้องสมัครเข้ามาตามขั้นตอน จนตัวเองต้องไปสมัครเข้าไปทำงานที่อื่นแทนในจังหวัดขอนแก่น ภายหลังจากเรียนจบปริญญาตรี 

 

    ขณะเดียวกันทางกระทรวง ก็ได้ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับน้องแบมจริง แต่จำเป็นต้องสมัครสอบเข้ารับราชการตามกระบวนการก่อน และเมื่อได้แล้ว ทางกระทรวง จะดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งทางน้องแบมอาจเข้าใจผิดว่าสามารถทำงานได้ทันที

 

 

 

    ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนคนดีเต็มที่ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงทำความเข้าใจกับ น.ส. ปณิดา และครอบครัวให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้คำแนะนำช่วยเหลือเกี่ยวกับการเข้ารับราชการด้วย ต่อมาสำนักงานข้าราชการพลเรือน ก.พ. อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. คัดเลือกน้องแบมเข้ารับราชการได้ 

 

    ล่าสุด 1 พ.ย. 2561 น้องแบม ได้รายงานตัวเข้าดำรงตำแหน่ง นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ ป.ป.ท. เขต 4 จ.ขอนแก่น และเริ่มทำงานเรียบร้อยแล้ว หลังได้แสดงความจำนงและยื่นใบสมัครคัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา โดยอาศัย ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 2551 กรณีข้อ 1 (6)  

 

    แม้นว่าปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจะฝังรากลึกอยู่ในระบบราชการไทย อย่างยากที่จะถอนรากถอนโคนโดยง่าย แต่น้องแบมก็ถือเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่แสดงออกถึงความกล้า ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจอันมิชอบ ที่ควรค่าแก่การยกย่องยิ่ง

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย