รัฐฯจัดหนัก ไฟเขียวเพิ่มงบ 1.2 หมื่นล้าน จ่ายค่าตอบแทน อสม. เพิ่ม มีผลทันที

รัฐฯจัดหนัก ไฟเขียวเพิ่มงบ 1.2 หมื่นล้าน จ่ายค่าตอบแทน อสม. เพิ่ม มีผลทันที

Publish 2018-12-05 13:19:46


นับเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ ที่ทำให้เหล่า อสม. ได้ยิ้มออก หลังเมื่อวานนี้ (4 ธ.ค. 2561) ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการเพิ่มค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ให้มีการเพิ่มเงินค่าตอบแทนเพิ่ม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อสม.  เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปและด้วยภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ อสม. มีมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางยังมีเพิ่มขึ้นตามยุคสมัย จึงทำให้ไม่พอต่อการครองชีพ ประกอบกับไม่ได้มีการปรับเพิ่มค่าตอบแทนมาตั้งแต่ปี 2552 จนล่วงเลยใกล้ครบกำหนด 10 ปีของ อสม.ในปี 2562 ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงเห็นสมควรเพิ่มปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้เพิ่มค่าตอบแทนจากเดิม 600  บาท เป็น 1,000 บาท และจะเริ่มจ่ายให้ในเดือนธันวาคม 2561 โดยตัวเลขของเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อสม. ทั่วประเทศในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ  1,054,729 คน แบ่งเป็นส่วนที่อยู่ต่างจังหวัด 1,039,729 คน กรุงเทพมหานคร 15,000 คน ทั้งนี้การจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ อสม. จะใช้งบประมาณสำหรับจ่ายค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อสม. เป็นเงิน 4,218 ล้านบาท หลังปรับค่าตอบแทนในครั้งนี้ งบประมาณจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12,656 ล้านบาท



ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ในการขอสนับสนุนงบประมาณ 763 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์และปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่มีอยู่จำนวน 9,800 แห่ง โดยปรับปรุงไปแล้วกว่า 5,000 แห่ง ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะนำไปจัดซื้อครุภัณฑ์และปรับปรุงโรงพยาบาลอีก 1,000 แห่งต่อไป

 

ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเพิ่มค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อสม. จากเดิม 600 บาท
ปรับขึ้นเป็น 1,000 บาท และย้ำว่าทางกระทรวงสาธารณะสุขทราบดีว่าโรงพยาบาลรัฐและเอกชน มีคนไข้เข้าไปรักษาเป็นจำนวนมากจนทำให้เกิดความแออัดตามมา ทั้งนี้ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ว่าจะพยายามทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการบริการอย่างทั่วถึงทุกระดับ เมื่อมีการเจ็บป่วยทุกครั้ง ทางกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ลดภาระลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



จึงต้องไปสร้างความเข้มแข็งให้ในระบบปฐมภูมิของโรงพยาบาล ซึ่งคือแนวทางของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่ รพ.สต.ที่มีอยู่กว่า 9,000 แห่งทั่วประเทศ มีกำลังพลไม่มากที่จะดูแลประชาชนจึงต้องอาศัย อสม.เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2552 และได้ค่าตอบแทนเป็นเงินค่าเดินทางหลายปีที่ผ่านมาเป็นเงิน 600 บาท

นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรับหน้าที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข ผมได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า การจะทำให้นโยบายประสบความสำเร็จจะต้องสร้างความเข้มแข็งทั้ง รพ.สต. และอสม.ซึ่งอสม.จะต้องเพิ่มงานในการดูแลประชาชน ถือเป็นน้ำใจในการเสียสละเป็นระยะเวลานานมาก ซึ่งค่าตอบแทน 600 บาท ไม่ได้มากพอที่จะเป็นกำลังใจได้ จึงเสนอนายกฯในเรื่องนี้



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย