น้องแนท อธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจยอมความโดนตบหน้า ไม่ใช่แค่เงิน 4 หมื่น แต่เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีที่ได้คืน

"น้องแนท" อธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจยอมความโดนตบหน้า ไม่ใช่แค่เงิน 4 หมื่น แต่เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีที่ได้คืน

Publish 2018-11-24 19:39:53

จากกรณีที่พนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกลูกค้ารายใหญ่ที่มาใช้บริการตบหน้าอย่างแรง เนื่องจากตนเองได้กล่าวเตือนว่าไม่สามารถจะสูบบุหรี่ในพื้นที่ของโรงแรมได้ และพนักงานรายนี้อยากได้รับความเป็นธรรม เมื่อตนเองทำตามกฎ รักษาความถูกต้อง แต่กลับถูกรังแกนั้น 
 



โดยผู้ก่อเหตุคือนายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ ได้ยอมรับว่าลงมือตบสาวเสิร์ฟ "น้องแนท" จริง แต่วันเกิดเหตุแค่มีการถามไถ่เฉยๆ ซึ่งเขาก็บอกว่าบางกฏเกณฑ์ของโรงแรมเขาก็รู้อยู่แล้วว่าต้องปฏิบัติอย่างไร แต่บางกฏเกณฑ์เขาก็ไม่ทราบก็เลยต้องถาม แต่เด็กพนักงานเสริฟคนนี้พูดจาไม่ดีก่อน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า ตนมึนเมาขณะก่อเหตุนั้นไม่เป็นความจริง ส่วนความจริงเป็นอย่างไรในที่อยู่ในที่เกิดเหตุเขารู้ดีกันหมด พยานมีจนล้นไปหมดแต่ขอไม่พูดดีกว่า และยืนยันว่า "เขาไม่ผิด" ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะเด็กรู้อยู่แก่ใจ 


    
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "เสี่ยนิคมอุตฯ" ปัดเมากร่าง บอกไม่ผิดมีพยานเยอะ โมโหตบหน้า "น้องแนท" ไม่เกี่ยวสูบบุหรี่

 

ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวได้มีความคืบหน้าเพิ่มเติม โดยนายปนิตา สาวประเภทสองพนักงานเสิร์ฟ และนายสุรสีห์ ผอ.โครงการเขตอุตสาหกรรมนวนครสูงเนิน ได้เข้าพบเจรจาพูดคุยกันเป็นที่เรียบร้อย โดยนายปนิตาขอให้นายสุรสีห์ขอโทษ พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ถูกตบหน้า ซึ่งนายสุรสีห์ก็ได้ขอโทษต่อหน้าตำรวจพร้อมกล่าวว่ารู้สึกผิดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น และจ่ายเงินค่าสินไหมจำนวน 40,000 บาท ซึ่งนายปนิตาก็พอใจไม่ติดใจดำเนินคดีอีก ทั้งทางแพ่งและทางอาญา พร้อมจะขอถอนแจ้งความ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สำนึกนาทีสุดท้าย!"เสี่ยนิคมอุตฯ"แบกหน้าขึ้นโรงพัก จ่าย4หมื่น"น้องแนท"แลกถอนแจ้งความ
 


ล่าสุดนายปนิตา หรือ "น้องแนท" สาวประเภทสองพนักงานเสิร์ฟ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Panita Kochprapa หลังยอมความไม่เอาผิดนายสุรสีห์ ที่ตบหน้าตนเอง ระบุว่า "กราบขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้บังคับการ ท่านผู้กำกับและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่าน

 

ฝ่ายบริหารโรงแรมและเพื่อนๆ พี่ๆ สื่อมวลชนและสื่อโซเชียลทุกท่าน น้องแนทขอแจ้งว่าตอนนี้น้องแนทได้รับความเป็นธรรมและคำขอโทษจากท่านผอ. สุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ เรียบร้อยแล้วนะคะน้องแนทน้อมรับคำขอโทษจากท่านโดยไม่ติดใจเอาความและถือว่าได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีของแนทคืนมาค่ะ กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจน้องแนทนะคะ"

 

 


ท่ามกลางชาวโซเชียลที่เข้ามาคอมเม้นต์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก และชื่นชมพนักงานตัวเล็กๆ ที่กล้าสู้เพื่อความถูกต้อง ทำให้สังคมได้รับรู้ว่า ไม่ว่าใครจะมีอำนาจใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่ควรรังแกผู้อื่น อีกทั้งยังชื่นชมไปถึงผู้จัดการโรงแรม ที่ให้คำปรึกษาน้องแนท จนตัดสินใจแจ้งความ ทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่สังคมไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หรือทำอาชีพอะไร ก็ไม่สมควรถูกทำร้ายร่างกาย

 

 

 

 

ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แม้ว่าจะมีการยอมความกัน แต่สังคมก็จับตามองว่า เรื่องนี้จะจบจริงหรือไม่ โดยทนายเดชาระบุว่า "คดีน้องแนท ตบ จ่าย จบจริงหรือไม่ อันนี้ความจริงน่าจะมีหลายข้อหาแต่อย่างว่าล่ะ ถ้าคู่กรณีตกลงกันได้ทุกเรื่องก็จบ ทางแพ่งทั้งอาญา แต่ที่น่าสนใจอัจฉริยะโพสต์ว่า มีตำรวจนั่งอยู่ด้วยเห็นผู้อื่นกระทำความผิดซึ่งหน้าตามกฎหมายก็ต้องจับทันทีแต่ทำไมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ระวังจะถูกดำเนินคดีข้อหาตามมาตรา 157


มีโทษจำคุกถึง 10 ปีนะครับ นอกจากนี้ก็อาจถูกดำเนินคดีทางวินัยผิดวินัยร้ายแรงถูกให้ออกหรือไล่ออกจากราชการอีกส่วนหนึ่ง คดีนี้นับว่า ผู้ต้องหาเส้นสายไม่ธรรมดาไม่แน่จริงคงไม่กล้าตบโชว์กลางโรงแรมดัง จริงไหมครับ FC ก็ดูกันต่อไปว่าวันจันทร์อัจฉริยะจะไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาของตำรวจ ที่นั่งเฉยเห็นประชาชนถูกทำร้ายร่างกายเห็น บุคคลกำลังทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นแต่ก็นั่งเฉย ประชาชนจะหวังอะไร จากตำรวจได้หากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงผมจะติดตามต่อไปครับ"

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยังไงก็ต้องตอบ! ถึง"น้องแนท"จะยอมความโดน "เสี่ยนิคมอุตฯ"ตบหน้า แต่2ตร.ใหญ่ร่วมโต๊ะ "ทนายเดชา"ชี้เข้าข่ายผิดม.157

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Panita Kochprapa , ทนายคลายทุกข์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล