รมว.มหาดไทย เร่งจัดระเบียบทางเท้า เชื่อไม่กระทบต่อ สตรีทฟู้ด

รมว.มหาดไทย เร่งจัดระเบียบทางเท้า เชื่อไม่กระทบต่อ สตรีทฟู้ด

Publish 2018-11-14 16:30:27


  กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจกำลังเข้าจับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่นำรถเข็นสินค้ามาขายบนทางเท้า บริเวณหน้าโรงพยาบาลเปาโล ถนนโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นพื้นที่ดังกล่าวมีการร้องเรียนจากประชาชนอยู่บ่อยครั้ง แต่ปรากฏว่ามีแม่ค้ารายหนึ่งที่แสดงออกถึงความไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่แม่ค้าคนดังกล่าวจะนำท่อนไม้ที่อยู่ใต้รถเข็น เอามาฟาดรถเข็นของตัวเองจนกระจกแตกเพื่อเป็นการระบายความโกรธแค้น

 


 
  เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เรียกร้องให้เร่งบรรเทาผลการจัดระเบียบแผงลอยทั่ว กทม.ว่า เข้าใจเรื่องความเดือดร้อนของผู้ค้าขาย และก็เข้าใจความลำบากของประชาชน แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนหลักเกณฑ์ของข้อพิจารณา สำหรับการจัดระเบียบทางเท้าในกรุงเทพฯนั้นจำเป็นต้องเรียนให้สังคมทราบว่าทางเท้ามีไว้ให้คนสัญจร ดังนั้นถ้ามีคนไปใช้พื้นที่เพื่อค้าขายก็จะมีปัญหาในเรื่้องกฏหมาย

  ก่อนหน้านี้กรุงเทพฯได้ทำการกวดขันออกมาตรการการจัดระเบียบทางเท้าในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งจัดหาสถานที่แห่งใหม่ให้ผู้ค้าได้จัดจำหน่ายสินค้าอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อการหารายได้เลี้ยงชีพ แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าผู้ค้าเลยทยอยกลับมาตั้งแผงขายสินค้ากันบางส่วน โดยอ้างว่ามีความจำเป็นในการประกอบอาชีพ




  อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าว มีความผิดตาม ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งแบ่งได้หลายกรณี หากเป็นการวางของ ตั้งของ กีดขวาง หรือตั้งแผงเพื่อจำหน่ายสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากมีการจอดรถขวางบนทางเท้า มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และมีการติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบพบ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องยุติการกระทำผิดทันที พร้อมชำระค่าปรับตามที่กำหนด 
 
  พล.อ.อนุพงษ์ ระบุว่า "ถนนบางสายจำเป็นต้องสะอาดเรียบร้อย เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาและประชุมหารือกันต่อไป แต่ที่สำคัญถ้ากฎหมายผ่อนผัน อนุญาตให้ทำได้ เราก็มีมาตรการผ่อนผันที่ทำให้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแล เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่ดูแลและมีคนไปร้องเรียน ก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก" ส่วนที่เรียกร้องให้มีการเยียวยา ตามกฎหมายไม่สามารถใช้กับกรณีนี้ได้ เพราะการเยียวยาฝ่ายรัฐจะต้องเป็นผู้กระทำผิด แต่หากเปลี่ยนเป็นเรื่องการช่วยเหลือทำได้ ซึ่งกฎหมายต้องอนุญาตด้วย ทั้งนี้ เรากำลังดำเนินการเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องของสุขอนามัยของอาหารที่นำมาขาย ก่อนจะนำเสนอนายกฯ ต่อไป



  สตรีทฟู้ดถือเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การจัดระเบียบนั้นย่อมไม่ขัดกับสตรีทฟู้ด เพราะร้านที่อยู่บนถนนไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสตรีทฟู้ดทั้งหมด ซึ่งคำว่าสตรีทฟู้ดมีคนพิจารณาว่าน่าจะหมายถึงร้านที่มีชื่อเสียงเป็นภัตคาคารแต่ตั้งอยู่บนท้องถนนในส่วนนี้จึงขอให้ไปนิยามศัพท์มาใหม่ พร้อมกันนั้นได้ตั้งคำถามทิ้งท้ายว่าคนที่ทำอาหารขายข้างถนนนั้น เข้าห้องน้ำที่ไหน ล้างมืออย่างไร ล้างจานอย่างไร เพราะเป็นการสะท้อนถึงอาหารที่จำหน่ายว่าถูกหลักอนามัยมากน้อยเพียงใด 
 
  ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 ได้เกิดเหตุการณ์แม่ค้าผลไม้ที่ใช้มีดฟันเทศกิจเทศบาลนครนนทบุรี หน้าศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง ทั้งคู่มีปากเสียงกันก่อนแม่ค้าใช้มีดฟันแขนเจ้าหน้าที่เทศกิจได้รับบาดเจ็บ เย็บ 7 เข็ม และโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย ต่อมาทางแม่ค้าเปิดเผยว่าตนเองจ่ายค่าที่มาตลอด 5-6 ปี ที่ผ่านมา ตอนแรกจะเก็บ 500 บาท แต่ตนเองต่อรอง เหลือ 300 บาท เพราะรถเข็นคันเล็ก แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมาเรียกเก็บเงินเป็นจำนวน 1,300 บาท ตนไม่มีจ่ายจึงโดนยึดร่มและอุปกรณ์ขายไปรอบหนึ่ง จนทนไม่ไหวนำมีดมาฟันในที่สุด

 


 
  อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ภายหลัง พล.อ.อนุพงษ์ เร่งให้ดำเนินการจัดระเบียบทางเท้าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยที่ไม่กระทบต่อรายได้หรือการประกอบอาชีพได้หรือไม่

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย