ทนายสงกานต์ขยายหลุมควายพี่คล้าวจับพิรุธ ส่งรายงานไปยังอัยการผิดสังเกตุ!

"ทนายสงกานต์"ขยายหลุม"ควายพี่คล้าว"จับพิรุธ ส่งรายงานไปยังอัยการผิดสังเกตุ!

Publish 2018-11-30 16:44:44


ยังคงติดตามกันอย่างต่อเนื่องกับ เหตุการณ์ พี่คล้าว 2018 หรือ นายสุรัตน์ เเผ้วเกตุ ซึ่ง เคยถ่ายรูปกับควายคู่ใจสุดน่ารัก โดยทั้งคู่มักจะถ่ายรูปด้วยสีหน้าสุดทะเล้น ไม่ว่าใครหากได้เห็นต่างก็ต้อง พากันแท็กเรียกเพื่อนๆมาชมความน่ารัก  ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุรัตน์เผยว่า เจ้าทองคำเป็นควายเพศผู้ที่เจ้าของควายฝากให้ นายสุรัตน์ เลี้ยง ร่วมกับเพศเมียอีก 2 ตัวซึ่งเจ้าของควายกำลังจะขายควายทั้งหมดที่ฝากไว้  ในราคา 1 แสนบาท ทำให้คนรักควายอย่าง สุรัตน์ต้องน้ำตาตก ถึงกับยิ้มไม่ออก



 

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 ดูเหมือนว่าเรื่องราวดังกล่าวจะมีพิรุธ และส่อแววเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน เมื่อทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พร้อมด้วยนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ได้เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ว่าตนเดินทางมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคใดๆ

 

 

 นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ให้สัมภาษณ์ ผ่านอมรินทร์ทีวีว่า ตนก็ปิดรับบริจาคตั้งแต่เห็นว่าได้ยอดเงินเกินจำนวนที่ต้องการแล้ว และได้โพสต์เฟซบุ๊กถามผู้ร่วมบริจาคแล้วว่า เงินจำนวนที่เหลือนั้นจะให้ตนนำไปจัดการอย่างไร และยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเงินส่วนที่เหลือจากซื้อเจ้าทองคำอีกด้วย รวมถึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโพสต์ภาพขณะส่งมอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้กับตัวแทนของนายบุศเลิศอีกด้วย อีกทั้งยังชี้แจงว่า ความหมายของคำว่า “ไถ่” ของตนคือการนำควายมาเลี้ยง ไม่ได้หมายถึงว่าควายจะถูกฆ่าหรืออันเป็นไปอย่างอื่น ยอมรับว่า อาจจะเกิดความผิดพลาดขณะที่ตนให้สัมภาษณ์ออกสื่อ

 

 

 

เเละเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 61 นายสุรัตน์ได้เดินทางมาที่ สน. คันนายาวหอมและลูบหน้าเจ้าทองคำด้วยความคิดถึง คุยกับเจ้าทองคำว่า อยากให้กลับบ้านด้วยกัน ไปสร้างรอยยิ้ม ให้ชาวบ้านเหมือนที่ผ่านมา เบื้องต้นให้ปากคำกับตร. รับทราบข้อกล่าวหา 4 คดี คือ ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เรี่ยไรเงิน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน

 

 

ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดี อัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ผ่าน อมรินทร์ทีวีว่า  หากมีการเเจ้งข้อหาเเต่ยอมความไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ทำให้ความจริงปรากฏ หากเงินยังอยู่ในบัญชี ก็ไม่ใช่ความผิดฐานฟอกเงิน ทั้งนี้ อยากให้พนักงานสอบสวนศึกษากฎหมายให้ชัดเจนก่อน โดยกลับไปดูที่ พ.ร.บ.การบริจาค และ พ.ร.บ.การเรี่ยไรเงินอีกทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมองว่า คดีนี้ นาวสุรัตน์ไม่ผิด หากสอบสวนครบถ้วน มีการซื้อควายจาก นายก อบต. จริง และควายก็นำมาเลี้ยงจริง ไม่ได้หลอกลวงหรือฉ้อโกงแต่อย่างใด แต่คนที่ไปแจ้งความ อาจสื่อความหมายผิด หรือขาดสติในการติดตาม เพราะแค่คำพูดว่า “ไถ่” คำเดียว เเละยังทิ้งท้ายว่า ในฐานะครูกฎหมาย หากเป็นตนจะคืนควายให้ เพราะควายอยู่ในครอบครองของเขา ตาม ป.วิอาญา ยึดจากใครต้องคืนคนนั้น อีกทั้งยังเเนะนำว่า นายสุรัตน์ต้องโพสต์อัปเดต รูปควาย ทุก 2-3 เดือน เพื่อเเสดงความบริสุทธิ์ใจ เเล้วสังคมก็จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

 

 

ขอขอบคุณ อมรินทร์ทีวี 

 



ล่าสุด นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ เปิดเผย ถึงข้อพิรุธ ซึ่งเป็นหลักฐาน 1 ใน 9 ชิ้นสำคัญ ว่ามีการบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อถึงประเด็นถึงที่มาของควายทองคำที่แท้จริงว่าเป็นผู้ใด โดยมีข้อสงสัยในคดีนี้ เนื่องจากมีการนำเรื่องส่งรายงานไปยังอัยการ จ.ชัยนาท ทั้งที่อยู่ในอำนาจของอัยการศาลจังหวัดมีนบุรี จึงมองว่าผิดสังเกตุ ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ และตนมีข้อมูลที่จะชี้ว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ราย เพราะไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว โดยจะแบ่งหน้าที่กันดูแลเฟซบุ๊ก จัดฉากประดิษฐ์คำเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูล อันเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  การเรี่ยไร และการฟอกเงิน ส่วนมูลเหตุการกระทำนั้น ตนคาดว่านายสุรัตน์ทำไปเพื่อต้องการเจ้าทองคำมาเพาะพันธุ์ จึงไม่ได้ตรงตามจุดประสงค์ที่ระบุว่าขอไถ่ชีวิตนอกจากนี้ ตนได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกู้ข้อมูลของโพสต์เฟซบุ๊กการเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์ ที่ได้อ้างว่าไม่มีคำว่าไถ่ชีวิต รวมถึงตัวเลขเงินรับบริจาคที่ระบุว่าได้มา 1.3 แสนบาท ก่อนจะถูกลบไป
 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย