พี่เคล้า 2018 เศร้า ควายยิ้มถูกยึด ชาวบ้านยันเป็นคนดี ร้อนถึงตำรวจต้องมาเลี้ยงควาย!

"พี่เคล้า 2018" เศร้า ควายยิ้มถูกยึด ชาวบ้านยันเป็นคนดี ร้อนถึงตำรวจต้องมาเลี้ยงควาย!

Publish 2018-11-28 09:13:07


จากกรณีชาวเน็ตแชร์ภาพที่ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ถ่ายคู่กับควายคู่ใจสุดน่ารักของเขา โดยทั้งคู่มักจะถ่ายรูปคู่กันด้วยสีหน้าสุดทะเล้น ไม่ว่าใครหากได้เห็นต่างก็ต้อง พากันแท็กเรียกเพื่อนๆมาชมความน่ารัก  ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุรัตน์เผยว่า เจ้าทองคำเป็นควายเพศผู้ที่เจ้าของควายฝากให้ นายสุรัตน์ เลี้ยง ร่วมกับเพศเมียอีก 2 ตัวซึ่งเจ้าของควายกำลังจะขายควายทั้งหมดที่ฝากไว้  ในราคา 1 แสนบาท ทำให้คนรักควายอย่าง สุรัตน์ต้องน้ำตาตก ถึงกับยิ้มไม่ออก
 



 

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 ดูเหมือนว่าเรื่องราวดังกล่าวจะมีพิรุธ และส่อแววเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน เมื่อทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พร้อมด้วยนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ได้เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ว่าตนเดินทางมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคใดๆ

 

 

ด้าน นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ให้สัมภาษณ์ ผ่านอมรินทร์ทีวีว่า ตนก็ปิดรับบริจาคตั้งแต่เห็นว่าได้ยอดเงินเกินจำนวนที่ต้องการแล้ว และได้โพสต์เฟซบุ๊กถามผู้ร่วมบริจาคแล้วว่า เงินจำนวนที่เหลือนั้นจะให้ตนนำไปจัดการอย่างไร และยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเงินส่วนที่เหลือจากซื้อเจ้าทองคำอีกด้วย รวมถึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโพสต์ภาพขณะส่งมอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับตัวแทนของนายบุศเลิศอีกด้วย อีกทั้งยังชี้แจงว่า ความหมายของคำว่า “ไถ่” ของตนคือการนำควายมาเลี้ยง ไม่ได้หมายถึงว่าควายจะถูกฆ่าหรืออันเป็นไปอย่างอื่น ยอมรับว่า อาจจะเกิดความผิดพลาดขณะที่ตนให้สัมภาษณ์ออกสื่อ

 

 

วันที่ 27 พ.ย. 61 จนท.พร้อมรถมารับ "เจ้าทองคำ" ที่บ้านของนายสุรัตน์ เพื่อนำไปเป็นของกลางในคดีดังกล่าว ท่ามกลางความเศร้าของนายสุรัตน์ โดยเปิดเผยผ่านอมรินทร์ทีวีว่า วันนี้ตนเป็นผู้จูงเจ้าทองคำมาให้ตำรวจ ซึ่งเจ้าทองคำไม่ค่อยอยากจะมาเท่าใดนัก และเมื่อจูงมาขึ้นรถ ปรากฏว่า ควายที่เลี้ยงอยู่ด้วยกัน คือ ข้าวหอม เพิ่มพูน และใบบุญ ก็วิ่งตามมาอีกด้วย ตนรู้สึกเป็นห่วงเจ้าทองคำว่าจะเป็นอยู่อย่างไร เพราะเคยมีเเอ่งน้ำให้นอน เเล้วยิ่งเป็นควายขี้ร้อน ได้เเต่ปลอบใจตัวเองว่า คงไปได้ไม่นานเดี๋ยวก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิน ทั้งนี้ นายบุญเลิศ นายกอบต. บอกกับตนว่า ไม่รู้สึกติดใจอะไร และอยากให้เจ้าทองคำอยู่กับตนเหมือนเดิม แต่อยากให้ไปชี้แจงและยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่ามีเจตนาดีอย่างไร โดยขอให้ไปชี้แจงที่สน.คันนายาวภายในวันนี้ แต่ตนยังไม่พร้อม เพราะสภาพจิตใจยังไม่ดีขึ้น แต่ยืนยันว่า ยินดีไปชี้แจงความบริสุทธิ์ใจแน่นอน

 

 

นอกจากนี้นายสุรัตน์กล่าวว่า หากจบเรื่องนี้แล้ว จะกลับไปบวชที่วัดบ้านแค (วัดโฆสิตาราม) ด้านพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ตนเชื่อว่านายสุรัตน์รักสัตว์จริง แต่วิธีการขอรับเรี่ยไรเงินเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นายสุรัตน์อาจคิดว่า ภาพที่โพสต์คู่กับควายมีประชาชนชื่นชมเยอะ จึงหวังไปเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคนำเงินมาซื้อควาย ส่วนการโพสต์คลิปร้องไห้ที่ควายจะต้องถูกขาย และระบุว่าตนอยากไถ่ชีวิต ก็ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง เนื่องจากแม้ว่าควายที่จะถูกขาย แต่ก็จะมีผู้อื่นนำไปเลี้ยงต่อ ซึ่งนายสุรัตน์ใช้ความสงสารของคนอื่นมาหาเงิน เเละเงิน 1 เเสนบาทที่ได้รับบริจาค ตำรวจได้ยึดไว้เเล้ว ปปง.จะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการโอนต่อหรือไม่

 

 

 



ล่าสุด นางทิพวัลย์ มารมย์ หรือ แหม่ม แม่ค้าขายผลไม้ที่ตลาดใหม่ ในอำเภอหันคา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ตนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือนายสุรัตน์ในการซื้อควาย 100 บาท ซึ่งตนเองได้ทราบข้อมูลจากในเฟซบุ๊กนายสุรัตน์ อย่างไรก็ตาม หากวันนี้นายสุรัตน์จะฉ้อโกงจริง ๆ ตนก็ไม่คิดจะเอาเงินคืน เพราะเขารับควายมาเลี้ยงจริง ส่วนเบื้องลึกจะเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ ตนเองขอเพียงให้กำลังใจนายสุรัตน์ ไม่ต้องกังวลกับกระแสข่าว เพราะความจริงก็คือความจริง

 

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนรู้จักกับนายสุรัตน์มา นอกจากที่เขาจะเลี้ยงควายแล้ว ก็เคยเลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว ซึ่งตนก็มองว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ดูแลสัตว์ได้อย่างดี โดยนายสุรัตน์เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง ทำให้ตนเชื่อว่าเขาจะไม่มีการฉ้อโกงเงินบริจาค และตนไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น เพราะเขาก็เป็นคนทำมาหากิน ซึ่งเงินบริจาคที่ได้ นายสุรัตน์ก็ชี้แจงทั้งหมด จึงเชื่อได้ว่านายสุรัตน์โปร่งใส ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่า จะสามารถแจ้งข้อหานายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และฐานฟอกเงิน เพราะมีการใช้ควายในการเรียกร้องให้คนบริจาคเงิน จึงทำให้ต้องยึดเจ้าทองคำเป็นของกลางในคดี โดย สน.คันนายาว มีพื้นที่ด้านหลัง สน.ซึ่งเป็นลานและคอกที่เตรียมไว้เลี้ยงม้า จะปรับปรุงใช้เป็นที่อยู่ของเจ้าทองคำ โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างดี จากนี้จะมีทางเจ้าหน้าที่จากปศุสัตว์มาตรวจสุขภาพอีกด้วย กรณีของกลางเป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งระหว่างคดียังไม่สิ้นสุด เจ้าของสามารถประกันของกลางออกไปดูแลได้ โดยเจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบว่าใครมีสิทธิ์ที่จะนำออกไปเลี้ยงดูได้ โดยใช้หลักทรัพย์ประกัน ทั้งนี้ นายสุรัตน์ก็มีสิทธิ์โต้แย้งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินได้ แต่ต้องเข้ามาพบพนักงานสอบสวนก่อน

 


 ร.ต.อ.จิรชัย ศรชัยประสิทธิ์ รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.คันนายาว เป็นผู้ดูแลเจ้าทองคำ  เเละกล่าวว่า ตนได้รับหน้าที่ให้มาดูแลเจ้าทองคำ โดยตอนเด็ก ๆ ก็เคยเลี้ยงควายมากก่อนจึงพอทำได้ และการเลี้ยงควายก็ทำให้หวนนึกถึงช่วงชีวิตสมัยเด็ก  โดยต้องคอยจูงให้กินหญ้าและกินน้ำ อีกทั้งยังกล่าวว่า  เท่าที่สัมผัสเจ้าทองคำในวันนี้ รู้สึกว่าทองคำเชื่องมากจึงเลี้ยงง่าย โดยจะจัดเวรยามคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

ขอขอบคุณ อมรินทร์ทีวี

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณิดา อักษรเพ็ชร