เปิดด้วยข้อเท็จจริง! "ทีนิวส์" ไปช่วย​ "เนชั่น" กู้วิกฤติ​ไม่ใช่หาประโยชน์

Publish 2018-10-10 12:31:23



ตามที่มีอดีตผู้บริหารเนชั่น​ฯคนหนึ่ง​ ได้โพสต์บนสื่อโซเซียล​ กล่าวหาและทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะว่าสำนักข่าวทีนิวส์กำลังเข้าไปหาประโยชน์จากสื่อออนไลน์และเพจของเครือเนชั่นนั้น​  ดร.เวทิน​ ชาติกุล​ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และ บรรณาธิการอำนวยการของทีนิวส์​ ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวว่า​ "เรื่องของอดีตผู้บริหารเนชั่น​ฯจะว่าอย่างไร​ ก็ให้มาดูตามข้อเท็จจริง​ เพราะถ้าใครจะอ้างตัวเป็นสื่อมวลชนอาชีพก็ต้องนำเสนอข้อมูล​ ตามข้อเท็จจริง​ ไม่ใช่ความรู้สึก​ ความเห็น​ อคติ​ โดยละเลยข้อเท็จจริง​ ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ..." 

 

1.​ ทีนิวส์ไม่มีความจำเป็นต้องไปหาประโยชน์อะไรจาก​เนชั่น​ เพราะทีนิวส์มีกำไร แต่เนชั่นขาดทุน

ดูจากตัวเลขผลประกอบการของทีนิวส์​อยู่ในทิศทางที่มีกำไร

ปี​ 2558 ทีนิวส์​ ขาดทุน​ 0.93 ล้าน
ปี​ 2559 ทีนิวส์​ ขาดทุน​ 10.91 ล้าน
ปี​ 2560 ทีนิวส์มี​ กำไร​ 11.54  ล้าน
(ขณะทีปี​ 2561​ ที่ไตรมาส 3​ ทีนิวส์มีกำไร​ 5​ ล้าน​ ประมาณตัวเลขกำไรสิ้นปี​ 15.5 ล้าน)​

ขณะที่ผลประกอบการของเนชั่น​ (NBC)​ ขาดทุนมาสะสมมากว่า​ 1,000​ ล้าน โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์​ ระบุ

ปี​ 2558 เนชั่น​ (NBC) ขาดทุน​ 20​ ล้าน
ปี​ 2559 เนชั่น (NBC) ขาดทุน​ 275 ล้าน
ปี​ 2560 เนชั่น (NBC) ขาดทุน​ 915 ล้าน
(ซึ่งตัวเลขของไตรมาส 2​ ปี​ 2561​ หลังผู้บริหารชุดใหม่เข้าไปบริหาร​ เนชั่นมีผลประกอบการดีขึ้นเหลือขาดทุน​เพียง​ 68​ ล้าน)​ (ดูตัวเลขประกอบการเนชั่นประกอบ)​

 

(ผลประกอบการเนชั่น) ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย www.set.or.th

 

แทนที่จะมากลัวว่าใครจะเข้าไปหาประโยชน์​จากเนชั่น​ คำถามที่ควรจะถามก็คือ​ ผู้บริหารชุดเก่าฯบริหารกันอย่างไร​ ผลประกอบการถึงขาดทุนอย่างมโหฬารขนาดนั้น​ รวมถึงข้อเท็จจริงว่าทำไมถึงลาออก? เหมือนทิ้งองค์กรและพนักงานให้อยู่กับภาวะขาดทุนและความเสี่ยงที่จะถูกปลด​ ในภาวะเช่นนี้ภาระของผู้บริหาร(ใหม่)​ ก็คือทำให้องค์กรอยู่รอด​ พนักงานไม่ถูกปลดก็หนักหนาสาหัสแล้ว​ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีใครจะเข้าไปหาประโยชน์แต่อย่างใด

 



2.​ สื่อโซเซียลของเนชั่นกำลังวิกฤติ​ เพราะถูกเฟซบุ๊กระงับการสร้างรายได้เพราะเนชั่นนำเสนอข่าวละเมิดมาตรฐานของเฟซบุ๊ก

เดิมทีนั้น​ เพจของเนชั่น​ (เฉพาะในกลุ่ม​ NBC)​ มีแฟนเพจรวมอยู๋ที่​ 6.3 ล้านคน​ แต่สามารถทำรายได้ผ่านบทความทันใจ​ (instant article) ของเฟซบุ๊ก​ โดยผ่านเว็บไซต์​ "เนชั่นทีวี" โดยมีรายได้อยู่ที่ประมาณวันละ​ 200 เหรียญ/วัน​ (ประมาณวันละ​ 6,000​ บาท)​ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเพจที่มีแฟนเพจหลักล้านขึ้นไป

 

ต่อมา​ ทีนิวส์ได้รับการติดต่อให้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาและช่วยปรับระบบบริหารจัดการเพจของกลุ่มเนชั่น​เพื่อให้เนชั่นมีโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น โดยที่ทางเนชั่นนำเสนอข่าวหลักตามปกติ​  ซึ่งทำให้เพจในกลุ่มเนชั่นสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเป็น​ 500​ เหรียญ/วัน​ (ประมาณ​ 15,000​ บาท)​

แต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา​ เฟซบุ๊กได้ระงับการทำรายได้ผ่านบทความทันใจ​ของเว็บไซต์ "เนชั่นทีวี" (instant article)​ ของเนชั่น​เนื่องจากการนำเสนอข่าวของเนชั่นไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของการทำรายได้ของเฟซบุ๊ก (ดูภาพ)​ ผลก็คือทำให้รายได้จากบทความทันใจของเนชั่น​หายไปเกือบหมดเหลือเพียง​ 50​ เหรียญ​ (ประมาณ​ 1,500​ บาท)​

 

(เฟซบุ๊กระงับบทความทันใจของเนชั่น)

 

ซึ่งถ้าปล่อยไว้อย่างนี้​ เนชั่นจะสูญเสียรายได้ในส่วนนี้จาก​ปีละ​ 5,400,000 บาท​ เหลือเพียง​ 540,000 บาท คือสูญเสียรายได้คือ​ 4,800,000 บาทเป็นอย่างต่ำ

คำถามคือ​ ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่เห็นแก่องค์กรคุณจะทำอย่างไร? 

 

3.​ เพจข่าวไม่ใช่เพจข่าวปลอม​ แต่เป็นเพจที่ทีนิวส์ยินยอมให้ทางเนชั่นมาใช้ชั่วคราวเพื่อแก้วิกฤติ

เพื่อแก้ปัญหานี้​เป็นการเฉพาะหน้าทางทีนิวส์ยินยอมให้ทีมเนชั่นเข้ามาใช้เว็บไซต์ของทีนิวส์เพื่อนำเสนอข่าวหลัก​ "เป็นการชั่วคราว" เพื่อให้การทำรายได้ในส่วนของบทความทันใจไม่หายไป​ จนกว่าจะหาเว็บไซต์ใหม่มาทดแทนได้​ โดยที่ทางเนชั่นตกลงให้ทีนิวส์ได้ทำข่าวเพิ่มเติมจำนวนหนึ่งเพื่อให้เกิดการบริหารพื้นที่สื่อบนเพจเนชั่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด​

 

4.​ เมื่อทีนิวส์เข้าไปบริหารจัดการ​ เนชั่น​มีรายได้เพิ่มขึ้น​ และ เนชั่นเป็นผู้ได้ประโยชน์​มากกว่า ไม่ใช่ทีนิวส์

ขณะนี้ทางเนชั่นได้ทำการยื่นอุทธรณ์​ต่อเฟซบุ๊กเพื่อให้เว็บไซต์​ "เนชั่นทีวี" กลับมาสร้างรายได้จากบทความทันใจ (ia) ได้อีก​ครั้ง​ ซึ่งถ้าผ่านการอนุมัติของเฟซบุ๊กแล้ว​ ทางเนชั่นก็จะกลับไปใช้เว็บไซต์ของเนชั่นดังเดิม

ซึ่งปรากฏว่าการร่วมกันทำงานนี้เพียงสองสามวัน​ทำให้การทำรายได้จากบทความทันใจ (ia)​ จากเพจของเนชั่นสามารถกลับมามีรายได้ที่​ 1,000​ เหรียญ/วัน​ (ประมาณ​ 30,000 บาท/วัน) ซึ่งถ้าสามารถทำได้ในอัตรานี้​ เนชั่นจะมีรายได้​ 10,800,000​ บาท​ ซึ่งจะเปลี่ยนจากการขาดรายได้มาเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น​ 5,400,000​ บาทเป็นอย่างน้อย​ (ดูตารางประกอบ)​

 

(การทำรายได้ของกลุ่มเพจเนชั่น​ หลังจากทีนิวส์ไปช่วยบริหาร)

 



ส่วนรายได้ที่เกิดจากการผลิตคอนเทนต์ร่วมกันนั้น​ เบื้องต้นนับเป็นรายได้ของเนชั่น​ ไม่ใช่รายได้ของทีนิวส์ซึ่งมีเพียงการหักค่าใช้จ่ายและการแบ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อเกิดกำไรแล้วเท่านั้น​ ทั้ง​นี้เป็นการคิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริงที่ทีนิวส์ได้ลงทุนไปกับการศึกษาและพัฒนา​ know-how ของระบบการบริหารจัดการข่าวของโซเซียลมีเดียมาเป็นเวลากว่าสองปี​ มีต้นทุนคน​ ของ​ ค่าใช้จ่ายของระบบ​ตามจริง​ ไม่ใช่การเข้ามาเพื่อค้ากำไรจากเนชั่น

5.​ ทีนิวส์ก็เหมือนสำนักข่าวอื่นๆคือเผชิญผลพวงของ​ disruption อันเนื่องมาจากการเติบโตของสื่อโซเซียลแต่การปรับตัวเข้ามาทำข่าวบนสื่อออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการวิเคราะห์และพัฒนาการบริหารจัดการสื่อบนโซเซียลมีเดียได้แบบ​ realtime ทำให้ทีนิวส์​ สามารถพลิกสถานการณ์ที่ขาดทุนมาเป็นกำไร​ (ปี​ 60​ กำไร​ 11.54 ล้าน, ปี​ 61​ กำไร​ 15.5​ ล้าน)​ ท่ามกลางการถดถอยของธุรกิจสื่อโดยภาพรวม​

ทั้งนี้​แม้ความผันผวนในการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กจะมีสูงและสร้างความไม่แน่นอนแต่​ ในเดือ​น​ กันยายน​ 2561​ ข่าวออนไลน์ของทีนิวส์​ก็มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของ​ สำนักข่าวออนไลน์​ คือมีการเข้าชม​   3.75 ล้านครั้ง​ (ตามภาพด้านล่าง)​ และการบริหารจัดการสื่อออนไลน์แบบ​ realtime ​รวมถึงการตอบแทนผู้สื่อข่าวได้ตามจริงตามการเข้าชม/อ่านข่าว​ที่ผู้สื่อข่าวคนนั้นทำได้​จริง​

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก money2know.com

 

ทำให้ผู้สื่อข่าวของทีนิวส์สามารถที่จะมีรายได้สูงสุดถึงเดือนละ​ 1​ แสนบาท​ โดย​ 90% ของรายได้ที่ได้มาจากค่าตอบแทนพิเศษของข่าวที่ทำออกไปและประสบความสำเร็จ​ ซึ่งไม่มีสำนักข่าวไหนให้ผู้สื่อข่าวได้แบบนี้ อีก ทั้งสำนักข่าวอื่นมีแผนที่จะลดคนหรือทยอยเอาคนทำงานออก

"ใครจะครหาว่าลอกข่าว​หรืออะไรก็ตาม​ อยากจะพูดอะไรก็พูดไป​ แต่ทีนิวส์กำลังยกเครื่องเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่​เข้ามาทำงานในโลกใหม่​คือโซเซียลมีเดีย​ ใครที่ไม่ปรับตัว​ ยังมีพฤติกรรมเดิมๆที่เป็นปัญหากับองค์กร​ ​ก็​ทยอยไล่ออก​ เพราะค่าตอบแทนที่สูงแต่ระเบียบใหม่ก็เข้มงวด​เหมือนกัน

ส่วนใครจะเป็นตัวจริง​ ตัวปลอม​ ให้ผลงาน​ ความเติบโตขององค์กร​ การอยู่ดีมีสุขของผู้ร่วมทำงาน​ ความรับผิดชอบต่อสังคม​ ประเทศชาติ​ เป็นข้อพิสูจน์ดีกว่า​ อย่ามาสร้างค่านิยม​ คำคม​ คำขวัญของสื่อ บ้าๆบอๆ​ อวดสังคม แต่สุดท้าย​ องค์กรเจ๊ง​ พนักงานจะถูกปลด​เพราะขาดทุน​ ไม่มีเงินจ้าง​ มันก็เหมือนกับอวดอ้างเป็นสื่ออาชีพแต่กลับเอา​ อคติ​ เอาความรู้สึก​มารายงานแทนข้อเท็จจริง​" ดร.เวทิน​ กล่าว

 



เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ