3 วันหยุดยาว ราคาทองไทยผันผวน ลุ้นแตะ 20,000 บาท

3 วันหยุดยาว ราคาทองไทยผันผวน ลุ้นแตะ 20,000 บาท

Publish 2018-12-08 13:14:25


  ต้องบอกว่าทองขึ้นรับวันหยุดยาว 3 วันติดจริงๆสำหรับราคาทองในช่วง 1 - 2  วันนี้  โดยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ราคาทองมีการปรับขั้นลงถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกมีการปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.28 น.ราคา 100 บาท และครั้งที่ 2 มีการปรับลดลงในราคา 50 บาท แต่พอวันที่ 7 ธ.ค. 61 ก็มีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 50 บาท จนล่าสุดประกาศจากสมาคมค้าทองวันที่ 8 ธ.ค. 61 ล่าสุดนี้ ประกาศครั้งเดียวเวลา 09.07 น.ราคาปรับขึ้น 100 บาท ทำให้ราคาทองคําแท่ง รับซื้อบาทละ 19,300  บาท ขายบาทละ 19,400 บาท ทองคํารูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,950  บาท  ขายบาทละ 19,900 บาท 

 

 

           ทั้งนี้ตลาดทองคําโคเม็กซ์นิวยอร์ก (Commodity Exchange) ปิดตลาดเมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. พุ่งขึ้น 9 ดอลลาร์ สู่ระดับ 1,252.6 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการร่วงลงอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดทองคําฮ่องกงปิดตลาดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 12 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่ระดับ 11,552 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อตำลึง



    ราคาทองคำ spot พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าโดยตลาดทั้งสัปดาห์นี้ราคาทองคำ spot ปรับตัวขึ้นราว 2.2% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมาที่ระดับประมาณ 1,246 ดอลลาร์ต่อออนซ์

          ปัจจัยหนุนให้ทองคำพุ่งขึ้นมาจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หลังรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย. สหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 155,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ระดับ 200,000 ตำแหน่ง รวมถึงค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อนั้น เพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3%

 

 

  นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างต่อเนื่อง และกลับมาเป็นแรงหนุนซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านราคาทองในประเทศ ประกาศราคาวันเสาร์พุ่ง 100 บาท แตะระดับสูงสุดใหม่ของเดือนและเป็นระดับสูงสุดในเดือนต.ค. โดยตลอดสัปดาห์นี้ทองปรับขึ้น 300 บาท เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีเงินบาทเคลื่อนไหวบริเวณ 32.75-32.86 บาทต่อดอลลาร์ 

           ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส คาดว่า แนวโน้มราคาทองคำ spot จะเคลื่อนไหว Sideways up หากทะลุแนวต้าน 1,242 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไป 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,242 และ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ



  อนึ่งราคาทองในช่วงนี้มีแนวโน้มแตะสุดขึ้นเรื่อยๆ จนนักลงทุนคาดว่าอาจสูงสุดในรอบ  5 เดือน จากอานิสงส์การอ่อนตัวค่าของดอลลาร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ซบเซาของสหรัฐ  ซึ่งต้องดูกันไปยาวๆ ในช่วงนี้ว่าสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกจะปรับตัวไปในทิศทางใดต่อไป เพราะถือว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่มีกำลังการใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ 

          นอกจากนี้เรามี 6 เทคนิค ง่ายๆในการเลือกซื้อทองอย่างไรให้ได้กำไรคืนเมื่อจำเป็นต้องขาย มาฝากผู้อ่านทุกคน 

1.หากซื้อทองรูปพรรณ สังเกตชิ้นงานทอง ว่ามีตอกตราสัญลักษณ์ยี่ห้อหรือผู้ผลิต และระบุเปอร์เซ็นทองชัดเจนหรือไม่ถ้าเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ จะระบุไว้ที่ตะขอ หรือช่วงที่เชื่อมต่อกับห่วงเกี่ยวขอ ส่วนแหวนจะระบุด้านในของวงแหวนเป็นต้น เพราะทองคำที่มีตราสัญลักษณ์ยี่ห้อหรือผู้ผลิต และระบุเปอร์เซ็นทองไว้ที่ชิ้นงานชัดเจน เมื่อขายคืนก็จะได้เปรียบกว่าชิ้นที่ไม่มีตรา

2.เมื่อซื้อทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ทางร้านค้าทองต้องชั่งน้ำหนักทองให้ลูกค้าดู หากไม่ได้ชั่ง สามารถแจ้งให้ทางร้านชั่งน้ำหนักให้ดูได้ โดยทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนักมาตรฐานจะอยู่ที่ 1 บาททอง หนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% น้ำหนักมาตรฐานจะอยู่ที่ 1 บาททอง หนัก 15.16 กรัม

3.หากซื้อทองคำแท่ง โดยเฉพาะทองคำแท่งขนาดเล็กกว่า 5 บาท ให้เลือกแบบที่มีซีลพลาสติก เพราะทองคำที่ถูกซีลพลาสติกช่วยลดรอยตำหนิ การบุบ ที่ทำให้น้ำหนักทองหายไประหว่างที่เก็บ ไม่ควรแกะซีลพลาสติกนี้หากไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการให้ราคารับซื้อคืนเมื่อนำไปขาย

 

 

4.ควรแยกทองรูปพรรณที่ซื้อมาสำหรับสวมใส่ใช้งานประจำ กับชิ้นที่ซื้อมาเก็บไว้เผื่อขาย โดยชิ้นที่ซื้อมาเก็บไว้เผื่อขายอาจไม่ต้องเน้นความสวยงาม เพราะลวดลายที่สวยงามจะมีค่ากำเหน็จสูงและไม่นำมาวนสวมใส่บ่อย ควรเก็บใส่ถุงผ้าหรือกล่องที่ภายในมีบุวัสดุเนื้อนุ่มเพื่อไม่ให้เกิดรอยตำหนิมาก ส่งผลดีต่อการให้ราคารับซื้อคืนเมื่อนำไปขาย

5.หากทางร้านค้ามีใบ Certificate หรือใบรับรองว่าเป็นสินค้าที่ได้ซื้อมาจากทางร้านควรเก็บใบนี้ไว้กับทองเมื่อนำไปขายคืนให้นำใบนี้ไปด้วย

6.หากเป้าหมายของการซื้อทอง คือ ซื้อเก็บเพื่อขายในช่วงราคาทองขึ้น ควรซื้อเป็นทองคำแท่งเพราะเวลาซื้อ ค่าบล็อคของทองคำแท่งจะถูกกว่าค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณ อีกทั้งเมื่อขายทองคำแท่งคืน ราคารับซื้อจะสูงกว่าทองรูปพรรณและการนำไปขายคืนที่ร้านเดิมที่ไปซื้อมาก็จะได้ราคาดีกว่าขายคืนต่างร้าน

ขอบคุณ ราคาทอง  




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย