ปรับเกณฑ์ลงทะเบียนรอบใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ยากขึ้น ตัดปัญหาจนเก๊

ปรับเกณฑ์ลงทะเบียนรอบใหม่ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ได้ยากขึ้น ตัดปัญหาจนเก๊

Publish 2018-12-15 11:44:03


  จากกรณีรัฐบาลจ่ายเงินจำนวน 500 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้แก่ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นเมื่อมีผู้ใช้เฟสบุ๊กหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง โพสต์ภาพได้รับเงิน 500 บาท จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยที่มือสวมเครื่องประดับทองพร้อมตุ้มหู ระบุข้อความว่า "เราก็ได้สิทธิ์" ส่วนอีกรายเป็นภาพสร้อยข้อมือทองคำ ได้รับเงินจากบัตรเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด 11 ธ.ค. 2561 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เงินจำนวน 500 บาทที่รัฐบาลมอบให้แก่ผู้ถือบัตรนั้น มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้ถือบัตรโดยละเอียดอีกครั้ง หากไม่เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดก็จำเป็นต้องตัดสิทธิ์และเรียกบัตรคืน

 

 



   ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ออกมาเผยว่าในตอนนี้ทางกระทรวงการคลังจะประเมินผลการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 17 ธ.ค. 2561 เบื้องต้นพบว่า ใช้ได้ระดับหนึ่ง แต่ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขในบางจุดเช่น การลงทะเบียนรายบุคคลอาจไม่ตอบโจทย์ 100% เพราะบางครอบครัวมีฐานะดี แต่เมื่อลงทะเบียนรายบุคคล เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติรายบุคคลแล้วจะผ่านคุณสมบัติ เพราะไม่มีรายได้ ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไรจึงมีเหตุการณ์ว่า ทำไมมีฐานะดีแล้วยังได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

        ดังนั้น ถ้าจะมีการลงทะเบียนรอบใหม่ในปี 2562 ต้องแก้ปัญหานี้ สิ่งที่ดู คือ ต้องเป็นการลงทะเบียนรายบุคคลและรายครอบครัวด้วย เพื่อจะทำให้เห็นว่า ครอบครัวไหนรายได้ดีหรือไม่ดี หากทำเช่นนั้นจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทำ คือ ลงทะเบียนเป็นครอบครัวเป็น GPS Map ในบ้านที่มีรายได้น้อย แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์

        นอกจากนี้ นายอภิศักดิ์ ยังกล่าวถึงผลสำเร็จของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า จะเน้นให้ผู้ถือบัตรมีรายได้เพิ่มจากปีละ 3 หมื่นบาท และมากกว่า 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งยังไม่เห็นตัวเลขว่าออกมาอย่างไรแต่ที่ยํ้ามาก คือ ผู้ที่มีรายได้ตํ่ากว่า 3 หมื่นบาท ต้องทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อาจจะยังไม่พ้น 1 แสนบาทต่อปีก็ไม่เป็นไร แต่ต้องทำให้รายได้เพิ่มขึ้น เพราะ 3 หมื่นบาทต่อปี ตํ่ากว่าเส้นความยากจน

 



 

ทั้งนี้ของขวัญส่งท้ายปีที่รัฐบาลมอบให้แก่ประชาชนประกอบไปด้วย 

1. มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นเงิน 38,730 ล้านบาท สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนกับทางภาครัฐ ทางรัฐบาลจะช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน และค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน รวมถึงมาตรการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตร 14.5 ล้านคน คนละ 500 บาท เพียงครั้งเดียว โดยจะเติมเงินให้ระหว่างเดือน ธ.ค. 2561 - ม.ค. 2562 สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 3.5 ล้านคนจะช่วยเหลือค่าเดินทางไปโรงพยาบาล คนละ 1,000 บาท พร้อมกับมาตรการสนับสนุนค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 400 บาทต่อเดือน ให้ตั้งแต่ ธ.ค. 2561-ก.ย. 2562 จำนวน 2.3 แสนคน

2. เงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ เป็นเงิน 599 ล้านบาท และเงินบำเหน็จดำรงชีพ เป็นเงิน 24,700 ล้านบาท

3. เงินชดเชยดอกเบี้ย เป็นเงิน 3,876 ล้านบาท ให้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อจัดทำโครงการ "บ้านล้านหลังราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท" ให้ผู้ที่มีรายได้น้อย มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

4. มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ เป็นเงิน 525 ล้านบาท

5. โครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา เป็นเงิน 18,604 ล้านบาท

 

 

ขอบคุณข้อมูล  กรมประชาสัมพันธ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย