ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม! จ่านิว เตรียมก่อหวอด กร้าว 13 ม.ค. ยกระดับการชุมนุม รวมพลคนกระหาย อยากเลือกตั้ง

ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม! "จ่านิว" เตรียมก่อหวอด กร้าว 13 ม.ค. ยกระดับการชุมนุม รวมพลคนกระหาย "อยากเลือกตั้ง"

Publish 2019-01-12 10:06:54



 

ดื้อดึงดันทุรัง...อย่างไม่สร่างซา และไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกแม้แต่น้อยนิด กับพฤติกรรมของกลุ่มชนอวดอ้างเอา "ประชาธิปไตย" เป็นสรณะ...พร้อมตั้งตนเป็นปฏิปักษ์อย่างแข็งขันต่อรัฐบาล คสช. หากว่ากันไปก่อนหน้านับแต่รัฐบาลประกาศ "ปลดล็อคพรรคการเมือง" และการแสดงออกถึงท่าทีที่คลับคล้ายจะกำหนดวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน ก็ดูประหนึ่งว่าจะเป็นการจ่ายยาบรรเทาความกระสับกระส่ายแก่คนกลุ่มนี้ได้พอประมาณ...ทว่าด้วยเหตุสุดวิสัยบางประการจำต้องทำให้ "การเลือกตั้ง" มีอันต้อง "เลื่อน" ออกไป

จากแต่เดิมที่ควรจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 2562 แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังมิอาจพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำนักว่าจะมีขึ้นเมื่อใด...หากเอาเป็นว่าอย่างไรเสียก็ต้องเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ดังคำกล่าวของรัฐบาลที่เน้นย้ำเสมอมา...แน่นอนย่อมมิใช่ปัญหาเมื่อผ่านมุมมองของชนชาวไทยส่วนใหญ่ที่ตระหนักสำคัญว่า ไม่มีพิธีการใดจะสลักสำคัญเทียบเท่าพิธีมหามงคล โดยเฉพาะกิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ควรมา "ทับซ้อน" อย่างเด็ดขาด...ด้วยเพราะหลายฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลก็เกรงว่าจะนำมาซึ่งความแตกแยก เนื่องด้วยบทเรียนในอดีตก็มีปรากฏให้เห็น และก็เป็นดังเช่นว่านี้ "จริง" เพราะยังไม่ทันกระไร ก็ส่อเค้าวุ่นวายเสียแล้ว



ในโมงยามที่บ้านเมืองควรจะสงบราบเรียบ...โค้งสุดท้ายบนถนนการเมืองที่ควรจะลื่นไหล กับกลายเป็นทางลดเลี้ยวเคี้ยวคดชวนยุ่งเหยิงมากขึ้น...เมื่อปรากฏ "ตัวตั้งตัวตี" หน้าเก่าก๊กเดิมออกมา "กวนน้ำให้ขุ่น" ด้วยการร้องเรียกโอดครวญอยากเข้าคูหากากบาทชนิดใจจะขาด...แม้ว่าตอนนี้จะดูประหนึ่งว่ารัฐบาลจะมิได้คิดแม้แต่จะชายตามองหรือให้ราคาเท่าใดนัก...เพราะเมื่อพินิจดูแล้วกลับกลายเป็นเรื่องชวนหัว กับชนชายขอบที่ระดมสรรพกำลังได้เพียงหยิบมือแบบหลอมแหลมเข้าขั้นโหรงเหรง...คาดหวังปรับเปลี่ยนครรลองแต่เดิมให้เป็นอื่นจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้กี่มากน้อย...มิต้องปราดเปรื่องนักก็คงรู้กันดี

แต่ประเด็นที่น่าห่วงคือการปลุกระดมในสถานการณ์ช่วงคาบลูกคาบดอก เมื่อปรากฏว่า นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ "จ่านิว" พร้อมพลพรรคประมาณ 100 คน ออกมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชักแม่น้ำทั้งห้าหาเหตุผลสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวให้แก่ตน ทั้งการชูป้ายที่แฝงคำผรุสวาท หรือกระทั่งการแสดงออกตะโกนโหวกเหวกเรียกร้องให้มี "การเลือกตั้ง" ซึ่งก็น่าจะเป็นการสร้างมลภาวะทางหูต่อคนสัญจรละแวกนั้นมากพอควร และที่ขาดไปเสียมิได้กับการชูสามนิ้วที่ต้องการสื่อว่า "ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ไม่ล้ม และ ไม่ต่ออายุ คสช." รวมถึงการกร้าวจะยกระดับการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. ที่บริเวณแยกราชประสงค์

"ขอให้พี่น้องออกมากันให้มากที่สุด หากใครไม่สามารถเดินทางไปร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์ได้ ให้ไปร่วมชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัดของแต่ละจังหวัด เพื่อร่วมกันประกาศชัยชนะครั้งแรก ตั้งแต่ รัฐบาล คสช. เข้ามายึดอำนาจ  อย่างไรก็ตามโดยกิจกรรมชุมนุมดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น" นายสรวิชญ์ หรือ จ่านิว ทิ้งท้าย



ประโยคคำพูดที่ชวนให้ฮึกเหิมเมื่อผ่านมุมมองของผู้ใคร่กระหายอยากเลือกตั้ง...แต่กลับก่อให้เกิดคำถามที่ว่า "ชัยชนะ" ที่เขากล่าวถึงนั้น คืออะไร...เพราะทางรัฐบาลไม่เคยประกาศเป็นศัตรูกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลานี้ที่ควรจะมีความปรองดองมากกว่าอื่นใด...แต่ดูกลายประหนึ่งตัวจ่านิวเองนั้น กลับมุ่งหวังจะเอาชัยชนะ...กับการวางกลยุทธ์ที่ดูจะตื้นเขินด้วยการพยายาม "ก่อหวอด" ให้เกิดเป็นความวุ่นวายขนาดย่อม...คาดการณ์ในผลบั้นปลายแล้วคงจะหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ให้มีเหตุการณ์ความรุนแรง

ขณะที่เจตนาของรัฐบาลเองนั้นไม่ประสงค์ให้มีความวุ่ยวายเกิดขึ้น...เพราะหากถ้ามีความสุ่มเสี่ยงไปในทิศทางดังกล่าวก็จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ...แต่ตัวจ่านิวกลับเลือกจะสร้างสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์เสียเอง...จึงกลายเป็นเสมือนว่าพฤติกรรมและความปรารถนาของเขานั้น "ย้อนแย้ง" กันอย่างสิ้นเชิง...อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเพราะภายใต้เงื่อนไขอันละเอียดอ่อนและเป็นความสุดวิสัย...กลับเป็นการตอกย้ำความเป็นขบถของ "จ่านิว" ให้ชัดเจนมากขึ้น...เพราะดูกลายว่าตัวเขานั้นไม่ให้ความสำคัญกับอื่นใดนอกเหนือจาก "กิจกรรมทางการเมือง" เท่านั้น


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย