ถอดรหัสบทเรียน ขวัญ อุษามณี ศาลยกฟ้องตู้เย็นไร้คุณภาพ แนะสิทธิต้องรู้ในฐานะผู้บริโภคทำได้

ถอดรหัสบทเรียน "ขวัญ อุษามณี" ศาลยกฟ้องตู้เย็นไร้คุณภาพ แนะสิทธิต้องรู้ในฐานะผู้บริโภคทำได้

Publish 2018-11-26 12:27:36


สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 นางเอกชื่อดัง ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนอิสตาแกรมประณามบริษัทตู้เย็นแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานอีกทั้งมีราคาสูง สรุปความได้ว่า เป็นสินค้าที่ผิดพลาดทั้งตัวสินค้าและระบบไฟ เพราะตนนั้นจ่ายเงินครบเต็มจำนวน แต่กลับเอาของมีตำหนิมาให้ (บริเวณมุมของตู้เย็น) โดยให้เหตุผลว่าเป็นของหน้าร้าน Showroom แต่โชคดีที่ตนรู้ตัวทันจึงตีสินค้ากลับและขอเงินคืน พร้อมกันนั้นได้ทิ้งท้ายตำหนิการทำงานของพนักงานถึงความไม่มีมารยาทในการให้บริการ 
 
หลังจากนั้น วันที่ 17 ก.ย. 2561 ตัวแทนบริษัท กราเทีย (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี น.ส.ยุภาพร จันทร์เอี่ยม ฝ่ายพัฒนาโปรดักส์ Gratia Thailand, นายวัชรชัย เลิศบัวบาน Sale Manager Gratia Thailand และ นายศุภชัย เทศไทย Brand Manager Teka บริษัท เตก้า (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมนายวิภาต อภิปาลกุลดำรง ทนายความ ร่วมในการแถลงครั้งนั้นด้วย

 


 
เรื่องบานปลายมากขึ้น เมื่อ น.ส.ยุภาพร ตัวแทนฯ กล่าวว่า การโพสต์ของขวัญนั้นทำให้บริษัทเสียหายและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดมีการบิดเบือนจากความจริง โดยหลักฐานคือไลน์การสนทนาระหว่างบริษัทกับขวัญ พร้อมปัดว่าสินค้าดังกล่าวทางบริษัทเป็นคนกลางนำเสนอสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อเท่านั้น และทางบริษัทกำลังเก็บรายละเอียดหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (อ่านต่อเพิ่มเติม : อีรุงตุงนัง "ขวัญ อุษามณี" โดนจ่อฟ้องกลับ 10 ล้าน หลังโพสต์ด่าซื้อตู้เย็นราคาเกือบแสน ไร้คุณภาพ)



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด 26 พ.ย. 2561 พบว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องเรียบร้อยแล้ว โดยทางนางเอกสาวโพสต์ข้อความลงในไอจีตนเองความว่า เจตนาที่โพสต์ในตอนนั้นเพียงเพราะต้องการ เตือนและแชร์ประสบการณ์ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนที่เป็นผู้บริโภคได้ระมัดระวังและขอขอบพระคุณกระบวนการยุติธรรม ที่ทำให้ขวัญและครอบครัวของขวัญรู้ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง โดยทางศาลระบุว่าเป็นสิทธิของผู้บริโภคที่จะระบายความรู้สึกกับบริการที่ได้รับ ส่วนคู่กรณีจะมีการยื่นฟ้องอีกรอบหรือไม่ ทางขวัญตอบว่า ยังไม่ทราบ แต่ทางคู่กรณีไม่ควรฟ้องร้องเพราะ คนที่ได้รับความเสียหายคือตน ส่วนเมื่อถามว่าจะฟ้องกลับไหม ขวัญตอบว่าขณะนี้ยังไม่รู้ เพราะตอนนี้บ้านยังซ่อมไม่เสร็จต้องให้ช่างมาเก็บตกแก้ไขส่วนที่ผิดพลาด โดยเฉพาะครัวที่ตนถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดในบ้าน
 
ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ที่ควรรู้ ดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค ตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความสมัครใจของผู้บริโภคและปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัยมีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหายเมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว



หากผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรือถูกละเมิดสิทธิ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ขัดกับหลัก พ.ร.บ. สามารถร้องเรียนได้ทั้งหมด 3 ช่องทาง คือ

1. การร้องเรียนด้วยตนเอง
- ส่วนกลาง ร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารบี ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือโทรศัพท์ปรึกษาได้ที่หมายเลข 1166

- ส่วนภูมิภาค ร้องเรียนได้ที่ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด (สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด) หรือคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำองค์การบริหารส่วนตำบล (องค์การบริหารส่วนตำบลทุกตำบล) หรือคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำเทศบาล (เทศบาลทุกเทศบาล) และศูนย์อำนวยความเป็นธรรมอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ)

2. การร้องเรียนทางอินเทอร์เน็ต ที่ www.ocpb.go.th

3. การร้องเรียนทางจดหมาย ผู้บริโภคสามารถขอรับแบบฟอร์มการร้องเรียนได้จากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา และหน่วยรับเรื่องราวร้องทุกข์ กศน.ตำบล โดยเขียนคำร้องเรียนพร้อมแนบสำเนาเอกสารหลักฐานการร้องเรียน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้านผู้ร้อง หนังสือจองหรือสัญญาจองหรือสัญญาจะซื้อจะขาย รวมทั้งสำเนาเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น เอกสารโฆษณา ภาพถ่าย ใบเสร็จรับเงิน หนังสือหรือจดหมายโต้ตอบระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ส่งทางไปรษณีย์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ดังนั้นในฐานะผู้บริโภคจึงควรเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรม และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภคโดยส่วนรวมด้วย

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย