แม่ น้องเอวา ป่วยมะเร็ง โพสต์เศร้าลูกถามแม่จ๋า ทำไมไม่มาอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวร้องไห้ห่วงกลัวเอาเชื้อโรคไปติด

แม่ "น้องเอวา" ป่วยมะเร็ง โพสต์เศร้าลูกถามแม่จ๋า ทำไมไม่มาอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวร้องไห้ห่วงกลัวเอาเชื้อโรคไปติด

Publish 2018-12-02 10:49:36

ในช่วงนี้ข่าวการป่วยด้วยโรคมะเร็งมีให้เห็นได้บ่อยมากๆ ซึ่งโรคมะเร็งเป็นโรคที่มีการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของคนไทย คนส่วนใหญ่มักจะมองว่า หากป่วยเป็นโรคมะเร็งต้องตายอย่างเดียวเท่านั้น ปัจจุบันโรคมะเร็งไม่ได้พบผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้นเด็กๆก็สามารถป่วยเป็นโรคมะเร็งได้ ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนๆก็สามารถเป็นได้  เช่นเดียวกับเคสของ น้องสกาย ดาราเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 



(น้องเอวา คุณแม่)



ล่าสุด ได้มีเคสที่เด็กเป็นโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน โดยแม่ของน้องได้โพสต์แชร์ข้อความ ซึ่งลูกของเธอเป็นโรคมะเร็งหมวกไต แต่ถ้าลองสังเหตุจะเห็นว่าที่หน้าน้องมีแผลมาจากอาการป่วยเป็นโรคงูสวัด หลายๆคนแนะให้ไปใช้วิธีเป่า แต่แม่อยากที่จะรักษาแบบแผนปัจจุบัน แต่ด้วยน้องภูมิคุ้มกันต่ำเพราะเป็นมะเร็งอยู่แล้ว ทำให้แม่กลัวที่จะอยู่ใกล้ๆลูก เพราะกลัวน้องติดเชื้อ 

 

โพสต์ดังกล่าวทำให้กระแสโซเชียลเข้าไปเม้นต์ให้กำลังใจและแชร์กันเป็นจำนวนมาก โดยคุณแม่ของน้องได้โพสต์ข้อความระบุแคปชั่นว่า " แม่จ๋าแม่ไม่มาใกล้ๆหนูแม่กลัวหนูหรอ? (ก้มหน้าเศร้า) แม่กลัวจะเอาเชื้อไปติดหนูต่างหาก หนูไม่ได้น่ากลัวเลยลูกหนูสวยที่สุด แม่จ๋าหนูอยากหอมแม่(พูดเสร็จจับมือไปหอม) ใครก็ได้มาอยู่จุดนี้แทนเราที เราว่าเราเริ่มจะรับมันไม่ไหวแล้วจริงๆ มองหน้าลูกทีไรก็จะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ได้กลัวลูกร้องตาม ทำได้แต่ฝืนยิ้ม โครตทรมานเลย"

 

ต่อมาหลังจากที่กระแสโซเชียลเข้าไปคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก คุณแม่ของน้องเลยได้ออกมาอธิบายถึงโรคที่น้องเป็นอยู่และขอบคุณกำลังใจที่มีให้กันถึงขนาดนี้ โดยระบุข้อความว่า "น้องเอวามีโรคประจำตัวคือโรคมะเร็งต่อมหมวกไตค่ะ โรคนี้ถ้าภูมิต่ำก็จะติดเชื้อได้ง่ายมาก แค่ลมหายใจผ่านก็สามารถรับเชื้อได้แล้ว สำหรับหลายๆคนที่หวังดีและเป็นห่วงอยากให้น้องพึ่งวิธีโบราณบ้านเรา ก็คือ “การเป่า” นั่นแหละค่ะ ขอพูดจากใจแม่เลยนะคะ ถ้าน้องไม่ป่วยเป็นโรคที่อันตรายอยู่แล้วแบบนี้แม่คงจะพาน้องไปเป่าแล้ว"

 

(แม่ได้ได้กลัวหนูลูก)

 


"แต่ด้วยโรคของน้อง แม่ขอพูดจากความรู้สึกนะคะว่าแม่ไม่อยากเสี่ยงจริงๆกลัวน้องจะติดเชื้อหนัก คนทุกคนภูมิต้านทานและภูมิคุ้มกันไม่เหมือนกัน บางคนทำแล้วดี บางคนทำแล้วแย่ก็มี ตอนนี้น้องรักษากับคุณหมอแผนปัจจุบัน คุณหมอและพยาบาลดูแลเต็มที่มากค่ะ ใส่ใจทุกอย่าง ให้ยาที่ดีที่สุดสำหรับน้องทุกๆชั่วโมงเลยค่ะ ขอบคุณหลายๆคนที่อยากส่งยาดีๆมาให้น้องนะคะ ตอนนี้แม่ขอรักษาทางนี้ให้ดีที่สุดก่อน น้องต้องหายค่ะยังไงลูกแม่ก็ต้องหาย #ขอบคุณทุกๆกำลังใจ #ขอบคุณทุกๆความห่วงใย#ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ"

 

(หนูขอหอมมือแม่หน่อย)

 


อย่างไรก็ตาม จะเห็หลังจากเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตก็ต่างเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่กันเป็นจำนวนมาก และตอนนี้ได้มีผู้เข้ามาช่วยเหลือโอนเงินเพื่อนสบทบทุนช่วยเหลือค่ารักษาของน้องเช่นกัน ยังไงก็ขอให้น้องหายไวๆ กลับมาสดใสร่างเริงในเร็ววัน และขอให้คุณแม่เข้มแข็งและผ่านเรื่องราวเหล่าวนี้ไปได้ในที่สุด 

 

(คอมเม้นต์ให้กำลังคุณแม่)


(คอมเม้นต์ให้กำลังคุณแม่)

 

(คอมเม้นต์ให้กำลังคุณแม่)

 

ขอบคุณ Natsuda Klinkham



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม