ผกก.คันนายาวแฉเอง "ควายยิ้ม"มีเบื้องหลัง พี่คล้าวโดนจับสร้างกระแสผ่านเพจ ส่งไปทีวีเพิ่มความดัง ก่อนเปิดบัญชีรับบริจาค

Publish 2018-11-30 13:59:44


สืบเนื่องจากกรณี นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018 เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฉ้อโกงประชาชนเรี่ยไรเงินบริจาคไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ หรือ เจ้าควายยิ้ม ซึ่งโด่งดังอย่างมากมายในโลกโซเชียลนั้น

 



ล่าสุด พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสุรัตน์ได้มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและได้ให้การในรายละเอียดเกี่ยวกับคดีถึงที่มาที่ไป ซึ่งได้มีการประชุมพนักงานสอบสวนเนื่องจากมีประเด็นหลายประเด็นที่ต้องสอบ ประเด็นแรกเรื่องผู้บริจาคเงินทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจรายการเคลื่อนไหวเงินในบัญชี และเชิญผู้ที่บริจาคเงินเพราะเหตุใด มีเหตุจูงใจอะไรที่ให้คุณบริจาค และต้องการประสงค์นำเงินคืนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหาย 2 รายที่มาร้องทุกข์ และมีผู้ติดต่อสอบถามเข้ามาอีก 2-3 ราย 

 

 

 



ทั้งนี้คดีฉ้อโกงประชาชน พรบ.ฟอกเงิน และพรบ.คอมพิวเตอร์ เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ มีฐานะ 2 ฐานะ คือ ฐานะผู้เสียหายที่ได้บริจาคเงินไป และฐานะผู้กล่าวโทษ ในทุกคดีหากเป็นเรื่องเล็กน้อยที่พอจะพูดคุยกันได้ ทางสน.คันนายาวเปิดโต๊ะเจรจาให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายให้เป็นความประสงค์ของแต่ละฝ่ายที่จะพร้อมเจรจากันหรือไม่ หากเจรจาตกลงกันได้และถอนคำร้องทุกข์ไป แต่ในทางคดีอาญาตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

 

 

 

ส่วนเรื่องควายทำไมตำรวจต้องยึดขอชี้แจงว่าตำรวจไม่ได้ไปยึดควายมา แต่ทางนายกอบต. นำเงิน 100,000 บาท มามอบให้พนักงานสอบสวน เนื่องจากเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด ก็กลัวตัวเองจะเดือดร้อน และได้ไปคุยกับนายสุรัตน์โต้แย้งกรรมสิทธิ์ในเรื่องควาย จึงตกลงกันว่าจะนำควายมาไว้ที่สน.คันนายาว เขาก็นำควายมาเองตำรวจไม่ได้ไปยึดควายในสถานที่เกิดเหตุ ทั้งนี้การยึดควายยึดตามความผิดพรบ.ฟอกเงิน ตามข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งแก่นายสุรัตน์ไป ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันว่าผิดจริงหรือไม่ 

 

อย่างไรก็ตาม การร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหากประชาชนได้รับความเสียหายในคดีอาญาเขาก็มาร้องทุกข์ แต่มีนักกฎหมายหลายท่านวิพากษ์วิจารณ์ เราในฐานะพนักงานสอบสวน หากมีคนมาร้องทุกข์มูลเหตุเบื้องต้นเราก็ต้องรับ จะบอกว่าคดีเล็กน้อยไม่รับไม่ได้ เมื่อสอบสวนไปแล้วมีพยานหลักฐานพอเชื่อได้ว่าคือไม่ต้องบริสุทธิ์ 100% เราก็ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหามาแจ้งข้อหา อย่างคดีดังกล่าวผู้เสียหายซึ่งเป็นทนายสงกรานต์ก็เป็นทนายความ ความจริงการร้องทุกข์เอาข้อเท็จจริงและรายละเอียดการกระทำผิดมาให้ตำรวจ แต่ข้อกฎหมายเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ทางพนักงานสอบสวนจะปรับให้เข้าข้อกฎหมาย 

 

 

 

แต่ทนายสงกรานต์ได้มาร้องทุกข์และมีข้อกฎหมายมาด้วย เราก็รวบรวมพยานหลักฐานจากที่ทนายสงกรานต์นำมาให้ แล้วเราก็รวบรวมข้อมูลตรวจสอบบัญชีเส้นทางการเงิน รวมถึงการตรวจสอบเฟซบุ๊กว่าโพสต์ว่าอย่างไร และดูคลิปที่นายสุรัตน์พูด และได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามาให้ความเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกหมายเรียกไปและไม่ได้ใช้ความรุนแรงในการที่จะออกหมายจับเลย แม้ว่าทางผู้กล่าวหาจะบอกพนักงานสอบสวนให้ออกหมายจับเลย แต่ทางพนักงานสอบสวนมองว่าเรื่องนี้ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และยังอยู่ในพื้นที่ จึงได้ออกหมายเรียกไป แต่ทางนายสุรัตน์ก็มามอบตัวก่อน

 

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 3 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ได้เรียกนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เจ้าของควาย และนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ มาพบเรื่องควายของกลางจะให้ไปอยู่ในความดูแลของใคร โดยให้นายบุญเลิศ และนายสุรัตน์ไปพูดคุยตกลงกันก่อน ก่อนจะมาทำบันทึกให้เป็นลายลักษณ์อักษร

 

 

 

ส่วนกรณีเรื่องที่เกิดขึ้นที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้จะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทางพ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า นายสุรัตน์เป็นคนซื่อ แต่มีผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ โด่งดังขึ้นมา เช่น ควายยิ้ม ก็มีประเด็นให้เจ้าหน้าที่ต้องไปสอบผู้เกี่ยวข้องที่ชำนาญการด้านควายว่าควายสามารถยิ้มได้ไหม ไปหงายคอขึ้น ไปดึงเชือกข้างหลังทำให้เขาเจ็บแล้วเขาอ้าปาก ใครเป็นคนถ่ายภาพ ใครเป็นคนทำเพจ ใครโพสต์ ทำให้ประชาชานเข้าใจว่าควายยิ้มได้ สร้างกระแส ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน