รุ่นพี่รับน้องโหด ถอดเสื้อผ้า ข้าวไม่ได้กิน บาดแผลเต็มตัว ทั้งๆที่รู้ว่ามีโรคประจำตัว

รุ่นพี่รับน้องโหด ถอดเสื้อผ้า ข้าวไม่ได้กิน บาดแผลเต็มตัว ทั้งๆที่รู้ว่ามีโรคประจำตัว

Publish 2018-12-02 12:02:24

อย่างที่เรารู้กันว่าเมื่อถึงฤดูรับน้อง ก็จะมีข่าวออกมาว่าบางสถาบันมีรุ่นพี่ลักลอบรับน้องนอกสถานที่และรับน้องโหดมากๆ บางเหตุการณ์ทำให้น้องถึงขั้นเสียชีวิต ส่งผลทำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เข้ามาควบคุมและส่งหนังสือเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ ให้กำหนดมาตรการในการจัดกิจกรรมนี้อย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความรุนแรงและห้ามล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งทางร่างกายและหรือจิตใจ 


ทุกอย่างต้องอยู่ในความรับผิดชอบ กำกับดูแลของผู้บริหารคณาจารย์บุคลากรทุกคณะ/ภาควิชาและนิสิตนักศึกษารุ่นพี่จะต้องคำนึงถึงความปลอยภัยของน้องๆเป็นสำคัญ แต่กฎต่างๆก็เป็นเพียงข้อห้าม ยังคงมีรุ่นพี่บางคณะสาขาของบางสถาบันลักลอบรับน้องแบบผิดๆ ทำให้น้องๆป่วยหรืออาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

 



ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแล้ว โดยพี่สาวของรุ่นน้องที่ถูกรับน้องโหดทนไม่ไหวออกมาโพสต์บอกเล่าเรื่องราวที่น้องถูกกระทำผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า "ดูความดันโลหิตน้องด้วยเนอะน้องบอกรุ่นพี่ว่ามีโรคประจำตัวเป็นความดันสูงแต่รุ่นพี่ไม่ฟัง ขอถามหน่อยนะ #ว่าถ้าหากน้องน็อคหมดสติแล้วไม่หายใจ"พวกคุณจะรับผิดชอบไหวมั้ย"ภายใต้การสั่งให้แก้ผ้ากลิ้งบนพื้นตอซังข้าว พื้นหนาม พอเป็นแผลตามตัวแล้วเอาเกลือป่นทำกับข้าว ละลายน้ำ เทราดตัวน้อง ท่ามกลางอากาศหนาว กลางทุ่งนา ที่โล่ง มืดสนิท ไม่มีไฟสักดวง ทั้งเจ็บ ทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว ทั้งหิว"


"ในคณะที่พวกคุณดื่มสุราและออกคำสั่งกับน้องอย่างสนุกสนาน#พวกคุณทำเพื่ออะไร ติดต่อน้องไม่ได้ตั้งแต่1ทุ่มจนถึงตี1คุณพาน้องไปทรมานร่างกายหลายชั่วโมง ข้าวไม่ได้กิน เสื้อผ้าไม่ได้ใส่ #ขอถามหน่อยว่าตรงไหนคือประโยชน์และความสร้างสรรค์ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก นี่เป็นครั้งที่สามทางสถาบันสั่งห้ามไม่ให้มีการรับน้องนอกสถาบันและสั่งหมดเวลารับน้องไปแล้ว นี่เทอมที่สองแล้ว แต่พวกคุณทำตัวแน่ เก่ง เจ๋ง ถึงได้ท้าทายกฎระเบียบของสถาบัน ใช้รถกะบะส่วนตัวมารับพวกรุ่นน้องออกไป"

 

(น้องเข้าโรงพยาบาล)

 

"#คำถามสุดท้าย หากเป็นลูกหลานของคุณ คนธรรมดาอย่างเรานี่หล่ะ คุณจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ตอนนี้น้องเราปวดไปทั้งตัว บาดแผลเต็มตัว มีไข้ และความดันสูง(เป็นโรคประจำตัว)ฉันควรทำอย่างไรกับพวกคุณดี น้องชายเรามาเรียนสาขาช่าง ไม่ได้มาฝึกตำรวจหรือทหาร นะคะ ลูกหลานใครเขาก็รักไม่ต้องหล่อไม่ต้องเรียนเก่งแต่เขาก็คือแก้วตาดวงใจวันนี้เจ็บปวดหัวใจมากครอบครัวเลี้ยงดูน้องมาไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจไม่เคยตีแล้วดูสิ่งที่พวกคุณทำ #คุณทำให้แม่เราร้องไห้" 

 

(โพสต์พี่สาว)

 


ขณะเดียวกันพี่สาวน้องก็ได้ออกมาโพสต์อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงระบายความในใจที่เกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นกับน้องตัวเอง รู้สึกโมโหและโกรธมากๆ รวมถึงยังได้เผยแชทที่มีรุ่นพี่สถาบันทักมาพูดคุยกับน้องในลักษณะที่ว่า อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วเรื่องแจ้งความอีก ถ้าแผนกถูกปิดเพื่อนคนอื่นก็เดือดร้อน เสียเวลาเรียนเรียนไม่จบ เลือกเดินทางนี้เองตอนแรกบอกว่าไหว ทำไมตอนถามไม่ยอมบอกว่าไม่ไหว อย่าให้ทุกอย่างมันพังเพราะคนคนเดียว

 

(รุ่นพี่สถาบันทักมา)

 

(รุ่นพี่สถาบันทักมา)

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เพื่อนๆที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่า ให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุดแบบนี้ไม่ไหวทำเกินไป บ้างก็บอกว่า แจ้งความข่มขู่เพิ่มเลย เอาให้หนักแน่จริงเดินออกมารับแมนๆ ดีกว่าเล่นพรรคพวกโตๆกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะคอมเม้นต์บอกว่า เอาเรื่องให้ถึงที่สุดแบบนี้ยอมไม่ได้ แจ้งความเลย และต่างก็บอกว่าขอให้น้องหายไวๆพร้อมบอกอ่านจบขึ้นแทนเลยน้องใครใครก็รัก 

 

(คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น)

 

(คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น)

 

ขอบคุณ Chaya Janz Watth


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม