หมอขืนใจคนไข้สาว ตรวจภายในไร้บุคคลที่3 ส่อผิด พรบ. สถานพยาบาล แพทยสภาตั้งกรรมการสอบ ไม่ให้2ฝ่ายเผชิญหน้า

หมอขืนใจคนไข้สาว ตรวจภายในไร้บุคคลที่3 ส่อผิด พรบ. สถานพยาบาล แพทยสภาตั้งกรรมการสอบ ไม่ให้2ฝ่ายเผชิญหน้า

Publish 2018-11-17 17:20:15

เป็นอีกเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ขึ้นในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก "ทนายนิด้า" ได้เผยแพร่ภาพแชทเรื่องราว ที่มีหมอคนนึงข่มขืนคนไข้สาวตอนตรวจภายใน ซึ่งตอนแรกหมออ้างว่าใช้ของปลอมสอดใส่ แต่กลับใส่ถุงยางให้ของปลอมด้วย และยังได้เปิดเผยแชทไลน์ที่ ดาราสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ทักแชทเล่าเรื่องราวดังกล่าวและข้อมูลต่างๆ ซึ่งตอนนี้เหยื่อสาวคนดังกล่าวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

 

ล่าสุดรายการทุบโต๊ะข่าว ได้ติดต่อเข้าพูดคุยกับผู้เสียหายหลายรายที่โดนการกระทำดังกล่าว โดย น.ส.แป้ง (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ได้เปิดเผยว่า "ในช่วงปีที่แล้ว ตนกับพี่สาวมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน และประจำเดือนไม่ผิดปกติ เลยไปตรวจที่คลีนิคดังกล่าว เมื่อมาถึงที่คลินิค หมอได้ซักประวัติและสอบถามอาการเบื้องต้นปกติ แต่พอเข้าห้องตรวจก็รู้สึกแปลกๆเพราะไม่มีผู้ช่วยหรือพยาบาลอยู่ในห้องด้วยเลย หลังจากนั้น หมอสั่งให้ถอดเสื้อและเสื้อชั้นใน ตอนแรกก็เอะใจ แต่ก็ได้ให้ความร่วมมือไป เพราะเชื่อใจหมอ และคิดว่าคงเป็นการตรวจตามปกติ"
 

 

(น.ส.แป้ง ผู้เสียหาย)

 



"หลังจากนั้น หมอได้ใช้มือเข้ามาจับหน้าอกทั้งสองข้างอย่างจริงจัง และให้ถอดกางเกงขึ้นไปบนขาหยั่งเพื่อตรวจภายใน โดยหมอได้ใช้นิ้วสอดเข้าไปในอวัยวะเพศ แล้วถามตนว่า "เพลินไหม ชอบไหม เจ็บไหม" ตนบอกไปว่าเจ็บ หมอก็เข้ามาเป่าลมที่หู 4 ครั้ง แล้วถามว่ารู้สึกยังไง พร้อมกับสอนวิธีการมีเพศสัมพันธ์ เอะใจไม่ตรวจต่อแล้วออกมารอรับยาด้านนอก และได้เล่าให้พี่สาวฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง  แต่ตอนนั้นพี่สาวไม่เชื่อตนและเข้าตรวจต่อจากตน ซึ่งพี่สาวก็โดนหมอกระทำในลักษณะเดียวกัน  และไม่อยากกลับไปตรวจกับหมอคนนี้อีกแล้ว เพราะเมื่อไปตรวจกับหมอรายอื่น ก็พบว่าวิธีการรักษาไม่เหมือนกัน" 


ทั้งนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคน ที่โดนในลักษณะนี้เหมือนกัน โดยนางสาวแก้ว (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายอีกคน ได้เปิดเผยว่า "เมื่อก่อนหน้านี้ ตนและแม่ได้เข้าไปใช้บริการที่คลินิก เพื่อตรวจครรภ์ พอตรวจปัสสาวะเสร็จ อยู่ดี ๆ หมอก็ให้ตนเข้าไปตรวจภายในด้วย และให้แม่นั่งรออยู่ด้านนอก ตนพบว่าภายในห้องตรวจมีแค่ตนกับหมอตามลำพัง ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือพยาบาล และภายในห้องตรวจก็มีผ้าม่านปิดกั้นไว้อีกที ตนเงียบและไม่พูดอะไร และได้ออกมาเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด แต่ไม่ได้ไปแจ้งความเพราะไม่มีหลักฐานเอาปิดหมอได้ 
"

 

(น.ส. แก้ว)

 


โดยยังมีอีกหนึ่งราย ที่เจอเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน น.ส.ตูน (นามสมมติ) อายุ 26 ปี  ได้เปิดเผยว่า "ได้ไปหาหมอที่คลีนิคดังกล่าว เพราะเป็นฝี รุ่นพี่แนะนำให้ตรวจที่คลินิคนี้ ซึ่งก่อนที่จะไปตรวจ รุ่นพี่ได้บอกว่าหมอคนนี้เก่ง แต่ให้ระวังตัวด้วย พอตอนไปตรวจ หมอได้ใช้มือลูบคลำหน้าอกและ บอกว่า หน้าอกสวย มีแฟนยัง มีลูกหรือยัง และเรียกตนว่า ที่รัก ตลอดการรักษา ตนมองในแง่ดีว่าคงเป็นการแสดงความใกล้ชิดกับคนไข้ แต่หลังจากนั้น หมอพยายามสาธิตการมีเพศสัมพันธ์ และมาเป่าลมซอกคอ เลียใบหูตนอีกด้วย"


"ต่อมาตนมีอาการป่วยด้วยอาการเดิมอีกครั้ง ตนจึงต้องกลับมาหาหมอคนนี้อีก และครั้งนี้ถูกล่วงละเมิดทางเพศหนักกว่าเดิม ตรวจเสร็จ หมอก็ได้ควักเงินให้ตน 2,000 บาท บอกว่าให้เอาไปใช้จ่ายเป็นค่ารักษา ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ แล้ว แต่ตำรวจได้ไกล่เกลี่ย และขอให้จบเรื่องด้วยการชดเชยค่าเสียหาย แต่ตนไม่ได้ต้องการเงิน และต้องการดำเนินคดีกับหมอรายนี้ให้ถึงที่สุด แค่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคดีไม่คืบหน้า และไม่สามารถเอาผิดกับหมอรายนี้ได้"

 

(น.ส.ตูน)

 

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคลินิกแห่งนี้มีมาตรฐานถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากต้องรอผลจากคณะกรรมการตรวจสอบอีกรอบนึง แต่เบื้องต้นมีความผิดเรื่องการให้ความปลอดภัยกับผู้ป่วย เพราะไม่มีบุคคลที่ 3 อยู่ในห้องระหว่างการตรวจ ที่ผ่านมาพบว่าบุคลากรในคลินิกมีแค่ผู้ดูแลด้านหน้า 1 คน และแพทย์ 1 คน เท่านั้น

 

โดยการกระทำแบบนี้ถือว่าผิดต่อหลักกฏหมาย เพราะจะต้องมีการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทั้งหญิงและชาย หรือจัดให้มีเจ้าหน้าที่ท่านอื่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ในกรณีนี้ผู้ป่วยหญิงอยู่สองต่อสองกับหมอ ซึ่งกรณีนี้เป็นการปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมดูแลสถานพยาบาลให้สะอาด เรียบร้อย ปลอดภัย และมีลักษณะอันเหมาะสมแก่การใช้เป็นสถานพยาบาล ตามที่ พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ.2541กำหนด จะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ ทางคณะทำงานได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงควบคู่ไปกับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  หากพบว่ามีมูลความผิดจริง ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป 

 

(แพทย์คนดังกล่าว)

 

ขอบคุณ รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอัมรินทร์ทีวี  sanook.com

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม