ราคาทองร่วงอีก ผันผวนในรอบสัปดาห์ นักลงทุนชี้จังหวะโกยเลือกหาเป็นของขวัญ-เก็งกำไร

ราคาทองร่วงอีก ผันผวนในรอบสัปดาห์ นักลงทุนชี้จังหวะโกยเลือกหาเป็นของขวัญ-เก็งกำไร

Publish 2018-11-28 11:26:58


   นับว่าเป็นข่าวดีให้กับนักลงทุนในตลาดทองอีกวันเมื่อราคาทองปรับลดลงอีกในวันนี้ โดยประกาศราคาทองจากสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) ประจำวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เปิดตลาดเวลา 09.20 น. (ครั้งที่ 1) ราคาทองคํารูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,616.48 บาท  ขายบาทละ 19,550 บาท ทองคําแท่ง รับซื้อบาทละ 18,950 บาท ขายบาทละ 19,050 บาท  ตลาดทองคําโคเม็กซ์นิวยอร์ก (Commodity Exchange) ปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา (27) ร่วงลง 9 ดอลลาร์ สู่ระดับ 1,213.4 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

 

 

 

 



เนื่องจากได้รับแรงแรงกดดันจากแรงเทขาย หลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ตลาดทองคําฮ่องกง เปิดตลาดเช้าวันนี้ (28) ลดลง 60 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่ระดับ 11,340 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อตำลึง

 

        ทองคำ spot ร่วงหลุดระดับแนวรับสำคัญ 1,220 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ จากแรงเทขายหลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐด้านทองในประเทศเปิดตลาดลง 50 บาทโดยมีเงินบาทอ่อนหนุนลงไม่มาก ราคาทองคำเช้านี้เคลื่อนไหวที่บริเวณ 1,214 ดอลลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเมื่อวานนี้ร่วงลงเกือบ 10 ดอลลาร์จากแรงเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

 

  ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อทองคำในคืนวันนี้ ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนหรือไม่ รวมทั้งจับสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า นอกจากนี้ ยังมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอย่าง ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 2 ตัวเลขคาดการณ์จะขยายตัว 3.6% จากประมาณการครั้งแรกขยายตัว 3.5% และ ยอดขายบ้านใหม่เดือนต.ค. ตัวเลขคาดการณ์จะเพิ่มขึ้น 30,000 ยูนิตจากเดือนก.ย.

 

 

        ทองคำในประเทศ เปิดตลาดปรับลดลงตามทองคำโลก 50 บาท หลังจากเมื่อวานร่วงลง 100 บาท อย่างไรก็ดี ทองในประเทศยังมีปัจจัยบวกจากเงินบาทอ่อนค่าระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์หนุนราคไว้ให้ค่อยๆ ปรับตัวลดลง ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส มองแนวโน้มราคาทองคำ spot หลังจากหลุดแนวรับ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มปรับลงแนวรับสำคัญที่ 1,210 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะปรับลงสู่แนวรับ 1,195-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านถัดไป 1,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 



 

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดราคาทองคำได้แก่
1) ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ หากปัจจัยอื่นคงที่ โดยทั่วไปราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เพราะการซื้อทองคำเป็นการป้องกันความเสี่ยงในมูลค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ เป็นเงินสกุลหลักที่ใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นเมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ มีสัญญาณอ่อนค่าลง ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ถือครองเงินเหรียญสหรัฐฯ มักจะกระจายความเสี่ยง โดยแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสกุลอื่นๆ รวมถึงทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นด้วย

 

2) ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ หากปัจจัยอื่นคงที่ โดยทั่วไปราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพ โดยเราจะสังเกตทิศทางอัตราเงินเฟ้อได้จากทิศทางราคาพลังงาน (น้ำมัน) และราคาอาหารต่างๆ เพราะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเงินเฟ้อโดยตรง

 

3) ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศและระบบการเงิน ราคาทองคำมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนสูงในระบบการเงินโลก เนื่องจากในระหว่างช่วงที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น การขายสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ มาถือครองทองคำแทนจะเพิ่มสูงขึ้นเพราะผู้ลงทุนมักจะป้องกันความเสี่ยงที่สินทรัพย์อื่นจะมีราคาตลาดลดลง ด้วยการย้ายมาถือครองทองคำ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์แต่ละครั้ง

 

4) อุปสงค์และอุปทานในตลาด หากปัจจัยอื่นคงที่ ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีผู้ต้องการซื้อทองคำในปริมาณที่มากกว่าปริมาณทองคำที่มีในตลาด (Demand มากกว่า Supply) ทั้งนี้ อุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการใช้ทองคำนั้น ส่วนใหญ่มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการแพทย์ และภาคการลงทุน ภาคการลงทุนมีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ช่วงที่มี Credit Crisis ซึ่งมีสาเหตุมาจากข้อ 3 รวมถึงการที่ภาครัฐของประเทศต่างๆ มีการนำทุนสำรองไปซื้อทองคำมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอยู่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น จีน อินเดีย ที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ส่วนอุปทาน (Supply) นั้น คือ ความต้องการขายทองคำ ส่วนใหญ่มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลผลิตทองคำจากเหมืองทอง แรงขายจากธนาคารกลางประเทศ ต่างๆ และปริมาณทองคำเก่าที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ

 

5) ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ราคาทองคำในประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเงินบาทเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถผลิตทองคำได้เอง จึงต้องนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งตลาดทองคำโดยทั่วไป มักจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ เป็นสกุลเงินอ้างอิงในการซื้อขาย ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐฯ จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำในประเทศไทย

 


   ทั้งนี้ราคาทองคำจากสมาคมค้าทองคำถือเป็นการปรับลง ครั้งที่ 3 อีก 50 บาท รวมทั้งสิ้น 2 วันมีการปรับลด 150 บาท ซึ่งต้องรอดูกันว่าจะมีการปรับราคาจากสมาคมค้าทองครั้งที่ 2 อีกหรือไม่เป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องจับตากันในวันนี้ 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย