ถอดรหัสละสังขาร สองครูบาฯ เกิดและตายวันเดียวกัน เฉลยที่มาคำสั่งนำน้ำผึ้งใส่ทางปาก

Publish 2018-11-07 13:56:39



จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) ที่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง (รัฐฉาน) พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง ได้แสดงเทศธรรมะ ซึ่งมีรายงานว่าเมื่อเสร็จสิ้น ครูบาบุญชุ่ม ได้กล่าวถึงเวลาที่ท่านจะละสังขารเมื่อไร เป็นภาษาไทยใหญ่อย่างชัดเจน และได้มีการแชร์ข้อความดังกล่าว โดยอ้างถึงคำพูดของครูบาบุญชุ่ม โดยกล่าวว่า "เมื่อท่านตายแล้ว ห้ามทำพิธีใดๆ ทั้งนั้น เก็บไว้ 5 วัน แล้วให้เอาไปไว้เมืองพง ไม่ว่าจะตายที่ไหน ห้ามเอาไปเมืองไทย และห้ามเอาไปที่ไหน ห้ามเผา ให้เอาใส่โกฏิทำจากหินพม่า ท่านจะนั่งตายแบบพระธิเบต ตายวันไหนให้เอาใส่วันนั้น ห้ามให้พ้นเวลา 9 โมงกลางคืน แล้วให้เอาน้ำผึ้งป่าใส่ทางปาก ระหว่าง 3 วันไม่ต้องปิดฝาโกฏิให้เอาน้ำมันผักกาดทาทั่วร่างกาย เมื่อครบ 3 วันก็ให้ปิดฝาโกฏิ ให้เก็บศพท่านที่วิหารภูฏาน 5 วัน เมื่อครบ 5 แล้วให้นำไว้ใกล้เจดีย์แม่แสงหล้า ท่านบอกว่า แม่อยู่ไหนท่านก็จะอยู่ตรงนั้น"

 
 

ต่อมาเฟซบุ๊กชื่อ  Sutiroj Tithapanachotiwattana ได้โพสต์ถึงพระครูบาบุญชุ่ม เกี่ยวกับการบอกละสังขารในครั้งนี้ ระบุข้อความว่า "พระครูบาพ่อบุญชุ่ม ญาณสํวโร หลังจากเทศธรรมะเสร็จ ได้กล่าวถึงเวลาที่ท่านละสังขารเมื่อไร กล่าวไว้เป็นภาษาไตยได้ชัดเจนมาก "เมื่อท่านตายแล้วห้ามทำพิธีใดๆ ทั้งนั้น เก็บไว้ 5 วันพอ ตายแล้วให้เอาไปไว้เมืองพง ไม่ว่าจะตายที่ไหน ห้ามเผาให้เอาใส่โกฏิทำจากหินพม่า(หินขาวมัณฑะเลย์) ท่านจะนั่งตายแบบพระธิเบต ตายวันไหนให้เอาใส่วันนั้นห้ามให้พ้นเวลา 9 โมงกลางคืน แล้วให้เอาน้ำผึ้งป่าใส่ทางปาก ระหว่าง 3 วันไม่ต้องปิดฝาโกฏิให้เอาน้ำมันผักกาดทาทั่วร่างกาย เมื่อครบ 3 วันก็ให้ปิดฝาโกฏิ ให้เก็บศพท่านที่วิหารภูฏาน 5 วัน เมื่อครบ 5 แล้วให้นำไว้ใกล้เจดีย์แม่แสงหล้า ท่านบอกว่า แม่อยู่ไหนท่านก็จะอยู่ตรงนั้น" สาธุ สาธุ สาธุ รับทราบโดยทั่วกัน

 

 

(ครูบาบุญชุ่ม)

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : น้อมกราบสาธุ แชร์คลิปครูบาบุญชุ่ม ประกาศละสังขาร พร้อมคำสั่งถึงศิษย์

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม้จะสิ้นก็คงความเรียบง่าย สมถะละสังขารครูบาบุญชุ่ม ทั้งเปี่ยมด้วยกตัญญูขอนำศพไว้ข้างแม่

 




หากย้อนกลับไป ครูบาศรีวิชัย หรือ พระศรีวิชัยชนะภิกขุ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ นักบุญแห่งล้านนา เป็นพระมหาเถระซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างถนนทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ จนได้รับการขนานนามว่า "ตนบุญแห่งล้านนา" หมายถึงนักบุญแห่งล้านนา ครูบาศรีวิชัย เป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือของประเทศไทย ท่านก็ได้รู้วันมรณภาพของท่านเหมือนกันและได้มีการสั่งเสียก่อนที่จะมรณภาพเหมือนๆกัน และได้มีหลักฐานยืนยันว่า ครูบาเจ้าศรีวิชัย ถึงแก่มรณภาพละสังขาร ไปในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 ตรงกับวันอังคาร เดือน 6 แรม 3 ค่ำ 2482 โดยเก็บศพไว้ที่บ้านปางหนึ่งปีเต็ม 

 


ทั้งนี้ ครูบาอานันท์ พุทฺธธมฺโม แห่งวัดพระธาตุแสงแก้วมงคล จังหวัดพะเยา ได้รวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย และได้บอกว่า "ครูบาทองสุข ธมฺมสโร" (พระลูกศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย) เป็นผู้ที่เอาน้ำผึ้งกรอกปากครูบาศรีวิชัยในทันทีที่มรณะ และเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ ดูแลวัดบ้านปางแทน 

 

 

(พระครูบาศรีวิชัย)

 



อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า ครูบาบุญชุุ่ม และครูบาศรีวิชัย ทั้งสองท่านเป็นพระครูบาเหมือนกัน และก็ทราบวันมรณภาพล่วงหน้าและมีการเอาน้ำผึ้งป่าใส่ปากหลังจากมรณะภาพเหมือนกัน 

 


นอกจากนี้ ครูบาศรีวิชัยท่านมีความประสงค์จะละสังขารในวันอังคารนั้น ตามความเชื่อของชาวล้านนา หากเมื่อคนเราเกิดและตาย ในวันหรือปีเดียวกัน จะเชื่อว่าผู้ตายได้หมดบุญที่มีมาแล้ว ถือเป็นการตายที่สมบูรณ์ สำหรับการนำน้ำผึ้งป่าใส่ทางปากนั้น ซึ่งน้ำผึ้งป่าเป็นผลผลิตทางธรรมชาติ ที่อุดมด้วยวิตามินช่วบบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นทั้งยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย

 

 

(ครูบาศรีวิชัย)

 

 

(ครูบาศรีวิชัย)

 

 



เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม