ไทม์ไลน์ ฮ.เจ้าสัววิชัยตก พบสาเหตุเพิ่มแป้นเหยียบนักบินกับใบพัดหาง หลุดออกจากกัน

ไทม์ไลน์ ฮ.เจ้าสัววิชัยตก พบสาเหตุเพิ่มแป้นเหยียบนักบินกับใบพัดหาง หลุดออกจากกัน

Publish 2018-12-09 16:31:27


 

สืบเนื่องจากอุบัติเหตุสลดเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2561 กรณีอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก จนไฟลุกไหม้ บริเวณลานจอดรถของสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ประเทศอังกฤษ หลังจบการแข่งขันฟุตบอล ระหว่างทีมเลสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว มีผู้โดยสาร คือ  เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทย เจ้าของกิจการคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมผู้ติดตามและนักบินอีก 4 คน
 
หลังมีแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตได้ไม่นานนัก สื่อต่างประเทศได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ อีริก สวาฟเฟอร์ นักบิน และ อิซาเบลา โรซา เลโควิชซ์ ผู้ช่วยนักบิน ได้พยายามควบคุมเฮลิคอปเตอร์อากัสต้า เวสต์เเลด์ รุ่น AW169 ที่สูญเสียการควบคุมให้หนีพ้นจากบริเวณที่มีผู้คนแออัด เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจตามมา หลังข่าวแพร่สะพัดปรากฏมีบุคคลสาธารณะทั้งไทยและเทศ ร่วมแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียครั้งนี้อย่างมากมาย อาทิเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ , เจ้าชายอับดุล มาทีน พระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล บลกียะห์ ประเทศบรูไน , มาร์ก เซลบี นักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษ มือวางอันดับ 1 ของโลก
 
ต่อมามีข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าสัววิชัยลำนี้นั่นคือเฮลิคอปเตอร์ ออกัสต้า เวสต์แลนด์ (Agusta Westland) รุ่น AW-169 รหัส G-VSKP แบบ 2 เครื่องยนต์ น้ำหนัก 4.6-4.8 ตัน ผลิตขึ้นในปี 2559 โดยบริษัท ลีโอนาร์โด-อิตาลี มีมูลค่าประมาณ 280 ล้านบาท บรรทุกนักบินได้ 1-2 คน ผู้โดยสาร 13 คน ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้คือมีความประหยัด และมีความปลอดภัยสูง จึงทำให้สังคมคาดเดากันไปต่างๆ นาๆว่า สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุเกิดจากอะไร

 



 

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลในกล่องดำยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้นอกจากเสียงของนักบินที่ได้รับความร้อนอย่างรุนแรงจากไฟไหม้หลังประสบอุบัติเหตุ แต่มีทฤษฏีที่นำไปสู่การถกเถียงในเวลาต่อมาว่า อาจเป็นเพราะเฮลิคอปเตอร์ชนเข้ากับนกที่ถูกดึงดูดด้วยแสงไฟของสนามแข่งขัน ซึ่งนกแค่ตัวเดียวก็เพียงพอที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น จากประสบการณ์ของนักบินชาวออสเตรเลียรายหนึ่งซึ่งมีส่วนร่วมในพิธีเปิดกีฬาคอมมอนเวลธ์เกมส์ 2006 ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่าเดิมทีโปรดิวเซอร์จัดงานวางแผนใช้สะพานโบลเต ซึ่งเป็นสะพานยาวที่สุดในออสเตรเลีย เป็นส่วนหนึ่งในพิธี แต่สุดท้ายต้องเลิกไป เมื่อพบว่าฝูงนกนางนวลมหาศาลอาจสร้างปัญหา และบอกว่านี่เป็นสิ่งที่เขาคิดว่าอาจเป็นไปได้ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในหน้าร้อน หรือฤดูใบไม้ผลิ
 
อย่างไรก็ตามวันที่ 15 พ.ย. 2561 สำนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุทางอากาศของอังกฤษ หรือ AAIB (เอเอไอบี) ได้ออกมารายงานเพิ่มเติมว่า "เฮลิคอปเตอร์ไม่ตอบสนองการสั่งการของนักบิน" ทำให้เฮลิคอปเตอร์ทำงานตรงกันข้ามกับการควบคุมแต่ในขณะนั้นยังไม่ระบุชี้ชัดว่าเป็นเพราะอะไร แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนต่อไป ทั้งนี้มีผู้สันทัดกรณีออกมาให้ความกระจ่างของศัพท์ทางเทคนิคในเบื้องต้นว่า อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง การบังคับไม่เป็นไปตามคำสั่ง เช่น บังคับเลี้ยวขวา แต่เครื่องไปทางซ้าย ซึ่งหากเป็นกรณีนี้ตามข้อมูลไม่ใช่ความผิดของนักบิน เพราะเกิดจากการไม่ตอบสนองต่อการบังคับแต่จำเป็นต้องตรวจสอบเครื่องยนต์ควบคู่กันไปด้วย

 



ส่วนเรื่องการตรวจสอบอากาศยานอุบัติเหตุนั้น กว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต้องใช้เวลาร่วมปี ส่วนใหญ่ที่มีเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเพราะขั้นตอนการทำงานนั้น ต้องทำการแยกชิ้นเพื่อตรวจสอบว่าเป็นความบกพร่องของเครื่องยนต์แบบไหน หรือจะเกิดจากสาเหตุอื่นก็เป็นได้ แต่ทางบริษัทผู้สร้างเฮลิคอปเตอร์ ต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วย
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด 9 ธ.ค. 2561 AAIB ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งภายหลังพบหลักฐานชิ้นสำคัญ ซึ่งพบว่าชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่เชื่อมต่อระหว่างแป้นเหยียบของนักบินกับใบพัดหางหลุดออกจากกัน และยังพบว่ามีน้ำมันหล่อลื่นเคลือบอยู่ด้วย ทำให้การบังคับไม่เป็นไปตามที่นักบินต้องการ ซึ่งตอนนี้ทาง AAIB กำลังพุ่งเป้าหาคำตอบว่าอุปกรณ์สำคัญทั้งสองชิ้นหลุดออกจากกันได้อย่างไร แต่ทั้งนี้ดูจะเป็นการสอดรับกับกระแสสังคมบางส่วนที่มีความเห็นว่าอาจเกิดจากการวางยาหรือจงใจก่อเหตุ 
 
ต้องติดตามผลการสอบสวนจาก AAIB ต่อไปว่าสาเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใด

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย