ต่าย อรทัย เหนื่อยยากลำบาก ครอบครัวแตกแยก ทำงานโรงงานได้ค่าแรงวันละ160บาท

ต่าย อรทัย" เหนื่อยยากลำบาก ครอบครัวแตกแยก ทำงานโรงงานได้ค่าแรงวันละ160บาท

Publish 2018-11-29 22:21:58


ถ้าพูดถึงนักร้องลูกทุ่งเสียงดี คงไม่มีใครไม่รู้จัก ต่าย อรทัย วันนี้เธอได้มาเปิดใจเล่าถึงอดีตที่เธอแสนจะลำบาก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show ที่ออกรายการทางช่อง one31 ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นสาวโรงงาน ที่เธอเคยงานได้เงินวันละ 160 บาท และครอบครัวของเธอนั้นพ่อแม่ได้แยกทางกัน เธอต้องอยู่กับคุณยาย เรียนจบมัธยมปลาย แต่ไม่ได้เรียนต่อ 

 

(ต่าย อรทัย)


ครอบครัวมีกันอยู่ทั้งหมดกี่คน?
ต่าย : มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน น้องชาย 3 คน ส่วนต่ายเป็นพี่สาวคนโต ก็ต้องแบกภาระของครอบครัว น้องชายคนโตจบแค่ป.6 ตอนนั้นลำบากกันจริงๆ เลยทำให้น้องไม่ได้เรียนต่อ ตอนเด็กๆ อยู่กับคุณพ่อคุณแม่แล้วก็คุณยาย แต่ช่วงประมาณ11ขวบ คุณพ่อคุณแม่ได้แยกทางกัน ตั้งแต่พ่อแม่แยกทางกันก็อยู่กับคุณยายและน้องชายมาตลอด ตอนเด็กๆก็จะมีคำถามอยู๋แล้วว่าทำไม มีความรู้สึกขาดไม่เหมือนคนอื่นๆ แต่ก็ได้คุณยายแล้วก็ญาติพี่น้องช่วยเติมเต็มความเหงาให้เราไม่ขาด
 



ครั้งหนึ่งเคยเป็นสาวโรงงานที่ได้เงินวันละ 160 บาทจริงมั้ย?
ต่าย : ต้องย้อนไปปีที่จบม.6 ใหม่ๆ ประมาณ 2542 ตอนนั้นค่าแรงได้วันละ 160 กว่าบาท จริงๆตอนนั้นก็อยากเรียนต่อเพราะสอบเข้าที่ ม.ราชภัฎอุบลฯได้แล้วแต่ด้วยความไม่พร้อม เลยไม่ได้ไปเรียน


เมื่อก่อนลำบากมากถึงขนาดต้องทำสวน ทำไร่ จริงไหม?
ต่าย :  ก็บ้านอยู่ต่างจังหวัดมีท้องไร่ มีนา สิ่งที่จะเป็นรายได้เสริม คือเกี่ยวข้าว ดำนา ดายหญ้าไร่มัน หรือไปขุดมัน มันเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว

 

(พูดถึงวัยเด็ก)


จุดเปลี่ยนอยู่ๆกลายมาเป็นนักร้องดังได้ยังไง?
ต่าย : ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าชีวิตจะเดินมาได้ไกลขนาดนี้ ตอนนั้นเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ มันเป็นจุดเปลี่ยนให้กลายมามีชีวิตตรงนี้ เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงมาสู่ความฝันและอาชีพในทุกวันนี้ ก็คือตอนที่อยู่ ม.6 มีโอกาสได้รู้จักกับพี่คนหนึ่ง

เป็นคนที่จูงต่ายเข้าสู่วงการบันเทิง และยังมีข้าวเหนียวและพี่สาวอีกคนหนึ่งเขารอให้ต่ายเรียนจบก่อน แล้วค่อยลงมาทำเพลงกัน แต่หลังจากเรียนจบก็มาเป็นสาวโรงงานก่อนทำงานมาสักพักอยู่ๆตกงาน พี่เขากลับบ้านพอดี เลยมีโอกาสได้นัดเจอพี่เขา แล้วเราก็ลองทำเพลงดู ตอนนั้นโชคดีมีโอกาสได้ให้ครูสลา คุณวุฒิ ฟัง หลังจากนั้นก็ได้เข้ามาเป็นนักร้องฝึกหัดอยู่ในแกรมมี่โกลด์

 

ตอนนั้นเป็นนักร้องฝึกหัดอยู่กี่ปี? แล้วมามีอัลบั้มเป็นของตัวเองได้ยังไง?
ต่าย : 1 ปีเต็มๆ  ก็เราแล้วค่อยๆเข้าห้องอัดทีละเพลง เหมือนสะสมเพลงไปในตัว แล้วก็ค่อยๆเรียนไปทีละเพลง แล้วก็ถึงวันที่มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง เรียกว่าวันนี้ที่รอคอยก็ได้

 

(เล่าเรื่องอดีต)



หลังจากที่มีชื่อเสียง มีโอกาสคุยกับคุณพ่อคุณแม่บ้างไหมกับคำถามที่ยังคาใจ?
ต่าย : เราก็ไม่ได้ไปถามเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว ไม่เคยไปถามคุณพ่อกับคุณแม่สักทีว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงแยกจากกัน อาจจะด้วยพอเราโตแล้วเราเข้าใจในเรื่องของความรักแล้ว เราเข้าใจความรู้สึกว่าความรักมันเป็นยังไง มันเป็นเป็นชีวิตครอบครัวที่เป็นไปไม่ได้ วันหนึ่งก็ต้องจบ

ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยเห็นคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน แล้วอยู่ๆมาวันหนึ่งคือเลิกกันเลย รู้สึกช็อกอยู่เหมือนกัน มีคำถามคาใจ ขาดความอบอุ่น แต่ทุกอย่างรอบๆตัวทำให้เราเข้มแข็งและถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะแยกทางกันก็ตามแต่ก็ไม่เคยทอดทิ้ง ท่านก็ยังทำหน้าที่นั้นอยู่

 

(ร้องไห้เลย)


มีอะไรอยากจะบอกคุณยายมั้ย?
ต่าย : ไม่มีอะไรเลย นอกจากคำว่าขอบคุณมาก จริงๆก็เหมือนแม่เลยก็ว่าได้ท่านให้ทุกอย่าง ยายทำให้เห็นว่ายายเข้มแข็ง เลยทำให้เราเข้มแข็งไปด้วย ไม่มีอะไรนอกจากคำว่ารักยายที่สุดในโลกเลยค่ะ

 

 

ข่าวที่ว่ากำลังปลูกต้นรักกับ ไผ่ พงศธร จริงหรือมั้ย
ต่าย : ปลูกต้นรัก หน้าตามันเป็นยังไงคะ (หัวเราะ) ไผ่เป็นคนน่ารักค่ะ ร่วมงานกันมานาน เป็นพี่เป็นน้องกันมากกว่า แฟนเพลงเชียร์ให้จิ้นกัน เขาลุ้นมานานมากแล้วแต่มันไม่ได้จริงๆเพราะเราเป็นพี่น้องกันจริงๆ มันเปลี่ยนไม่ได้หรอกค่ะ เวลาทำงานด้วยกันต่างคนต่างไป เบอร์โทรศัพท์ยังไม่มีเลย แฟนเพลงคงมีโอกาสได้ดูละคร แล้วคิดว่าคงมีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆแต่จริงๆนานๆถึงจะได้เจอกัน 

 

ตอนนี้สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้าง?
ต่าย : ไม่มีเลยค่ะ ตอนนี้ยังโสดอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่เคยคบใครเลย 

 

(ต่าย อรทัย)

ขอบคุณ tai_orathai27 รายการคุยแซ่บโชว์ 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม