มันจะไม่สายเกินแก้  !!! โดนสาด น้ำกรด  ห้ามล้างด้วยน้ำทันที...แต่มีวิธีเบื้องต้นง่ายๆ

มันจะไม่สายเกินแก้ !!! โดนสาด "น้ำกรด" ห้ามล้างด้วยน้ำทันที...แต่มีวิธีเบื้องต้นง่ายๆ

Publish 2018-11-12 16:39:59


  ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นการสะท้อนถึงปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจในการกดขี่สตรีเพศที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งในสังคมไทย อันเป็นมายาคติที่ถูกถ่ายทอดส่งต่อในลักษณะชายเป็นใหญ่ หญิงเป็นรอง ตอกย้ำวัฒนธรรมการปกครองแบบ "ปิตาธิปไตย" ที่มิได้เลือนหายหรือปรับตัวตามกาลเวลา หากถูกผลิตซ้ำเป็นวัฏจักรจนกลายเป็นเรื่องปกติสามัญ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมไม่พ้นความสูญเสีย เช่นเดียวกับเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2561 

 


   
  สืบเนื่องจากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" ได้ทำการโพสต์เผยเรื่องราว ของหญิงรายหนึ่งที่โดนสามีเอาน้ำกรดสาด จนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณใบหน้าและตามร่างกาย ก่อนที่จะรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลพระราม 2 พร้อมกับ น้องเต ลูกสาวอายุ 12 ปี แต่กลับถูกปฏิเสธให้เข้ารับการรักษา และผลักไสให้ไปรักษาที่โรงพาบาลอื่น น้องเตจึงจำต้องพาผู้เป็นแม่นั่งแท็กซี่ต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางมด แต่สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง
 
  จนกระทั่งวันที่ 11 พ.ย. 2561 อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ไม่ดูดายต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม  เดินทางพร้อมด้วยครอบครัวของผู้เสียชีวิต คือ นางสาวช่อลัดดา ไปยังโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งความประสงค์ให้ทาง ผอ.รพ. ออกมาให้ความกระจ่างและแสดงความรับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ขัดกับมนุษยธรรมอย่างยากที่จะยอมรับได้ และที่สำคัญเหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลพระราม 2 เคยมีพฤติการณ์ปฏิเสธคนไข้มาหลายครั้ง โดยเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีเพียงพยาบาลไม่มีแพทย์ประจำ พร้อมยืนยันว่าตนจะเดินทางไปร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำเนินการสั่งปิดโรงพยาบาลพระราม 2 เป็นการชั่วคราว

 




  และในแง่กฏหมายคดีดังกล่าว ถือเป็นความผิดได้ทั้งทางแพ่ง และทางอาญา ทั้งนี้นายอัจฉริยะ ได้มีการนำเอาโลงศพที่บรรจุร่างของนางสาวช่อลัดดา มาตั้งที่หน้าโรงพยาบาลด้วย เพื่อร้องขอความเป็นธรรมอย่างไรก็ตามการเจรจาได้กลายเป็นสงครามวาทะขนาดย่อม ทั้งสองฝ่ายต่างใช้อารมณ์เป็นตัวตั้งมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง
 
  ในเบื้องต้น น.พ.พีระ คณานวัตน์ ศัลยแพทย์ทั่วไปประจำโรงพยาบาลพระราม 2 เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตและลูกสาว ได้เดินทางมาโรงพยาบาลช่วยเวลาประมาณตี 5 ทางประตูด้านหลังของห้องฉุกเฉิน ด้วยสภาพร่างกายเต็มไปด้วยคราบสีขาวของยาสีฟัน จากนั้นทางพยาบาลเวรจึงทำการสอบถามอาการเบื้องต้น พร้อมกับประเมินสภาพบาดแผลมาจากสารเคมี ระดับ 1 ตรวจวัดความดันอยู่ในระดับปกติ ซึ่งประเมินแล้วพบว่าอาการลักษณะนี้ยังไม่สาหัส และโรงพยาบาลบางมดซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตมีสิทธิบัตรทองอยู่ไม่ไกลจึงเสนอให้ย้ายโรงพยาบาล ทางผู้เสียชีวิตก็ยินยอมเพราะเกรงว่าจะต้องเสียค่าส่วนต่างในการรักษา ทางด้าน พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การปฏิเสธและส่งต่อคนไข้ จนทำให้เสียชีวิตระหว่างทางเป็นเรื่องใหญ่ ควรต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจ 

 


 
  ในวันเดียวกันนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม รายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายคำตัน ขณะหลบหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อนใน จ.นครสวรรค์ ล่าสุดวันที่ 12 พ.ย. 2561นายคำตัน เปิดปากรับสารภาพถึงสาเหตุที่ใช้น้ำกรดสาด นางสาวช่อลัดดา ทาระวัน วัย 38 ปี ภรรยา จนเสียชีวิต เนื่องจากเกิดอาการหึงหวงที่ภรรยาทำการตีตัวออกห่าง โดยได้ซื้อน้ำกรดเพียงหวังสาดเพื่อให้เสียโฉมเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุให้ภรรยาเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปกบดานบ้านเพื่อนที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวทำแผนประกอบคำสารภาพต่อไป



  สำหรับน้ำกรดนั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองชนิด คือเจือจางและเข้มข้น ซึ่งมีวิธีปฐมพยาบาลที่แตกต่างกันถ้าเป็นกรดเจือจางให้รีบล้างออกด้วยนำทันที ล้างให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปล่อยให้น้ำผ่านห้ามใช้สบู่หรือมือถูโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบหรือหลุดลอกออกได้ แต่ถ้าเป็น กรดที่เข้มข้นห้ามล้างด้วยน้ำทันทีเพราะจะทำให้เกิดฟองเดือดและเกิดความร้อนสูงเมื่อน้ำผสมกับกรดให้หาวัสดุดูดซับ เช่น ผ้ากระดาษซับ มาซับออกห้ามถูอย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้ผิวหนังถูกทำลายมากขึ้น 
 
  ทางเพจเฟซบุ๊ก Street Hero Project ได้โพสต์คลิปวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบคนโดนน้ำกรดสาด หรือตนเองโดนน้ำกรดสาดว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

 

 

1. ต้องตั้งสติ อย่าตกใจ ประเมินสถานการณ์ว่าสามารถเข้าช่วยเหลือได้หรือไม่ และโทรขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1669
2. ตัดเสื้อผ้าของผู้ได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณที่ถูกสาดน้ำกรดออก หากมีถุงมือหรือถุงพลาสติกให้สวมใส่เพื่อป้องกันตนเองด้วย

3. ใช้ผ้าหรือกระดาษสะอาด เช็ดทำความสะอาดน้ำกรดออกให้ได้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้น้ำในทันที เพื่อป้องกันในกรณีเป็นกรดที่มีความเข้มข้นสูง เพราะอาจจะทำให้เนื้อเยื่อได้รับอันตรายมากขึ้น 
4. ใช้น้ำสะอาดปริมาณมาก ล้างในบริเวณที่ถูกน้ำกรดสาด หลีกเลี่ยงการถูหรือขัด เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อถูกทำลายมากขึ้น 
5. ใช้ผ้าสะอาด หรือผ้าก๊อซปิดแผล
6. รอรถพยาบาล หรือถ้าสามารถนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ให้นำส่งโดยทันที

ขอบคุณวิธีการปฐมพยาบาลจาก เพจเฟซบุ๊ก Street Hero Project




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย