WHO รับรองยาต้านไวรัสเอดส์ของไทย เป็นรายแรกของอาเซียน ลดราคาถูกกว่ายาต้นแบบ

WHO รับรองยาต้านไวรัสเอดส์ของไทย เป็นรายแรกของอาเซียน ลดราคาถูกกว่ายาต้นแบบ

Publish 2018-11-03 09:11:11



 

 

    นับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง จากรายงานองค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ) สามารถขึ้นทะเบียนยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz Tablets 600 mg ได้สำเร็จ โดยได้รับการรับรองให้อยู่ในบัญชีรายชื่อ WHO Prequalification Program (WHO PQ) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นยารายการแรกของประเทศไทย และเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศสมาชิกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ได้รับรองมาตรฐานสากล และเตรียมพร้อมขยายตลาดในต่างประเทศเร็วๆ นี้ และที่สำคัญจะทำให้คนไทยมีโอกาสได้เข้าถึงยาราคาถูกจากขวดละพันเหลือเพียงหลักร้อยเท่านั้น

 

    นายแพทย์โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม เผยว่า ตัวยาดังกล่าวเป็นยารายการแรกของประเทศไทยอาเซียน ที่ได้รับรองมาตรฐานสากลเพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรสาธารณะสุขนานาชาติ จัดซื้อยาจากผู้ผลิตที่ได้ผ่านกระบวนการตรวจรับรองที่เข้มงวดนี้แล้วเท่านั้น เช่น กองทุนโลก หรือยูนิเซฟ ซึ่งการได้รับการรับรองครั้งนี้ เป็นการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาและมาตรฐานการผลิตเป็นระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ

 

    ทั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาอย่างเป็นสากล และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพ ซึ่งยาตัวนี้เป็นตัวแรกที่ใช้กับผู้ติดเชื้อ HIV ทุกรายตั้งแต่ตรวจพบเชื้อในร่างกาย ปัจจุบันในขณะนี้เตรียมพัฒนาโรงงานผลิตยาที่ รังสิต 1 คลอง 10 ธัญบุรี ปทุมธานี เฟส 2 มูลค่า 5.6 พันล้านบาท อยู่ระหว่างเปิดซองผู้รับเหมา คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562

 

 



    จากข้อมูลแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 โดย AIDS Epidemic Model (AEM) มีรายงานว่า เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์สะสม จำนวน 1,526,028 คน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,900 คน เฉลี่ยแล้วติดเชื้อรายใหม่วันละ 19 คน มีผู้เสียชีวิตจากโรค  16,100 คน ในจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีชีวิตอยู่ทั้งหมด 437,700 คน แยกเป็นเพศหญิง 181,600 คน เพศชาย 256,100 คน แยกเป็นอายุ 15 ปีขึ้นไป 433,600 คน และอายุไม่เกิน 15 ปี 4,100 คน
 

 

    ขณะที่ข้อมูลของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย รายงานเมื่อสิ้นปี 2559 ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 6,200 คน เฉลี่ยวันละ 17 คน ตลอดทั้งปีมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตกว่า 15,000 คน เฉลี่ยวันละ 43 คน โดยเป็นกลุ่มชายรักชายมากที่สุด

 

    แต่จากผลสำรวจในห้วง 10 ปีที่ผ่านมาตามข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีบ่งชี้ว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลสำเร็จดังกล่าวมาจากการเข้าถึงการตรวจรักษา ทำให้ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างทันท่วงที

 

 



    ด้าน เภสัชกรหญิงมุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รอง ผอ.อภ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางองค์การฯ ใช้เวลากว่า 16 ปีในการพัฒนาตัวยาให้ได้มาตรฐานของ WHO จนคุณภาพเทียบเท่ายาต้นแบบ ทำให้ผู้ป่วยสามารถซื้อยาได้ในราคาที่ถูกหรือประมาณ 180 บาท เพราะประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเอง ต่างจากเมื่อก่อนที่ผู้ป่วยต้องควักเงินเป็นพันเพื่อซื้อยาเพียง 1 กระปุก 

 

    หลังจากนี้กองทุนต่างๆ จะทำการตรวจสอบดูรายชื่อว่าบริษัทใดบ้างที่ได้รับการรับรองจาก WHO ล่าสุดได้รับการติดต่อจากประเทศแถบทะเลแคริเบียนให้เข้าร่วมการประมูลเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ ประเทศฟิลิปปินส์ก็ขอให้ไทยเข้าไปขึ้นทะเบียนยาในประเทศเขามีความเชื่อมั่นในคุณภาพยาของไทย ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการคาดว่าอีก 2 ปีจะทราบผล แต่มั่นใจว่าน่าจะสามารถผ่านได้ และอนาคตยังเตรียมส่งยาต้านวัณโรค และยารักษาโรคมาลาเรียเข้าสู่การรับรองด้วย

 

 

 

    สำหรับ ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz Tablets 600 mg เป็นยาที่ผู้ป่วยเอดส์มีความจำเป็นต้องใช้ เนื่องจากเป็นยาต้านไวรัสที่แนะนำให้เป็นสูตรแรก (first line regimen) ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อที่ใช้ยานี้ประมาณ 80,000 ราย ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz จะช่วยลดปริมาณเชื้อเอชไอวีในร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อเอชไอวี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย