จับตาวิกฤตราคาน้ำมันตลาดโลก ดิ่งสุดในรอบปี ส่งผลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

จับตาวิกฤตราคาน้ำมันตลาดโลก ดิ่งสุดในรอบปี ส่งผลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

Publish 2018-11-15 20:45:58


จากกรณีภาวะตลาดน้ำมันโลกลดลงนั้น เมื่อวันพุธ ที่ 14 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันโลกอยู่ในทิศทางขาลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ร่วงหนักถึงร้อยละ 7 ทั้งนี้จากความวิตกกังวลถึงความต้องการน้ำมันตลาดโลกที่กำลังชะลอตัวลง อีกทั้งยังก่อให้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาด 

โดยเช้านี้ (15 พ.ย. 61) ราคาน้ำมันก็ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ยังคงปรับลงต่อ ทำให้ส่งผลกดดันตลาดหุ้น แม้ว่านักลงทุนบางส่วนจะเข้าซื้อหุ้นที่มีผลประกอบการออกมาดี แต่ยังความกังวลราคาน้ำมันและปัจจัยในสหรัฐฯไม่ได้ ทำให้ตลาดหุ้นจึงยังคงติดลบอยู่

 



 

ซึ่งสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ที่มีการซื้อขายเพิ่มขึ้น 56 เซนต์ หรือ 1% ภายหลังจากร่วงลงหนักสุดติดต่อกัน 12 วัน และการซื้อขายน้ำมันดิบปิดตลาดที่ 56.25 ดอลลาร์/บาเรล สำหรับสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ได้ปรับตัวขึ้น 51 เซนต์ ปิดตลาดที่ราคา 65.08 ดอลลาร์/บาเรล

 

 

 

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งลงมากถึง 25% นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งปรับตัวลงหนักมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เกิดภาวะราคาน้ำมันทรุดตัวลงในปี 2557  ล่าสุดวันนี้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่นายซูฮาอิล บิน โมฮัมเหม็ด ฟาราจ ฟาริส อัล มาสโรอี ประธานกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และนายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการโอเปก กล่าวว่า "สมาชิกโอเปกบรรลุฉันทามติที่จะสนับสนุนให้มีการปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมในวันที่ 6 ธ.ค. เพื่อสร้างความสมดุลต่อตลาดน้ำมัน"

 

 



แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องจับตามองการประชุมโอเปก ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยจากการคาดการณ์ทางกลุ่มโอเปก จะมีการพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากถึง 1.4 ล้านบาร์เรล/วัน ในปีหน้า จะเห็นได้ว่าเป็นการปรับลดมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสกัดการทรุดตัวของราคาน้ำมันในขณะนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันโลก
 

โดยราคาน้ำมันเบนซิน จะปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อันเนื่องมาจาก ผลที่ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศจอร์แดน แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดน้ำมันดีเซลยังคงซบเซา นอกจากนี้ อุปสงค์น้ำมันดีเซลในประเทศออสเตรเลียปรับตัวลดลง เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับการควบคุมปริมาณสต็อกน้ำมันในช่วงปลายปี

ซึ่งการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 53-57 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 63-67 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

 

 

 

ทั้งนี้ปัจจัยที่สำคัญและน่าจับตา คือตลาดโลกยังคงกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่อาจล้นตลาด หลังสหรัฐฯ ประกาศผ่อนผันให้ 8 ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน ประกอบด้วย จีน อินเดีย กรีซ อิตาลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น ตุรกี เกาหลีใต้ ซึ่งสามารถนำเข้าน้ำมันดิบอิหร่านได้ในช่วง 180 วันแรกหลังการคว่ำบาตร และที่สำคัญการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะสามารถหาข้อสรุปได้หรือไม่ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดีจีน เตรียมหารือร่วมกันนอกรอบในการประชุดสุดยอดผู้นำโลก G20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ในปลายเดือนพ.ย. นี้ จะเป็นไปในทิศทางใด เกิดการส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกหรือไม่  
 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรภัทร รวดเร็ว