ไอ้บัติปัดขืนใจยายชราป่วยติดเตียง แค่ไปบีบนวด คุยเขื่องชอบสวดมนต์ ค้นประวัติเคยก่อคดียาวเหยียด

"ไอ้บัติ"ปัดขืนใจยายชราป่วยติดเตียง แค่ไปบีบนวด คุยเขื่องชอบสวดมนต์ ค้นประวัติเคยก่อคดียาวเหยียด

Publish 2018-11-26 16:13:12

จากกรณี ที่ครอบครัวของยายวัย 73 ปี เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกชายเพื่อนบ้าน บุกเข้ามาในบ้านเพื่อข่มขืนยายวัย 73 ปี ล้มป่วยนอนติดเตียง จนทำให้คุณยายช็อคคาบ้าน ภายในชุมชนหัวโค้ง เขตคลองเตย กทม. โดยสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักหลังเล็กในชุมชนแออัด ประตูบ้านไม่สามารถปิดได้ และจะเปิดไว้เช่นนี้ตลอด 24 ชั่วโมง"

 

"จุดที่ผู้เสียหายถูกข่มขืนเป็นที่นอนชั้น 1 ส่วนลูกสาวและลูกเขยจะอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ต่อมาทราบชื่อคือ นายสมบัติ ตอนนี้ได้หนีออกไปจากพื้นที่แล้ว โดย พลตำรวจเอก สมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการ สน.ท่าเรือ ได้ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. แล้ว  ในขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว"

 

(ผู้ก่อเหตุ)


สำหรับเรื่องนี้ น.ส.สวย (ลูกสาว) ได้เปิดเผยว่า "ในวันเกิดเหตุคือกลางคืนวันที่ 16 พ.ย.-เช้าของวันที่ 17 พ.ย. แต่ตนเพิ่งทราบเรื่องหลังเกิดเหตุแล้ว 2 วัน (19 พ.ย.) เนื่องจากแม่เพิ่งจะเล่าให้ฟัง และที่ผ่านมาตนไม่เคยเอะใจว่านายสมบัติจะทำแบบนี้กับแม่ เพราะแม่ชราและป่วยหลายโรค ไม่สามารถลุกเดินไปไหนเองได้ แต่ยังสามารถพูดได้บ้าง หยิบของกินเองได้ แต่หลังจากที่ได้เจอแม่หลังจากถูกข่มขืนแล้ว แม่มีอาการนอนตาค้าง เรียกไม่ตอบสนอง และไม่สามารถโต้อะไรได้เลย"

 

"ตนจึงเรียกสามีให้นำตัวแม่ส่งโรงพยาบาล จนสองวันแต่มาแม่อาการดีขึ้น และได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังว่าวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะนั้นนายสมบัติ(ผู้ก่อเหตุ) ได้เดินทางเข้ามาที่บ้าน และเข้าไปห้ามตนกับสามีซึ่งทะเลาะกันอยู่ หลังจากน้นก็เดินไปหาแม่และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น"

 

(ลูกสาว)



"แม่ได้เล่าว่าแม่ถูกนายสมบัติบีบคอ และใช้ผ้ายัดปากไม่ให้ร้อง ใช้มือทุบทำร้ายตามร่างกาย พร้อมบอกว่าอย่าร้อง เพราะร้องไปก็ไม่มีคนสนใจ ก่อนที่นายสมบัติจะลงมือก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด โดยจับขาแม่ถ่างออก และพยายามยัดอวัยวะเพศเพื่อข่มขืน ปรากฏว่าไม่สามารถยัดอวัยวะเพศเข้าไปได้ นายสมบัติจึงใช้มือ นิ้ว และผ้า ยัดเข้าไปในอวัยวะเพศแม่ตน"

 

"ก่อนจะใช้อวัยวะเพศตัวเองกระทำอนาจารแม่ตน แต่ทำได้ไม่นาน เพราะว่าแม่ของตนได้ร้องขอชีวิต ซึ่งก่อนนายสมบัติจะกลับไป ยังขู่แม่อีกว่า ห้ามบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าและข่มขืนตน แถมยังเดินไปอาบน้ำห้องน้ำที่บ้านก่อนออกจากบ้านไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และตนไม่ได้คิดว่านายสมบัติจะทำแบบนี้ จนกระทั่งแม่ได้เล่าให้ฟัง และผลตรวจของโรงพยาบาลออกมาระบุว่า อวัยวะเพศแม่มีอาการผิดรูป จึงทำให้ตำรวจออกหมายจับได้"

 

(ผู้ก่อเหตุ)


ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ท่าเรือ  คุมตัวนายสมบัติ  ต้นวงษ์ หรือ นายบัติ  อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ถูกกล่าวหาว่าไปก่อเหตุข่มขืนหญิงวัย 73 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังถูกตำรวจ สภ.ไทรโยค จับกุมตัวได้ เมื่อคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดลุ่มสุ่มว่า มีบุคคลลักษณะคล้ายคนในหมายจับมาขอบวชที่วัด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่นายสมบัติไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมไป


ตำรวจจึงตัดสินใจ วางกำลังดักซุ่มจับกุมตัวนายสมบัติอยู่ภายในวัด เนื่องจากเชื่อว่านายสมบัติจะต้องหวนกลับมาที่วัดอีก กระทั่งเวลา 07.45 น. วันนี้ นายสมบัติได้แอบกลับเข้ามาภายในวัดอีกครั้ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่กับกุมตัวได้ในที่สุด โดยขณะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้สวมไอโม่งปิดบังใบหน้าของผู้ต้องหาไว้
 

(จับแล้ว)

 

(ไม่รอด)

 

ทั้งนี้ พลตำรวจตรี  มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5  ได้เปิดเผยว่า "จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ข่มขืนยายแต่อย่างใด โดยอ้างกับพนักงานสอบสวนว่า เพียงจะเข้าไปบีบนวดให้ยายเท่านั้น และยังไม่ให้การใดๆเพิ่มเติม" และเปิดเผยต่ออีกว่า "ปกติตนเองทำงานรับจ้างขนของที่ท่าเรือ และที่ไปอำเภอะไทรโยคนั้นไม่ได้คิดจะหนี  แต่ตั้งใจจะไปบวชอยู่แล้ว ปกติตนเองเป็นคนชอบสวดมนต์ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเพราะเหตุใดจึงเข้าไปในบ้าน ก็ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด"

 

(ตำรวจแถลงข่าว)

 

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจก็รอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าจะได้ผลไม่เกิน 2 สัปดาห์ ว่าถูกกระทำชำเราจริงหรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ยังไม่สามารถนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ เนื่องจากผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และหลังจากนี้จะมีการตรวจปัสสาวะในร่างกาย ว่ามีสารเสพติดหรือไม่  พร้อมเน้นย้ำให้ตำรวจลงพื้นที่เน้นย้ำมากขึ้น เนื่องจากได้รับการร้องเรียนเรื่องยาเสพติดที่แพร่ระบาดในชุมชนคลองเตยมาจำนวนมาก 

 

(จับแล้ว)


นอกจากนี้ หลังจากการตรวจสอบพบประวัติผู้ต้องหา พบว่าเคยต้องโทษมาแล้ว 8 ครั้ง ซึ่งเมื่อปี 2537 พบความผิดข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ปี 2544 พบความผิดข้อหาลักทรัพย์และบุกรุก ขณะที่ปี 2545-2546 มีคดียาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ที่ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหารายดังกล่าว ถือเป็นบุคคลที่ตำรวจเฝ้าติดตามอยู่ เนื่องจากเป็นผู้ค้าและผู้เสพหลายคดี ซึ่งหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสมบัติ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ นำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

(ลูกสาว)

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม