ศุ บุญเลี้ยง เล่าอุบัติเหตุกระเบื้องตกใส่ศีรษะ ในวันต้องรีบไปดูใจน้องสาว ขณะนั่งแต่งเพลงชวนคนออกมาเลือกตั้ง

ศุ บุญเลี้ยง เล่าอุบัติเหตุกระเบื้องตกใส่ศีรษะ ในวันต้องรีบไปดูใจน้องสาว ขณะนั่งแต่งเพลงชวนคนออกมาเลือกตั้ง

Publish 2018-12-01 11:37:04

จากกรณีศิลปินเจ้าของเพลงดัง อิ่มอุ่น และนักเขียนอารมณ์ดี พี่จุ้ย "ศุ บุญเลี้ยง"  ได้โพสต์เฟซบุ๊ค เล่าถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันของตนเอง โดยระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบนสายการบินหนึ่ง ขณะที่เครื่องบินได้ลงจอดที่สนามบินเกาะสมุย ก่อนจะโดนกระเบื้องหล่นใส่ศีรษะ จนบาดเจ็บนั้น ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแบบละเอียดด้วยอารมณ์ละมุนละไม



 

 

ผมตระหนักดีว่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าวิตก

 

เบื้องต้น จึงพยายามจะไม่รีบร้อนที่จะบอกกล่าว แต่เนื่องจากการเดินทางกลับบ้านหนนี้ไม่ใช่เรื่องปกตินัก การที่ลงจากเครื่องบินแล้วไม่ถึงวัดตามกำหนดเวลา กลายเป็นเรื่องว้าวุ่น ตอนที่กำลังรอหมอมารักษานั้น ญาติซึ่งรออยู่ที่วัดสงสัยว่าทำไมจึงล่าช้า

จึงต้องบอกว่าแวะโรงพยาบาลมีอุบัติเหตุนิดหน่อย ทางญาติก็ถามมาว่าจะให้รอรดน้ำศพไหม?

ผมตอบโดยไม่ลังเลใจว่า ไม่ต้องรอ เพราะไม่รู้ว่าจะเย็บแผลเสร็จสิ้นตอนไหน มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาให้ญาติรอ

 

ตัวผมบาดเจ็บรักษาอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพ สมุย

แต่ข่าวก็เดินทางไปถึงวัดแล้ว

พอออกจากรพ.ผมก็ต้องหาหมวกมาใส่ เพื่อจะได้อำพรางแผล

บอกเพื่อนที่ไปรับว่า ถ้าเผื่อเปิดหัวเห็นแผลปะผ้า คงต้องตอบคำถามกันไม่หวาดไม่ไหว

เพื่อนบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาจะเดินข้างๆคอยตอบแทนให้

การสวมหมวกจึงพอจะช่วยให้ไม่ต้องตอบคำถามมากนัก

 

 

 


 

จนกระทั่งตอนค่ำๆทางมัคนายกประกาศให้ผมไปจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ช่วงพระสวด

ผมเดินสวมหมวกออกไปกลางศาลา

มีเสียงพ่อฝังพลซึ่งอายุ ๙๐ แต่สายตายังดีเพราะเพิ่งไปลอกต้อมา

ท่านบอกเสียงดังลั่นศาลาว่า "ถอดหมวกด้วย"

เพราะการใส่หมวกจุดธูปเทียนมันไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

 

ผมจึงต้องเปิดหมวก จนคนเห็นกันทั้งวัด และชื่นชมว่าพ่อผมเสียงยังดังฟังชัดดี

จุดเทียนเสร็จผมต้องมานั่งรายงานพ่อว่า "แผลนั้นท่านได้แต่ใดมา"

 

 

เนื่องจากงานศพเป็นแหล่งชุมนุมของชุมชน ข่าวประสบอุบัติเหตุของผมจึงแพร่กระจายไปบนพื้นที่เกาะสมุยเป็นระลอกแรก

ผมต้องตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ต้องเปิดหมวกให้คนดูแผลคนแล้วคนเล่า

และที่ยิ่งกว่านั้น มีข่าวคลาดเคลื่อนไปว่า หน้าผากไปกระแทกกับกระเป๋า พอคนไม่เห็นหน้าผากเป็นแผลใดๆ และเห็นผมนั่งหน้าใสฟังสวด เขาก็กลับไปบอกญาติๆว่า "น้าจุ้ยแกสร้างภาพ"

เพราะดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไร

จนผมจึงต้องให้เพื่อน ถ่ายภาพแผลที่มีรอยเย็บไว้ประกอบการสนทนา

และต้องนำมาโพสต์ในเฟสบุ๊ค เพราะถ้าเห็นแต่ผ้าพันแผล ก็จะต้องตอบคำถามอีกว่าแผลเป็นเช่นไร จึงตัดสินใจเอาภาพหวาดเสียวลงประกอบการบอกกล่าว

 

 

แต่อาการของตกกระทบศีรษะนั้น สิ่งที่หมอห่วงนักห่วงหนาไม่ใช่แผล แต่คืออาการกระทบกระเทือนทางสมอง

จึงต้องให้ผมนอนโดยมีคนเฝ้า ซึ่งก็คือพี่สาว นอนด้วยกันหน้าทีวี เผื่อว่ามีอาการอาเจียนหรือหลับไปแล้วไม่ตื่น พี่จึงคอยปลุกผมทุกสองชั่วโมง เพื่อมาคุยว่า ยังคุยรู้เรื่องไหม

 

ที่เขียนบอกเล่าอุบัติเหตุในเฟสบุ๊คเพราะไม่อยากตอบคำถามทีละคน

จึงเล่าสู่สาธารณะพร้อมๆกัน ไม่ได้คิดจะกล่าวโทษหรือโกรธใคร

ค่อยทยอยเล่ารายละเอียด เท่าที่จำเป็น ไม่เน้นดราม่า แค่เป็นอุทาหรณ์

 

 

โพสต์ภาพแผลลงไปแล้ว

คนมักยังถามว่าเป็นยังไง_ต้องเย็บไหม_เลยต้องบอกจำนวนเข็มว่า7เข็ม

ส่วนเลขที่นั่งนั้นเก้าอี้18D เป็นที่นั่งริมทางเดิน ต้องบอกด้วยเพราะว่าใกล้วันหวยออกจึงต้องบอกด้วย

 

ส่วนวัสดุที่หล่นใส่เรียกชื่อยากสักนิด มันคือ แคตตาล็อก แผ่นคอนกรีตผสมสี (Colour Hardener) หนัก4กก.

(ไม่ใช่กระเบื้องแบบปกติ) แต่การอธิบายตอนแรกผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

 

จริงๆถ้ามีสัมภาษณ์ผมแทบจะตอบอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิด เนื่องจากตกใส่ด้านบนแล้วหล่นไปทางด้านหลัง

จนกระทั่งผมได้ยินคนคุยกันแล้วเอามาประติดประต่อสถานการณ์ว่า

 

คนจีนรีบเปิดที่เก็บของ แล้วเปิดค้างไว้ ตอนนั้นเครื่องยังจอดไม่สนิท พอเครื่องบินเบรคจอดเจ้าวัสดุที่ว่า ซึ่งวางไว้ด้านบนกระเป๋าจึงไหลลงมา

แผลยาวลึกแค่ไหน ผมก็ไม่เห็น เพิ่งมาขอหมอถ่ายตอนมาทำการล้างแผลแล้ว จึงค่อยหวาดเสียวทีหลัง ตอนเห็นภาพ

 

ตอนนี้ยังไม่มีอาการแทรกซ้อนมีแต่งานแทรกแซง_และต้องไปล้างแผลทุกวัน_จนครบสัปดาห์

สระผมก็ไม่ได้ อย่าว่าแต่จะว่ายน้ำ

งานที่ตกลงนัดหมายไว้ผมก็ไม่กล้างด เกรงใจคนที่จองและจัดงานซึ่งเตรียมการมาล่วงหน้า ยากจะหาคนมาทำแทนได้

จึงต้องเดินทางบินกลับกับบางกอกแอร์เวย์ ทั้งๆที่บาดเจ็บ ไปไหนก็สวมหมวกปิดผ้าบังแผล

ขอบคุณในความห่วงใย คงตอบคำถามทีละคนไม่ไหว

แต่จะพยายามหาเวลามาเขียนบอกเล่า เท่าที่ควร

 

Sent from my iPad

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ศุ บุญเลี้ยง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว